รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไร

รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไร

รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไร—ประโยคที่อาจจะฟังดูแปลกใหม่สำหรับบางคน แต่ถ้าพูดถึงในมุมของผู้ที่เพิ่งผ่านการจัดฟันเสร็จหมาด ๆ หรือแม้แต่ผู้ที่เคยจัดฟันมาสักพักใหญ่แล้ว นี่น่าจะเป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในใจใช่ไหมล่ะว่า “จะเลือกรูปแบบรีเทนเนอร์ยังไงให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง” และที่สำคัญแต่ละยุคสมัยหรือแต่ละวัย (Generation) ก็มีความต้องการไม่เหมือนกัน ทั้งในเรื่องของการใช้งาน รูปลักษณ์ และงบประมาณ

บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่ารีเทนเนอร์มีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับใครในแต่ละเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็น Gen Z ที่ชอบความแปลกใหม่ Gen Y (Millennial) ที่เน้นความสะดวกและดูดี Gen X ที่โฟกัสเรื่องการใช้งานระยะยาว หรือแม้แต่ Baby Boomer ที่ต้องการความมั่นใจในการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน บทความนี้จะคลายข้อสงสัยว่า “รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไร” เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างตรงใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากที่สุด

1. ทำไมเราถึงต้องใส่ใจเลือกรีเทนเนอร์

ก่อนจะไปถึงเรื่องว่า “รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไร” เราควรมาทำความเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ แล้ว “รีเทนเนอร์” มีความสำคัญอย่างไร และทำไมต้องใส่ใจขั้นตอนนี้ไม่แพ้กับช่วงเวลาที่เราใช้ในการจัดฟัน

  1. รักษารูปร่างการเรียงตัวของฟันหลังจัดฟัน
    เพราะเมื่อเราถอดเครื่องมือจัดฟันออก ฟันยังคงมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนกลับไปตำแหน่งเดิมได้ง่ายมาก หากไม่ได้รับการคงสภาพ (Retention) ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “รีเทนเนอร์” ซึ่งจะช่วยให้ฟันของเราคงความสวยงาม เรียงตัวตรงตามที่เราจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  2. ใช้เวลาน้อยแต่สำคัญยาวนาน
    การจัดฟันอาจกินเวลาตั้งแต่ 1-3 ปี (หรือมากกว่านั้น) แต่ช่วงใส่รีเทนเนอร์หลังถอดเครื่องมือก็ต้องใช้เวลาอย่างเคร่งครัดเช่นกัน แม้อาจไม่ต้องใส่ 24 ชั่วโมงทุกวัน แต่ก็ต้องใส่อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของทันตแพทย์
  3. ป้องกันปัญหาที่จะตามมาในอนาคต
    หากไม่ใส่รีเทนเนอร์ อาจต้องมาเริ่มจัดฟันใหม่หรือแก้ไขตำแหน่งฟันที่เคลื่อนผิด แน่นอนว่าทั้งเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน แบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การเลือกรีเทนเนอร์จึงไม่ใช่แค่เลือกตามความชอบเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการคงสภาพฟัน ความสะดวกสบายในการใช้งาน และที่สำคัญต้องเหมาะกับไลฟ์สไตล์หรือความต้องการของแต่ละคนด้วย

2. รีเทนเนอร์มีกี่แบบ — สรุปเข้าใจง่าย ๆ

ก่อนจะไปจับคู่กับแต่ละ Gen เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่ารีเทนเนอร์หลัก ๆ ในท้องตลาดมีอะไรบ้าง และแต่ละแบบมีคุณสมบัติหรือจุดเด่นอย่างไร เพื่อเป็นการปูพื้นฐานเบื้องต้น

  1. รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer)
    • ลักษณะ: มีฐานอะคริลิกอยู่บนเพดานปาก (สำหรับฟันบน) และลวดที่โค้งพาดด้านหน้าฟัน
    • ข้อดี: แข็งแรง ทนทาน สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ปรับแต่งลวดได้ตามต้องการ (ในกรณีที่ต้องเคลื่อนฟันเล็กน้อย)
    • ข้อสังเกต: มองเห็นลวดบริเวณด้านหน้าฟัน จึงอาจไม่สวยงามเท่ารีเทนเนอร์ใส ฐานอะคริลิกบางรุ่นอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายปาก
  2. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer)
    • ลักษณะ: แผ่นพลาสติกใสขึ้นรูปตามโมเดลฟันแนบสนิทกับฟันของเรา
    • ข้อดี: ใส ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นเวลายิ้ม สวมใส่ง่าย น้ำหนักเบา ทำความสะอาดสะดวก
    • ข้อสังเกต: อาจแตกหรือฉีกได้ง่ายกว่าหากดูแลไม่ดี ต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น (บางคนเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน) หากมีการเคลื่อนไปของฟัน
  3. รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer)
    • ลักษณะ: ลวดเส้นเล็ก ๆ ที่ยึดติดด้านหลังฟัน (ด้านลิ้น) โดยใช้วัสดุทางทันตกรรมเป็นตัวเชื่อม
    • ข้อดี: ไม่ต้องถอดเข้า-ออก จึงลดความเสี่ยงที่ลืมใส่หรือทำหาย ฟันจะถูกล็อกให้อยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดเวลา
    • ข้อสังเกต: ทำความสะอาดยากกว่า (ต้องใช้ไหมขัดฟันเฉพาะทาง) หากหลุดหรือแตกออกบางส่วน ต้องรีบพบทันตแพทย์เพื่อแก้ไข
  4. รีเทนเนอร์แบบผสม (Hybrid Retainer)
    • ลักษณะ: บางครั้งเป็นรีเทนเนอร์แบบลวดที่ตัวเพลต (ฐานอะคริลิก) มีขนาดเล็กลง หรือเป็นแบบใสด้านนอก แต่ด้านในมีโครงลวดเล็กน้อยเพื่อความแข็งแรง
    • ข้อดี: รวมข้อดีจากสองแบบ ทั้งใส่สบายและปรับฟันเล็กน้อยได้
    • ข้อสังเกต: พบเห็นไม่บ่อยเท่าแบบหลัก ๆ ราคาสูงกว่าการเลือกแบบทั่วไป

เมื่อรู้จักประเภทต่าง ๆ ของรีเทนเนอร์แล้ว ต่อไปเรามาดูกันว่า รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไรบ้าง จะได้เลือกกันได้เหมาะสมที่สุด

3. Gen Z (เกิดช่วงประมาณปี 1997-2012): รีเทนเนอร์ที่ต้องตอบโจทย์ความทันสมัยและความ “คูล”

ถ้าจะให้อธิบาย Gen Z แบบสั้น ๆ Gen นี้เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี สมาร์ทโฟน และโซเชียลมีเดีย พวกเขาให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ การอัพเดตเทรนด์ และต้องการความสะดวกสบายควบคู่ไปกับความ “คูล” หรือแตกต่างอย่างมีสไตล์

  • Lifestyle & Pain Points ของ Gen Z
    1. ชอบถ่ายเซลฟี่ โพสต์รูปในโซเชียลมีเดีย จึงต้องการ “ยิ้มสวยแบบไร้ลวดให้กวนใจ”
    2. เน้นความสะดวก คล่องตัว ไม่ชอบอะไรที่ดูยุ่งยากหรือต้องซ่อมแซมบ่อย ๆ
    3. งบประมาณอาจจะมีจำกัด เพราะหลายคนยังเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือเพิ่งเริ่มทำงาน
  • รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen Z
    1. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer): ตอบโจทย์สุด ๆ ด้วยความที่มองแทบไม่เห็น เหมาะมากกับการถ่ายรูปหรือไปงานสังสรรค์ หมดกังวลเรื่องลวดโผล่
    2. รีเทนเนอร์แบบลวดดีไซน์น่ารัก: หากบางคนชื่นชอบความสดใส ไม่ได้แคร์ว่ามีลวดโผล่ อาจเลือกเพลตอะคริลิกสี ๆ หรือมีลวดลาย ที่สั่งทำเฉพาะบุคคล
    3. รีเทนเนอร์แบบติดแน่น: อาจไม่ค่อยฮิตนักในกลุ่มนี้ หากต้องการถอดมาทำความสะอาดบ่อย ๆ จะไม่สะดวก แต่ข้อดีคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องลืมใส่หรือลืมพก

สำหรับ Gen Z ที่ชอบเปลี่ยนสไตล์บ่อย ๆ รีเทนเนอร์แบบใสน่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะใส่แล้วมั่นใจ ถ่ายรูปสวย แถมยังถอดล้างได้ง่าย สบายใจว่าจะไม่หายง่าย ๆ ถ้าระวังตัวเองให้ดี

4. Gen Y (Millennial) (เกิดช่วงประมาณปี 1981-1996): รีเทนเนอร์ที่ต้องตอบโจทย์ความเนี๊ยบและความคล่องตัว

Gen Y หรือ Millennial เป็นกลุ่มที่เริ่มทำงาน หรือบางคนก็อยู่ในช่วงกลาง ๆ ของเส้นทางอาชีพ เป็นช่วงที่ใส่ใจทั้งเรื่องบุคลิกภาพ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความมั่นใจเวลาอยู่ต่อหน้าผู้คน ปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยยิ้มสวยงามและความเป็นมืออาชีพ (Professional) มักเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

  • Lifestyle & Pain Points ของ Gen Y
    1. ต้องออกสังคม พบลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงานบ่อย ๆ จึงต้องการรีเทนเนอร์ที่ดูไม่เยอะจนเกินไป สามารถใส่แล้วพูดชัดเจน หรือแนะนำตัวในที่ประชุมได้อย่างมั่นใจ
    2. มีเวลาว่างไม่มาก เพราะต้องทำงานหรือเดินทางบ่อย ๆ จึงไม่อยากได้รีเทนเนอร์ที่ดูแลยาก
    3. งบประมาณอาจสูงกว่า Gen Z แต่ก็ยังต้องการความคุ้มค่า ต้นทุนเหมาะสม
  • รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen Y
    1. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer): ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะมันกลมกลืนกับสีฟันดีมาก ถ่ายรูป ประชุม หรือพรีเซนต์งานก็ไม่เขิน
    2. รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer): บางคนชอบความทนทาน สามารถใช้งานได้นาน ๆ แต่ควรเลือกสีที่เรียบง่ายเพื่อความเป็นมืออาชีพ อาจเลือกเพลตสีใสหรือสีชมพูอ่อน ๆ ที่กลืนกับเพดานปาก
    3. รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer): เหมาะกับคนที่ชอบความสะดวก ไม่ต้องถอดเข้า-ออกให้ยุ่งยาก โดยเฉพาะหากเป็นคนลืมใส่ง่าย ๆ หรือต้องเดินทางบ่อยจนกลัวทำหาย

โดยรวมแล้ว Gen Y มีหลายทางเลือกตามไลฟ์สไตล์ แต่ “รีเทนเนอร์แบบใส” และ “รีเทนเนอร์แบบติดแน่น” เป็นตัวเต็งที่ตอบโจทย์มากที่สุด ทั้งในเรื่องความเนี๊ยบ ดูดี และความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต

5. Gen X (เกิดช่วงประมาณปี 1965-1980): รีเทนเนอร์ที่เน้นความมั่นคง ใช้งานยาวนาน

Gen X คือวัยที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาไม่น้อยแล้ว บางคนเริ่มมีครอบครัว บางคนอยู่ในจุดที่ต้องดูแลพ่อแม่ และยังต้องทำงานไปพร้อม ๆ กัน ความสะดวกในการใช้งาน “ของทุกชิ้น” ในชีวิตจึงเป็นปัจจัยสำคัญ พวกเขาอาจจะไม่ได้สนใจแฟชั่นฉูดฉาดเท่า Gen Z หรือ Gen Y แต่โฟกัสกับความทนทานและการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า

  • Lifestyle & Pain Points ของ Gen X
    1. เน้นประโยชน์ใช้สอย (Function) เป็นหลัก ไม่ต้องการเปลี่ยนบ่อย
    2. บางคนอาจต้องเข้าออฟฟิศ ประชุม พบปะลูกค้า หรือบุคคลในระดับบริหารอยู่เรื่อย ๆ จึงต้องการภาพลักษณ์ที่เรียบร้อย ดูมืออาชีพ
    3. อาจมีปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น เหงือกอักเสบ ฟันสึก หินปูนสะสมง่าย ฯลฯ จึงต้องการรีเทนเนอร์ที่ทำความสะอาดง่าย
  • รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen X
    1. รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer): ดูแลไม่ยาก เมื่อชำนาญแล้วก็ทำความสะอาดได้ไม่ลำบาก แถมปรับลวดได้ในอนาคตหากฟันมีการขยับเล็กน้อย
    2. รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer): ดีมากสำหรับคนที่ไม่อยากยุ่งยาก ลืมถอด ลืมใส่ หรือกลัวทำหาย ติดไปเลยยาว ๆ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้ไหมขัดฟันเฉพาะ
    3. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer): ก็ยังตอบโจทย์ได้ดี หากเป็นคนที่มีวินัย เช่น ถอดล้างประจำ ไม่วางทิ้งจนหาย และไม่ต้องการให้เห็นลวด

โดยทั่วไป Gen X จะให้คะแนนความทนทาน ความคุ้มค่า และการใช้งานที่ไม่วุ่นวายสูงกว่าความสวยงามตามแฟชั่น ดังนั้น “รีเทนเนอร์แบบลวด” กับ “รีเทนเนอร์แบบติดแน่น” มักจะเป็นทางเลือกที่ลงตัวสุด ๆ

6. Baby Boomer (เกิดก่อนปี 1965): รีเทนเนอร์ที่ต้องคำนึงถึงสุขภาพเหงือกและฟันเป็นหลัก

กลุ่ม Baby Boomer หรือผู้สูงวัย เป็นกลุ่มที่หลายคนอาจไม่ได้จัดฟันกันบ่อยนักเมื่อเทียบกับวัยอื่น ๆ (แต่ปัจจุบันก็มีหลายเคสที่ผู้สูงวัยเริ่มหันมาดูแลสุขภาพฟันด้วยการจัดฟัน) หรือบางท่านเคยจัดฟันมาแล้วในช่วงอายุ 40-50 และยังคงต้องใช้รีเทนเนอร์อยู่ ความท้าทายคือ เรื่องสุขภาพเหงือกและกระดูกขากรรไกรที่อาจเปราะบางกว่าวัยหนุ่มสาว การเลือกรีเทนเนอร์จึงต้องระวังเป็นพิเศษ

  • Lifestyle & Pain Points ของ Baby Boomer
    1. อาจมีปัญหากับการใส่ฟันปลอมบางส่วนร่วมด้วย หรือมีครอบฟันและสะพานฟันหลายซี่ จึงทำให้การออกแบบรีเทนเนอร์ต้องปรับให้เข้ากับสภาพฟันที่มี
    2. ต้องการความสบาย ไม่บาดเหงือก ไม่กดทับ หรือเกิดแผลในปาก
    3. บางคนอาจมีข้อจำกัดด้านสายตาหรือการเคลื่อนไหว การถอดเข้าถอดออกอาจไม่สะดวก จึงมองหาตัวเลือกที่ไม่ยุ่งยาก
  • รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Baby Boomer
    1. รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer): หากต้องประคองตำแหน่งฟันหลอ หรือฟันที่ใส่ครอบอยู่ อาจต้องออกแบบลวดให้ไม่เสียดสีกับขอบเหงือกมากเกินไป
    2. รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer): ช่วยตัดปัญหาการถอดเข้า-ออก แต่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ เพราะเหงือกอาจอักเสบง่าย
    3. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer): ถ้าสุขภาพมือและการมองเห็นยังดี ก็ไม่มีปัญหา แต่ควรระวังเรื่องการใส่ใน-ถอดออก ค่อย ๆ ทำ เพราะพลาสติกอาจฉีกขาดได้

สิ่งสำคัญสำหรับกลุ่ม Baby Boomer คือ ควรปรึกษาทันตแพทย์อย่างละเอียด เพราะสภาพฟันแต่ละท่านไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าใครมีรากฟันเทียม ฟันปลอม หรือมีประวัติโรคปริทันต์มาก่อน ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ

7. ปัจจัยเสริมในการเลือกรีเทนเนอร์ให้ตรงใจ

เมื่อเราเห็นภาพรวมว่า “รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไร” แล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึงเพิ่มเติม นอกเหนือจากเรื่องวัยหรือเจเนอเรชันของเรา ดังนี้

  1. งบประมาณ
    • รีเทนเนอร์แบบใสอาจเปลี่ยนบ่อยกว่า ทำให้รวม ๆ แล้วอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระยะยาว
    • รีเทนเนอร์แบบลวดค่าใช้จ่ายตอนเริ่มต้นไม่สูงมาก และถ้าดูแลดี ๆ อยู่ได้หลายปี
    • รีเทนเนอร์แบบติดแน่นจะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะตอนติดตั้ง และถ้าหลุดหรือชำรุดก็ต้องกลับไปแก้ไขซ่อมแซม
  2. ความถนัดในการดูแลสุขภาพปาก
    • ถ้าคุณมั่นใจว่ามีวินัยพอที่จะถอดเข้าถอดออก ทำความสะอาดได้ทุกวัน แบบใสหรือแบบลวดถอดได้ก็เหมาะ
    • แต่ถ้าเป็นคนขี้ลืม หรืองานยุ่งมาก จนกังวลว่าจะไม่มีเวลามาดูแล อาจเลือกแบบติดแน่น
  3. สภาพฟันและเหงือกส่วนบุคคล
    • บางคนมีปัญหาโรคเหงือก ปัญหากระดูกขากรรไกร หรือมีการบูรณะฟันไว้หลายซี่ ควรให้ทันตแพทย์ประเมินความเหมาะสมของรีเทนเนอร์แต่ละแบบ
    • ผู้ที่มีฟันคุด หรือฟันสึกมาก ๆ อาจต้องออกแบบรีเทนเนอร์พิเศษ

8. เคล็ดลับการดูแลรีเทนเนอร์ให้ใช้งานได้นาน

ไม่ว่าเราจะเลือกรีเทนเนอร์แบบไหน สิ่งสำคัญคือการดูแลรักษา เพื่อให้ใช้งานได้นาน คงประสิทธิภาพการคงสภาพฟันได้ดี และที่สำคัญยังคงสุขอนามัยในช่องปากที่ดีด้วย

  1. ทำความสะอาดทุกครั้งหลังถอด
    • หากเป็นแบบถอดได้ ล้างด้วยน้ำเปล่าสะอาด หรือใช้แปรงสีฟันขนนุ่มขัดเบา ๆ เพื่อขจัดคราบอาหารและแบคทีเรีย
    • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อน หรือน้ำอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะอาจทำให้พลาสติกหรืออะคริลิกเสียรูป
  2. ไม่ใช้ยาสีฟันที่มีเม็ดบีดส์หรือผงขัดหยาบ
    • เพราะอาจทำให้รีเทนเนอร์เกิดรอยขีดข่วน หรือลวดสึกกร่อนเร็วขึ้น
  3. เก็บในกล่องทุกครั้งเมื่อไม่ใส่
    • ป้องกันการสูญหาย หรือการแตกหัก จากการทับหรือตกหล่น
    • อย่าวางรวมกับสิ่งของอื่น ๆ แบบไม่เป็นระเบียบ
  4. พบทันตแพทย์ตามนัด
    • เพื่อตรวจเช็กสภาพฟันว่าเคลื่อนกลับหรือไม่ และประเมินสภาพรีเทนเนอร์ หากชำรุดจะได้แก้ไขทัน

9. ใช้เวลานานแค่ไหนในการใส่รีเทนเนอร์

คำถามที่หลายคนสงสัย: “ต้องใส่รีเทนเนอร์ไปอีกกี่ปี?” คำตอบคือ แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจต้องใส่ตลอด 24 ชั่วโมงช่วง 6 เดือนแรก (ถอดเฉพาะตอนกินข้าวและแปรงฟัน) จากนั้นอาจลดเหลือเฉพาะช่วงกลางคืนหรือ 12 ชั่วโมงต่อวัน หรือบางคนอาจต้องใส่ทุกคืนยาวนานหลายปี ขึ้นอยู่กับลักษณะฟันและวิธีจัดฟันก่อนหน้านั้น

  • Gen Z และ Gen Y: โดยทั่วไปอาจยังมีการเคลื่อนตัวของฟันได้ง่าย หากไม่ใส่ตามกำหนด อาจต้องจัดใหม่ไว
  • Gen X และ Baby Boomer: แม้ฟันอาจไม่เคลื่อนง่ายเหมือนวัยรุ่น แต่หากมีการสูญเสียฟันหรือเหงือกอักเสบ ก็เกิดการเคลื่อนได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะทันตแพทย์จะประเมินตามความจำเป็นของแต่ละคนว่าต้องใส่นานแค่ไหน และถ้าละเลย ก็มีโอกาสสูงที่จะต้องหวนกลับไปสู่กระบวนการจัดฟันซ้ำให้ปวดหัวกันอีก

10. สรุป: “รีเทนเนอร์แบบไหน เหมาะกับ Gen อะไร” เลือกให้คลิกกับชีวิต แล้วไปต่อได้แบบมั่นใจ

การจัดฟันคือการลงทุนกับรอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพฟันที่ดีในระยะยาว แต่หลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว “รีเทนเนอร์” นี่แหละคืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วยประคองผลลัพธ์ให้คงอยู่กับเราได้นาน ๆ ดังนั้น การเลือกรีเทนเนอร์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และ “ยุคสมัย” ของแต่ละคนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

  1. Gen Z: เหมาะกับ รีเทนเนอร์แบบใส ที่ให้ความสวยงาม ความคล่องตัว หรือจะเลือกแบบลวดดีไซน์น่ารัก ๆ ก็ได้ ถ้าไม่ติดเรื่องลวดโผล่
  2. Gen Y (Millennial): มักเลือก รีเทนเนอร์แบบใส หรือ แบบติดแน่น เพราะชีวิตอาจเร่งรีบ เน้นบุคลิกที่ดูโปรเฟสชันนอล
  3. Gen X: ให้ความสำคัญกับความทนทานและใช้งานง่าย “รีเทนเนอร์แบบลวด” หรือ “รีเทนเนอร์แบบติดแน่น” ก็เป็นคำตอบที่ลงตัว
  4. Baby Boomer: ต้องพิจารณาสุขภาพเหงือกและฟันเป็นหลัก อาจใช้ รีเทนเนอร์แบบลวด ที่ออกแบบพิเศษให้ใส่สบาย หรือ รีเทนเนอร์แบบติดแน่น หากต้องการลดปัญหาการถอดบ่อย

ถึงอย่างนั้น คำแนะนำทั้งหมดก็เป็นภาพรวมกว้าง ๆ เท่านั้น หากต้องการคำตอบที่เฉพาะเจาะจงจริง ๆ ควรปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางด้านจัดฟันเพื่อประเมินสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่ารูปแบบรีเทนเนอร์ที่คุณเลือกนั้น “ใช่” และ “ใช้งานได้ดี” กับสภาพฟันของคุณที่สุด รวมถึงเหมาะสมกับงบประมาณและวิถีชีวิตในแต่ละวันของคุณ

เพราะไม่ว่าจะ Gen ไหน ถ้าอยากรักษาฟันที่เรียงสวยให้อยู่คู่กับคุณตลอดไป “รีเทนเนอร์” คือ ไอเท็มสำคัญที่ต้องใส่ใจเลือก และดูแลไม่แพ้ตอนที่คุณใส่เหล็กจัดฟันเลยทีเดียว!

หวังว่าบทความนี้จะเป็นไกด์ให้ทุกคนได้มีแนวทางคัดสรรรีเทนเนอร์ที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ใครที่กำลังตัดสินใจหรือเพิ่งถอดเครื่องมือจัดฟันใหม่ ๆ อย่าลืมนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษากับหมอฟัน หรือคลินิกทันตกรรมที่เชื่อถือได้ แล้วคุณจะพบว่า “รีเทนเนอร์ในฝัน” ที่เข้ากับชีวิตและ Gen ของคุณ กำลังรออยู่ไม่ไกล!

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

รีเทนเนอร์แบบต่างๆ เลือกแบบไหนดี

รีเทนเนอร์แบบต่างๆ เลือกแบบไหนดี?

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการจัดฟัน การดูแลรักษาฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งวิธีหนึ่งในการรักษาความสวยงามของฟันหลังจากการจัดฟันคือการใส่รีเทนเนอร์ รีเทนเนอร์คืออุปกรณ์ที่ช่วยรักษาตำแหน่งฟันไม่ให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมก่อนการจัดฟัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงรีเทนเนอร์แบบต่างๆ ข้อดี ข้อเสีย รวมถึงคำแนะนำในการเลือกรีเทนเนอร์ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

รีเทนเนอร์คืออะไร?

รีเทนเนอร์ (Retainer) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คงสภาพฟันในตำแหน่งที่ถูกต้องหลังจากการจัดฟัน โดยรีเทนเนอร์จะช่วยให้ฟันไม่เคลื่อนที่กลับไปยังตำแหน่งเดิมก่อนการจัดฟัน การใส่รีเทนเนอร์เป็นสิ่งที่สำคัญมากในช่วงหลังการจัดฟัน เพราะฟันของเรามีแนวโน้มที่จะกลับไปยังตำแหน่งเดิมตามธรรมชาติ หากไม่ใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอ ฟันอาจกลับมาเคลื่อนที่ทำให้เกิดปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ไม่สวยงามเหมือนก่อน

ประเภทของรีเทนเนอร์

รีเทนเนอร์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ รีเทนเนอร์แบบลวด รีเทนเนอร์แบบใส และรีเทนเนอร์ติดแน่น ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป เรามาดูรายละเอียดของแต่ละประเภทกันค่ะ

1. รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer)

รีเทนเนอร์แบบลวด หรือที่เรียกว่า Hawley Retainer เป็นรีเทนเนอร์ที่ทำจากลวดเหล็กและอะคริลิกที่หล่อขึ้นรูปตามฟันของผู้ใช้งาน ส่วนอะคริลิกจะวางอยู่บนเพดานปากหรือหลังฟันล่างเพื่อช่วยให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ส่วนลวดจะทำหน้าที่คงตำแหน่งฟันที่จัดเรียงไว้

ข้อดี:

  • แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นาน
  • สามารถถอดและใส่ได้สะดวก
  • สามารถปรับแต่งให้เข้ากับฟันได้ดี

ข้อเสีย:

  • มองเห็นได้ชัดเจนเนื่องจากมีลวดโลหะ
  • อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวกในขณะพูดหรือรับประทานอาหาร
  • อาจเกิดการระคายเคืองที่เหงือกหรือลิ้นได้

2. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer)

รีเทนเนอร์แบบใส หรือที่เรียกว่า Essix Retainer ทำจากพลาสติกใสที่พอดีกับฟัน รีเทนเนอร์ประเภทนี้ได้รับความนิยมมากเนื่องจากมีความสวยงามและมองเห็นได้น้อย

ข้อดี:

  • ไม่มองเห็นได้ชัดเจน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
  • ใส่และถอดได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามในขณะใส่รีเทนเนอร์

ข้อเสีย:

  • อายุการใช้งานสั้น เนื่องจากวัสดุพลาสติกมีโอกาสเปลี่ยนสีหรือเสื่อมสภาพได้เร็ว
  • อาจแตกหรือหักได้หากไม่ดูแลอย่างเหมาะสม
  • ไม่สามารถปรับแต่งได้เหมือนรีเทนเนอร์แบบลวด

3. รีเทนเนอร์ติดแน่น (Fixed Retainer)

รีเทนเนอร์ติดแน่น เป็นรีเทนเนอร์ที่ติดแน่นกับฟันด้วยลวดบางๆ และกาว โดยจะติดที่ด้านหลังของฟันหน้า มักใช้ในกรณีที่มีความเสี่ยงที่ฟันจะกลับมาเคลื่อนที่หลังจากการจัดฟันสูง

ข้อดี:

  • ไม่ต้องกังวลเรื่องการถอดใส่ เพราะติดอยู่กับฟันตลอดเวลา
  • ไม่มีผลต่อการพูดหรือรับประทานอาหาร
  • ช่วยรักษาตำแหน่งฟันได้ดีในระยะยาว

ข้อเสีย:

  • ทำความสะอาดได้ยากกว่ารีเทนเนอร์แบบถอดได้
  • หากลวดหลุดหรือชำรุดอาจทำให้เกิดปัญหาได้
  • ต้องการการดูแลรักษาและตรวจสอบโดยทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การเลือกรีเทนเนอร์แบบไหนดี?

การเลือกรีเทนเนอร์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสะดวกในการใช้งาน การดูแลรักษา และความสวยงามของรีเทนเนอร์ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ลองพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:

1. ความสวยงามและความเป็นธรรมชาติ

หากคุณต้องการรีเทนเนอร์ที่มองไม่เห็นได้ง่าย รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer) อาจเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากมีลักษณะใสและเนียนไปกับฟัน แต่หากคุณไม่กังวลเรื่องการมองเห็นรีเทนเนอร์ รีเทนเนอร์แบบลวดก็สามารถเป็นทางเลือกที่เหมาะสมได้

2. ความสะดวกในการใช้งาน

รีเทนเนอร์แบบถอดได้ทั้งแบบลวดและแบบใส สามารถถอดออกได้ง่าย ทำให้สะดวกในขณะรับประทานอาหารหรือทำความสะอาด แต่หากคุณไม่ต้องการกังวลเรื่องการถอดใส่ รีเทนเนอร์ติดแน่นอาจเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะติดอยู่กับฟันตลอดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมใส่

3. การดูแลรักษา

รีเทนเนอร์แบบลวดและแบบใสต้องการการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียและคราบหินปูน ในขณะที่รีเทนเนอร์ติดแน่นอาจทำความสะอาดได้ยากกว่า แต่สามารถใช้น้ำยาบ้วนปากหรือน้ำยาทำความสะอาดรีเทนเนอร์เพื่อช่วยในการดูแลได้

4. งบประมาณ

ราคาของรีเทนเนอร์แต่ละแบบแตกต่างกัน รีเทนเนอร์แบบลวดและแบบใสมีราคาค่อนข้างใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้และการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ในขณะที่รีเทนเนอร์ติดแน่นมักมีราคาสูงกว่าเนื่องจากต้องการการติดตั้งและดูแลโดยทันตแพทย์

การดูแลรักษารีเทนเนอร์

การดูแลรักษารีเทนเนอร์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของรีเทนเนอร์ และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในช่องปาก วิธีการดูแลรักษารีเทนเนอร์อย่างถูกต้องมีดังนี้:

  1. ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ทุกครั้งหลังการใช้งาน โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดรีเทนเนอร์หรือยาสีฟันและแปรงขนนุ่ม เพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียและคราบหินปูนที่เกาะอยู่บนรีเทนเนอร์
  2. เก็บรีเทนเนอร์ในกล่องทุกครั้งเมื่อถอดออก เพื่อป้องกันการสูญหายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และควรเก็บในที่แห้งและสะอาดเสมอ
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับรีเทนเนอร์ เช่น การล้างรีเทนเนอร์ด้วยน้ำร้อนหรือการเก็บรีเทนเนอร์ใกล้แหล่งความร้อน เพราะอาจทำให้รีเทนเนอร์บิดเบี้ยวหรือเสียหายได้
  4. พบแพทย์ตามนัดเพื่อปรับแต่งและตรวจสอบรีเทนเนอร์ โดยเฉพาะรีเทนเนอร์แบบลวดและแบบติดแน่น เพื่อให้รีเทนเนอร์ยังคงทำงานได้ดีและอยู่ในสภาพที่เหมาะสม

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829 Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental https://bpdcdental.com/ ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์ ไขทุกข้อสงสัยของคนจัดฟัน

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์ ไขทุกข้อสงสัยของคนจัดฟัน

ใครว่าความลำบากของคนจัดฟันจะอยู่แค่ที่ช่วงเวลาของการจัดฟัน ที่ต้องใช้เครื่องมือจัดฟันที่แสนจะทรมานและใช้ชีวิตยากลำบาก เพราะเมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว ความลำบากก็ยังไม่หมด เพราะยังต้องใส่ “รีเทนเนอร์” อุปกรณ์ประจำตัวที่คนจัดฟันเสร็จแล้วทุกคนต้องใส่แบบสม่ำเสมอ ซึ่งหลายคก็อาจจะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการใส่รีเทนเนอร์ หรือคนที่กำลังจะจัดฟันเสร็จ ต้องเตรียมตัวเลือกรีเทนเนอร์ เรารวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์เอาไว้ที่นี่แล้ว

รีเทนเนอร์มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนดี?

สำหรับคนที่กำลังจะจัดฟันเสร็จ ก็คงมีแพลนเตรียมตัวที่จะต้องเลือกรีเทนเนอร์เอาไว้หลังจากนี้ ซึ่งก็ต้องมาเรียนรู้และทำความเข้าใจกันก่อนว่ารีเทนเนอร์ที่ใช้กันโดยทั่วไปแล้วจะมี 4 ประเภท ได้แก่

  1. รีเทนเนอร์แบบลวด

รีเทนเนอร์แบบลวดเป็นรีเทนเนอร์ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน มีลักษณะเป็นอะคริลิคพร้อมโครงลวดอาจจะมีสีพื้นหรือลวดลายต่าง ๆ โดยจะมีส่วนที่ใช้ยึดกับฟันที่เป็นเส้นลวด แล้วจึงมีอะคริลิคครอบทับอีกที
ข้อดี : ทำความสะอาดได้ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานประมาณ 2-3 ปี จึงสามารถที่จะคงสภาพฟันและการสบฟันได้เป็นอย่างดี หากมีปัญหา สามารถปรับแต่งได้ง่ายอีกด้วย อีกทั้งสีสันสวยงาม เลือกได้ตามใจชอบ
ข้อเสีย : สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เลยไม่สวยงามเท่าที่ควร มีขนาดใหญ่ ดูเทอะทะ ซึ่งหากใครที่ใส่รีเทนเนอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการออกเสียง พูดไม่ชัดบ้าง

  • รีเทนเนอร์แบบใส

รีเทนเนอร์แบบใส ก็เป็นรีเทนเนอร์อีกประเภทที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน จะมีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใส ที่จะล้อมฟันของเราเอาไว้ทั้งหมด ทั้งด้านนอกและด้านใน แต่จะไม่ครอบไปทั้งเพดานเหมือนแบบแรก มีความหนาไม่มาก จึงสามารถใส่ได้แบบสบาย ๆ
ข้อดี : ให้ความสวยงาม ความมั่นใจ ยิ้มแล้วไม่เห็นลวดเหมือนแบบแรก หมดปัญหาการออกเสียงไม่ชัด
ข้อเสีย : ทำความสะอาดได้ยาก อายุการใช้งานสั้นกว่าแบบลวดอยู่ที่ประมาณ ครึ่งปี – 1.5 ปี แตกหักหรือ
สึกหรอได้ง่ายในผู้ที่มีการนอนกัดฟัน และไม่สามารถคงสภาพฟันได้ดีเมื่อตัวรีเทนเนอร์เกิดการสึกหรอ

  • รีเทนเนอร์แบบติดแน่น

รีเทนเนอร์ประเภทนี้พบได้น้อยแต่ก็ยังมีบางคนใช้บ้าง จะเป็นรีเทนเนอร์ที่มีลักษณะลวดเส้นเดียวยึดติดกับด้านในของฟัน มักใช้ในกรณีที่ฟันมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนที่กลับมาได้ง่าย หรือใช้ยึดฟันสำหรับใส่ฟันปลอมในอนาคต
ข้อดี : สะดวกสบาย ไม่ต้องถอดเข้าถอดออก ป้องกันฟันล้มได้ดีมาก
ข้อเสีย : ทำความสะอาดได้ยากเพราะอยู่ด้านใน มีโอกาสหลุดได้ง่าย และต้องหมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อเช็คสภาพทุก 6 เดือน

  • รีเทนเนอร์แบบเหล็ก (ใส่กินข้าวได้)

ประเภทสุดท้ายเป็นรีเทนเนอร์แบบเหล็ก ที่จะช่วยให้จบปัญหารีเทนเนอร์หายได้อย่างดีเยี่ยม เพราะไม่ต้องถอดลืมหาย เหมาะมากสำหรับใครที่ขี้ลืม
ข้อดี : ใส่กินอาหารได้เลย ไม่ต้องคอยถอดเก็บ
ข้อเสีย : มีเวลาตอนกัดฟัน เมื่อฟันบนกับฟันล่างมาประกบกันสุดแล้ว อาจจะชนลวด ส่งผลกระทบกับตัวฟัน มีเจ็บฟันแน่นอน

เราควรเลือกรีเทนเนอร์แบบไหนดี?

คุณจะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่ากโอเคกับการใช้ชีวิตแบบไหน เช่น เลือกแบบลวด หากโอเคที่ยิ้มแล้วจะเห็นลวด เลือกแบบใส ใส่แล้วยิ้มสวย ไม่เห็นลวด แต่ต้องไปพบทันตแพทย์บ่อย ๆ

ทำไมจัดฟันเสร็จแล้วต้องใส่รีเทนเนอร์ จำเป็นขนาดไหน?

บางคนเข้าจ่าพอจัดฟันเสร็จแล้วก็จะสบาย นั่นเป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะเมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว คุณก็ยังต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อช่วยคงสภาพฟันไม่ให้เคลื่อน หากไม่ใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน ก็อาจทำให้ฟันล้ม แนวฟันบิดเบี้ยว หรือกลับกลายเป็นสภาพช่วงก่อนจัด

เราควรใส่รีเทนเนอร์นานแค่ไหน?

สำหรับระยะเวลาที่ควรใส่รีเทนเนอร์นั้นจะมากหรือน้อย ไม่สามารถระบุหรือฟันธงลงไปได้เลย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสภาพฟันของแต่ละบุคคลด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะเน้นช่วงแรก ๆ หลังจัดฟันเสร็จว่าควรใส่รีเทนเนอร์ทุกวัน เพราะสภาพกระดูกและเหงือกหุ้มฟันต้องใช้เวลาในการปรับสภาพให้เข้ากับตำแหน่งใหม่ หลังจากนั้นทันตแพทย์จะแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

เมื่อไหร่ถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนรีเทนเนอร์ใหม่?

โดยมากแล้วคนที่จะเปลี่ยนรีเทนเนอร์ใหม่คือจะพบปัญหาต่าง ๆ เช่น รีเทนเนอร์หาย ถอดและลืม, รีเทนเนอร์แตกหัก, ฟันเคลื่อนจนใส่ไม่พอดีจากการใส่รีเทนเนอร์ไม่สม่ำเสมอ

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่ารู้ที่คนจัดฟันสงสัยกันมาก เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมที่จะเลือกรีเทนเนอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานและใส่รีเทนเนอร์กันเป็นประจำด้วยนะคะ

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทำรีเทนเนอร์ #จัดฟัน

หลังจัดฟัน ไม่ใส่รีเทนเนอร์ได้ไหม

ไขข้อสงสัย หลังจัดฟัน ไม่ใส่รีเทนเนอร์ได้ไหม?

ไขข้อสงสัย หลังจัดฟัน ไม่ใส่รีเทนเนอร์ได้ไหม?

เดี๋ยวนี้ถ้าฟันไม่สวย การจัดฟันก็ถือเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง แต่กว่าจะฟันสวยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ แถมหลังจัดฟันเสร็จแล้ว ก็ใช่ว่ากระบวนจะจบแค่การถอดเครื่องมือ เพราะคุณยังต้องมีไอเท็มคู่ใจอย่าง “รีเทนเนอร์” ที่เรียกว่าต้องใส่กันตลอดชีวิตนั่นแหละ หลายคนจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าหลังจัดฟันแล้ว ไม่ใส่รีเทนเนอร์ได้ไหม? เราจะมาหาคำตอบนี้กัน

รีเทนเนอร์ คืออะไร

รีเทนเนอร์ (Retainer) คือเครื่องมือที่ช่วยรักษาสภาพฟันให้คงอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ให้ฟันเคลื่อนตัวหลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันไปแล้ว และสามารถถอดออกได้ด้วยตัวเอง

ระยะเวลาที่ควรใส่รีเทนเนอร์

อย่างที่เกริ่นในตอนต้น ว่ารีเทนเนอร์ใช้คงสภาพฟันหลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว ซึ่งรีเทนเนอร์จะช่วยคงสภาพฟันนั้นไว้ให้เหมือนตอนยังมีเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้แน่ใจว่าตำแหน่งการกัดของคุณจะไม่เปลี่ยนแปลงไป จึงแนะนำว่าควรใส่รีเทนเนอร์อย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปีแรกหลังถอดเครื่องมือจัดฟัน และในช่วงสองปีเป็นต้นไป สามารถใช้เฉพาะช่วงเวลากลางคืนได้สัก 3-5 คืน / สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละบุคคลด้วย

หลังจัดฟัน ไม่ใส่รีเทนเนอร์ได้ไหม

หลังจัดฟัน หากไม่ใส่รีเทนเนอร์คงสภาพฟันเหมือนตอนที่จัดฟัน จะส่งผลให้ฟันเริ่มเคลื่อนตัว เกิดฟันห่าง นำไปสู่ฟันล้มได้ นั่นหมายความว่าคุณอาจจะต้องกลับมาจัดฟันใหม่อีกรอบ เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ไม่จัดฟันสามารถใส่รีเทนเนอร์ได้ไหม

คำถามนี้นับว่าเป็นคำถามที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ เลยค่ะ มาจากการกระแสการใส่รีเทนเนอร์เป็นแฟชั่นนั่นเอง แน่นอนว่ารีเทนเนอร์ทำมาเพื่อคนจัดฟันโดยเฉพาะ แต่หลายคนก็อยากรู้ว่าแล้วคนทั่วไปที่ไม่ได้จัดฟันสามารถใส่รีเทนเนอร์ได้หรือไม่ การใส่รีเทนเนอร์โดยที่ยังไม่ได้จัดฟัน หรือใส่รีเทนเนอร์ในผู้ที่มีฟันซ้อนเก อาจทำตัวรีเทนเนอร์แตกหรือหักได้ เพราะฟันยังไม่ได้ถูกจัดเรียงในตำแหน่งที่เหมาะสม ดังนั้นรีเทนเนอร์ควรใช้ในผู้จัดฟันแล้วจึงจะเหมาะสมที่สุด

การดูแลและทำความสะอาดรีเทนเนอร์

เนื่องจากรีเทนเนอร์เป็นของคู่ใจคนจัดฟัน ดังนั้นหากจะให้รีเทนเนอร์สามารถที่จะใช้งานได้ยาวนาน จึงควรต้องดูแลด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การใช้แปรงขนนุ่นและยาสีฟันที่เราใช้ปกติ ขัดถูเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรืออาจจะแช่เม็ดฟู่

ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ก็ได้

  • สิ่งสำคัญคือการดูแลรีเทนเนอร์ เพราะรีเทนเนอร์นั้น ควรจะอยู่เพียงแค่ 2 ที่เท่านั้น คือในปากของเรา

และในกล่องสำหรับเก็บรีเทนเนอร์ ไม่ควรวางทิ้งหรือห่อกระดาษชำระวางเอาไว้ เพราะอาจจะเกิดการกระแทกจนทำให้รีเทนเนอร์ของเราเสียหาย และเสี่ยงกับการลืมเป็นอย่างมาก

  • สิ่งที่ห้ามเด็ดขาดคือการแช่รีเทนเนอร์ในน้ำยาบ้วนปาก และนำรีเทนเนอร์ไปลวกน้ำ หรือแช่

แอลกอฮอลล์ สิ่งเหล่านี้แม้ในความคิดเราคืออยากจะทำให้รีเทนเนอร์สะอาดที่สุด แต่การทำแบบนั้นจะทำให้
รีเทนเนอร์ผิดรูปร่างหรือหดตัว จนไม่สามารถใส่ได้อีกต่อไป

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทางที่ดีที่สุดควรหมั่นใส่รีเทนเนอร์เป็นประจำ เพราะเชื่อแน่ว่าคงไม่มีใครอยากจะทั้งเสียเงินและเสียเวลาเพื่อที่จะเริ่มจัดฟันใหม่กันหลาย ๆ รอบแน่นอน ที่สำคัญอย่าลืมหมั่นดูแลรักษารีเทนเนอร์ของคุณให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายทำฟัน จัดฟัน ทำรีเทนเนอร์
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#จัดฟัน #รีเทนเนอร์

Inivisalign braces or aligner. A way to have a beautiful smile and white teeth.

รีเทนเนอร์ คือ

คนทั่วไปอาจจะไม่รู้จัก รีเทนเนอร์ แต่สำหรับคนที่จัดฟันหรือมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน จะต้องรู้จัก รีเทนเนอร์ อย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำให้รู้จักกับ รีเทนเนอร์ กันครับ

รีเทนเนอร์ หรือ (Retainer) เป็นอุปกรณ์ที่ไว้ใช้ปรับสภาพของฟัน หรือเครื่องมือที่ไว้ใช้คงสภาพของฟันหลังจากที่เราได้จัดฟันไว้ เพราะว่าบางคนจัดฟัน จะต้องทำการถอนฟันบางซี่ เพื่อการจัดฟันให้ได้รูปลักษณ์ที่ดี เจ้า รีเทนเนอร์ นี่ล่ะที่ไว้ใช้ปรับสภาพเหงือกและฟันให้คงที่ในรูปแบบของฟันที่ดี ซึ่งการใส่รีเทนเนอร์ จำเป็นจะต้องใส่อยู่เป็นประจำไม่อย่างนั้นฟันที่เราได้จัดไว้จะกลับไปเป็นรูปแบบเดิม ซึ่งการใส่ รีเทนเนอร์ในช่วงแรกๆ จะรู้สึกไม่ถนัด น้ำลายจะออกมามาก และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือ พยายามเก็บรักษาและรักษาความสะอาดของ รีเทนเนอร์ไว้ให้ดี

 

—————————————————————————————————————-

ติดต่อคลินิกทันตกรรม บางพลี
จัดฟัน รากฟันเทียม ทำฟันเด็ก เคลือบฟัน ทำฟันประกันสังคม
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรมบางพลี BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)