คลินิกทําฟัน ใกล้ฉัน BPDC DENTAL

คลินิกทําฟัน ใกล้ฉัน BPDC DENTAL

คลินิกทําฟัน ใกล้ฉัน หรือคลินิกทันตกรรมที่อยู่ใกล้บ้านของคุณ เพียงเปิด Google map เพื่อที่จะแนะนำ ให้คุณได้รู้จักกับคลินิกทันตกรรม ใกล้ๆ บ้านคุณ

บริการทำฟัน ใกล้คุณ

การบริการทำฟันของที่นี่มีคุณภาพเกินราคา ไม่ว่าจะอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟันคุด รักษาโรคเหงือก เอ็กซเรย์เพื่อวางแผนจัดฟัน คุณหมอที่นี่ก็มีความสามารถและทักษะที่เชี่ยวชาญ เครื่องมือแพทย์ วัสดุที่ต้องใช้ทำฟันล้วนได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากล อีกทั้งยังทันสมัย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการรักษาฟันสูง แต่ราคากลับไม่แพงเลย ทำฟันแต่ละรายการมีราคาที่สมเหตุสมผล บางช่วงยังมีโปรโมชั่นดีๆที่คืนกำไรให้กับลูกค้าอีกด้วย

บริการทำฟันของที่นี่ราคาไม่แพง การติดต่อสอบถามหรือนัดปรึกษาปัญหาฟันก็สะดวกรวดเร็ว คุณหมอของคลินิกทำฟันแห่งนี้จะถนัดและเชี่ยวชาญในการจัดฟันและรักษาโรคเหงือกเป็นพิเศษ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเลยว่าจะจัดฟันออกมาแล้วพัง เพราะคุณหมอและคุณผู้ช่วยจะคอยให้คำแนะนำ ติดตามดูอาการอย่างสม่ำเสมอ

วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ของที่นี่ได้มาตรฐานสากล เทคโนโลยีที่นำมาใช้ร่วมกันก็มีประสิทธิภาพสูง มั่นใจได้เลยว่าการทำฟันของที่นี่มีคุณภาพเกินราคาแน่นอน

ติดต่อนัดปรึกษาปัญหาฟันได้สะดวก มีระบบการจัดการที่ดี เจ้าหน้าที่สามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ และมีบางครั้งที่มีคนต่างชาติเข้ามาใช้บริการ เจ้าหน้าที่ของคลินิกทำฟันก็สามารถให้บริการได้อย่างไม่ติดขัด คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาฟันเบื้องต้นก็ช่วยไกด์แนวทางให้ลูกค้าได้เยอะ ทำให้หลายๆคนประทับใจในการบริการทำฟันของที่นี่ และกลับมาใช้บริการที่คลินิกอยู่เป็นประจำ

การให้บริการทันตกรรม

เจ้าหน้าที่ให้บริการดี คอยแนะนำโปรโมชั่นและแนวทางการรักษาฟันได้ดีมากๆ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกท่านที่มาใช้บริการ ทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อทำนัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำฟันแต่ละรายการก็สามารถตอบและไขข้อสงสัยนั้นๆได้ ถือว่าเป็นคลินิกทำฟันอีกแห่งหนึ่งที่อบรมและให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพ

บริการเกี่ยวกับทันตกรรม

– บริการจัดฟัน จัดฟันด้วยเครื่องมือเทคโนโลยี ทางการแพทย์ ที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย

– อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด ใช้สิทธิประกันสังคม900บาท/ปีได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย

– บริการฟอกสีฟัน ด้วยเทคโนโลยีที่สะอาดและรวดเร็วในการบริการ

– บริการเคลือบฟลูออไรด์ สำหรับเด็กๆ และนักเรียน

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

วิธีการปลูกกระดูกเทียม

วิธีการปลูกกระดูกเทียม

ข้อดี-ข้อเสียการปลูกกระดูกเทียม

ในปัจจุบันเทคนิคการปลูกกระดูกก็จะมีหลัก ๆ ใหญ่อยู่ 2 วิธี
วิธีที่หนึ่งก็คือการนำกระดูกตัวเองมาปลูก วิธีที่สองคือการใช้กระดูกเทียม
ซึ่งทั้งสองวิธีจะมีขั้นตอนและกระบวนการที่แตกต่างกันไป ในกรณีที่คนไข้สูญเสียกระดูกไปจำนวนมาก ต้องการกระดูกปริมาณค่อนข้างเยอะ อาจจะพิจารณาเอากระดูกตัวเองมาเสริมตรงบริเวณที่จะฝังรากเทียม
อันนี้เรียกว่า Autogenous Bone Grafting

การเอากระดูกตัวเองมาเสริมบริเวณที่จะฝังรากเทียม
ข้อดี ก็คือว่ามันเป็นกระดูกของเราเองโอกาสที่จะยึดติดก็มีค่อนข้างเยอะแต่ขอเสียที่เป็นข้อเสียหลัก ๆ เลย ก็คือว่ามันมักจะละลายตัวค่อนข้างง่าย และมีความเจ็บปวดหลังทำค่อนข้างมาก เนื่องจากว่าจะมีบริเวณที่ผ่าตัดทั้งหมด 2 ตำแหน่ง ตำแหน่งแรกก็คือ ตำแหน่งที่เราเอากระดูกเทียมมา
ปัจจุบันตำแหน่งที่เอากระดูกเทียมมา หรือเรียกว่า Donor Site จะเอามาจากขากรรไกรล่างด้านหลัง บริเวณใกล้ ๆ กับฟันคุดของเรา จะตัดกระดูกออกมาเป็นชิ้นปริมาณที่เราต้องการ แล้วเราก็จะเอาไปใส่หรือเสริมในตำแหน่งที่เราต้องการฝังรากเทียม

ฉะนั้น วิธีนี้จะเหมาะกับคนไข้ที่ฟันหายไปค่อนข้างเยอะ ต้องการ Volume ของกระดูกค่อนข้างเยอะ
ข้อเสีย คนไข้ก็จะเจ็บตัวและอาศัยเวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน ระยะเวลาในการรอหลังจากการปลูกกระดูกด้วยวิธีการนำกระดูกตัวเองมาปลูก เราจะต้องรอระยะเวลาประมาณ 4 เดือน หลังจากนั้นเราถึงจะมาฝังรากเทียมต่อไป

ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็จะใช้กันอย่างแพร่หลายค่อนข้างเยอะ
ก็คือการนำกระดูกเทียมที่ได้จากการสังเคราะห์มาปลูกบริเวณที่เราต้องการปลูก
ข้อดีก็คือไม่จำเป็นจะต้องเจ็บตัว 2 ตำแหน่ง เราก็ใช้ผงกระดูกเทียมที่ผลิตจากบริษัท ซึ่งกระดูกเทียมทำมาจากหลาย ๆ วัสดุ ก็คือมีส่วนประกอบหลายอย่าง คุณหมอจะเลือกใช้ตามตำแหน่งที่เหมาะสม เลือกใช้ชนิดของกระดูกตามตำแหน่งของกระดูกที่หายไปแบบเหมาะสม ข้อดีก็อย่างที่บอกเจ็บตัวตำแหน่งเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อเสียก็คือว่า ระยะเวลาที่เราต้องรอการหายกว่าจะฝังรากเทียมได้กว่าจะกลายเป็นกระดูกจริง ต้องใช้ระยะเวลานานนิดนึง อาจใช้เวลาสัก 6-8 เดือน

ผลของการปลูกกระดูกเทียม

ปริมาณกระดูกที่เทียมที่ใส่เข้าไป มักจะคาดเดาผลไม่ได้ 100% ในกรณีที่เราใส่เข้าไป 100% เราอาจจะได้กระดูกตามที่เราต้องการ กระดูกเหลือจาก 6-8 เดือน แค่ประมาณ 40-60% โดยปกติการคำนวณการที่เราเสริมกระดูก
คุณหมอก็จะใส่เกินอยู่แล้ว ฉะนั้น เรื่องของปริมาณกระดูกที่ได้
ก็เป็นอะไรที่อาจจะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป

อาการหลังจากปลูกกระดูกเทียม

นอกจากนี้ การปลูกกระดูกไม่ว่าจะใช้กระดูกเทียม
หรือกระดูกของตัวเองมักจะมีอาการปวดและบวมค่อนข้างมากกว่าการฝังรากเทียมโดยปกติ เนื่องจากว่าเป็นการใส่วัสดุอื่น หรือว่าสิ่งอื่นเข้าไปเสริมในบริเวณนั้น จะต้องมีการอักเสบ การหายของแผล ใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน โดยปกติแล้วก็อาจจะบวม หรือว่าปวดประมาณ 1-2 สัปดาห์

ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จการปลูกกระดูกเทียม

การยึดติดของกระดูก หรือผลสำเร็จในการปลูกกระดูกจะมากน้อยไหน
ก็ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น หลังจากปลูกกระดูกแล้วคนไข้
จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด
ถ้าเกิดว่าสูบบุหรี่ก็ต้องงดสูบบุหรี่
ถ้ามีการใส่ฟันปลอมบริเวณนั้นจะต้องมีการงดใส่ก่อนช่วงแรก
หรือว่าอาจจะต้องใส่เฉพาะเวลาที่จำเป็น ไม่ใส่เคี้ยวอาหาร
เนื่องจากฟันปลอมสามารถกดบริเวณที่ปลูกกระดูก
ทำให้เกิดการแตกของแผล การปลูกกระดูกที่ทำไปก็อาจจะล้มเหลวได้ นอกจากนี้ร่างกายคนเราก็มีการหาย หรือการเสริมสร้างต่างกัน ปริมาณกระดูกที่ได้ในแต่ละคน บางทีก็ไม่เท่ากัน

หลังการปลูกกระดูกเทียม

ฉะนั้น เมื่อเราผ่านการปลูกกระดูกมาแล้ว ก่อนที่จะมีการฝังรากเทียม คุณหมอก็จะมีการประเมินว่า ปริมาณกระดูกที่ได้เพียงพอหรือยังถ้าเกิดเพียงพอต่อการฝังรากเทียมแล้ว เราก็จะสามารถฝังได้ โดยอาจจะต้องมีการเสริมกระดูกเพิ่มเติมในกระบวนการ พร้อมกับการฝังรากเทียมไป

ที่คลินิกทันตกรรม BPDC ของเรามีทีมทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ ด้านการรักษารากฟันเทียม วัสดุรากฟันเทียมมาตรฐานยุโรป รวมถึงมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมี Software CAD / CAM Dentistry ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำรากฟันเทียมให้ดียิ่งขึ้น

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทำรากฟันเทียม

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

www.bpdcdental.com

BPDC #คลินิกทันตกรรม #รากฟันเทียม #รักษารากฟันเทียม #CadCam

ขั้นตอนการจัดฟัน

ขั้นตอนการจัดฟัน

ฟันของแต่ละคนมีการเรียงตัวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างฟัน ขนาดฟัน ฟันเขี้ยว ฟันเก ฟันเหยิน ฟันซ้อน ฟันห่าง สบฟันไม่ดี รวมถึงความสัมพันธ์ของขากรรไกรฟัน ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ขาดความมั่นใจ รวมถึงบุคลิกภาพไม่ดี  การจัดฟันจึงเป็นการรักษาและแก้ไขปัญหาของฟันเรียงตัวไม่เหมาะสม เพื่อให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้การจัดฟันยังช่วยลดปัญหาการเคี้ยวอาหาร ช่วยให้เคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับผู้จัดฟันเนื่องจากฟันมีการเรียงตัวเป็นระเบียบ สวยงาม นอกจากนี้ยังช่วยให้โครงสร้างฟันมีการเรียงตัวเป็นระเบียบช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และป้องกันการเกิดฟันผุและโรคเหงือกด้วย

ขั้นตอนการจัดฟัน

  1. ปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันเพื่อวางแผนการรักษา ฟังคำแนะนำ แนวทางการรักษา รวมถึงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการรักษา
  2. หากต้องการจัดฟัน ทางทันตแพยทย์จะส่งตัวไป X Ray ฟันเพื่อจัดฟัน หลังจากนั้นจึงพิมพ์ปากแบบจำลองฟันเรา เพื่อดูสบฟัน แล้วนำมาวางแผนการรักษา
  3. ก่อนจัดฟัน จะมีการเคลียร์ช่องปากก่อน เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของผู้จัดฟัน
  4. หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดหมายเพื่อทำการติดตั้งเครื่องมือจัดฟัน โดยทางทันตแพทย์อาจเลือกติดตั้งเครื่องมือบน หรือล่างก่อน เพื่อดูการเคลื่อนที่ของฟัน เพื่อประกอบการวางแผนรักษา
  5. หลังจากนั้น ทางทันตแพทย์จัดฟันจะนัดทุกๆ 1 เดือนเพื่อปรับเครื่องมือจัดฟัน โดยใช้เวลาการรักษา 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพฟันและปัญหาของผู้จัดฟัน

ข้อแนะนำ ควรหมั่นแปรงฟันให้สะอาด หรือขูดหินปูนทุก 6 เดือน เพราะการใส่เหล็กจัดฟันอาจทำให้ทำความสะอาดฟันไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดปัญหาเหงือกบวม หรืออักเสบ รวมถึงฟันผุได้

  1. เมื่อทำการรักษาเสร็จสิ้น ทันตแพทย์จะถอดเครื่องมือจัดฟัน และทำรีเทนเนอร์ให้ใส่เพื่อคงสภาพฟันไว้  ระยะเวลาการใส่รีเทนเนอร์ขึ้นอยู่กับผู้รับบริการแต่ละราย  และควรกลับมารับการตรวจเช็คประจำทุกปี หลังจัดฟันแล้วเสร็จ พร้อมนำรีเทนเนอร์ มาตรวจความสมบูรณ์ด้วย

 

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

5-ข้อดีของการขูดหินปูน

5 ข้อดีของการขูดหินปูน

คราบหินปูน  คือคราบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียรวมตัวกับโปรตีนหรือเศษอาหารกลายเป็นแผ่นจุลินทรีย์เกาะตามขอบฟันที่ติดกับเหงือก เมื่อทับถมกันมากเข้าก็จะมีลักษณะเป็นคราบหินปูน และเกาะแน่นที่ฟันจนอาจทำให้เกิดโรคปริทันต์ หรือโรคเหงือกได้   ดังนั้นเราต้องทำการขูดหินปูน  แต่รู้ไหมว่าข้อดีของการขูดหินปูน มีอะไรบ้าง

5 ข้อดีของการขูดหินปูน

  1. สุขภาพช่องปากแข็งแรง

อย่างที่ทราบกันดีว่าคราบหินปูนเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุ โรคเหงือก อาจเกิดเลือดไหลขณะแปรงฟัน เหงือกร่น หรือเหงือกบวม  การขูดหินปูนช่วยทำให้สุขภาพในช่องปากของเราแข็งแรงขึ้น

  1. เสริมสร้างความมั่นใจ

คราบหินปูนที่ก่อตัวขึ้นที่ฟันเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเหลือง การยิ้มแล้วฟันเหลืองทำให้เสียความมั่นใจ ดังนั้นถ้าเราขูดหินปูนช่วยให้เรายิ้มได้อย่างมั่นใจ

  1. ฟันแข็งแรงกินอะไรก็อร่อย

การมีคราบหินปูนหรือคราบพลัคสะสมอยู่ที่ฟันเป็นจำนวนมาก เวลารับประทานอาหารทำให้การรับรู้รสชาติของอาหารที่อาจลดน้อยลง นอกจากนี้แล้วการมีคราบหินปูนยังทำให้เหงือกบวมและฟันสึกกร่อนได้  การขูดหินปูนทำให้เราสามารถรับรู้รสชาติอาหารที่กินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ช่วยให้ฟันมีอายุการใช้งานได้ยาวขึ้น

การดูแลรักษาฟัน ไม่ให้มีคราบหินปูนมาเกาะ ช่วยให้รากฟันและเหงือกแข็งแรง ทำให้ฟันไม่สึกกร่อน และฟันผุ   เราจึงมีฟันที่อยู่กับเราไปได้จนแก่

  1. ส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดี

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนที่ยิ้มฟันขาวสะอาดจะมีความมั่นใจกว่าคนที่ยิ้มแล้วมีคราบหินปูนเกาะตามฟัน และส่งเสริมให้มีความมั่นใจในการพบปะผู้คนอีกด้วย นอกจานี้ มีการสำรวจพบว่าผู้ที่มีหินปูนเกาะติดฟันเป็นจำนวนมากมักมีกลิ่นปาก หากอ้าปากพูดอาจทำให้เสียบุคลิกภาพได้

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

ฟันปลอมมีกี่แบบ

ฟันปลอมมีกี่แบบ

ฟันปลอมสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ ฟันปลอมชนิดถอดได้ และชนิดติดแน่น

  1. ฟันปลอมชนิดถอดได้

    ฟันปลอมชนิดถอดได้เป็นฟันปลอมที่ต้องอาศัยการใช้ตะขอเพื่อช่วยยึดเกาะฟันปลอมกับฐานฟันปลอม ฟันปลอมชนิดนี้จะมีราคาถูกกว่าฟันปลอมชนิดติดแน่น เนื่องจากสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย  ในช่วงเริ่มแรกของการใส่ต้องปรับตัวให้เคยชินกับการใส่   ข้อแนะนำสำหรับฟันปลอมชนิดนี้ คือ ห้ามใส่นอน (ไม่ว่าจะนอนกลางวันหรือนอนกลางคืน)  โดยก่อนนอนให้ถอดล้างทำความสะอาด และแช่ในภาชนะที่มีน้ำทุกครั้ง
ฟันปลอมชนิดนี้ สามารถแบ่งได้ตามวัสดุที่ใช้ทำฐานฟันปลอม โดยแยกย่อยได้อีก 2 ชนิดคือ

1.1 ฟันปลอมถอดได้ฐานโลหะ

ฟันปลอมแบบนี้มีตัวฐานเป็นโลหะ   และมีฟันเป็นพลาสติกพิเศษที่มีสีและลักษณะใกล้เคียงกับฟันข้างเคียง

ข้อดี  มีความทนทานกว่าแบบฐานพลาสติก  ใส่สบายกว่าเนื่องจากบางและเล็ก

ข้อเสีย  ราคาสูงกว่าแบบฐานพลาสติก  ถ้ามีการชำรุดแตกหัก จะซ่อมแซมได้ยากกว่า

1.2 ฟันปลอมถอดได้ฐานพลาสติก

ฟันปลอมแบบนี้มีฐานและฟันเป็นพลาสติกพิเศษ ฐานมีสีชมพูคล้ายเหงือก  และตัวฟันก็มีสีและลักษณะใกล้เคียงกับฟันข้างเคียง

ข้อดี ราคาถูก หากต้องการเติมซี่ฟัน สามารถทำได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย  ไม่แข็งแรง ทนทาน   ตัวฐานมีขนาดใหญ่และหนากว่าฟันปลอมถอดได้ฐานโลหะ

2.ฟันปลอมชนิดติดแน่น

ฟันปลอมชนิดติดแน่นเป็นฟันปลอมที่อาศัยการยึดฟันธรรมชาติโดยการกรอฟันให้เล็กลง และทำการครอบฟันให้ติดกับตัวฟันปลอม

ฟันปลอมแบบติดแน่นเป็นฟันปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมฟันที่สูญเสียไปไม่มาก หรือเพียงซี่ใดซี่หนึ่ง เรียกว่า การครอบฟัน ซึ่งฟันปลอมแบบนี้ ยังมีด้วยกันอีก  3  แบบ

2.1 ครอบฟัน

ส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีที่มีการสูญเสียส่วนของฟันไปมากๆ ไม่สามารถบูรณะด้วยการอุดโดยตรงได้ (ฟันปลอมติดแน่นไม่ได้ทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียจากการถอนฟัน)
         2.2 สะพานฟัน

ใช้เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไปไม่กี่ซี่(ช่องว่างขนาดไม่ใหญ่) จะต้องมีการกรอเคลือบฟันและเนื้อฟัน (ที่ยังดีๆอยู่) ของฟันข้างเคียง (ปกติมักเป็นตำแหน่งหัวและท้ายของช่องว่าง) เพื่อใช้เป็นหลักยึดให้กับสะพานฟัน
2.3 รากเทียม

เป็นการเลียนแบบฟันธรรมชาติ ฟันปลอมชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟันปลอมที่ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ  ใช้เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยการฝังโลหะไทเทเนียมที่มีลักษณะคล้ายรากฟันเข้าไปในกระดูก (เพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติ) จากนั้นจึงบูรณะด้วยการครอบฟันหรือสะพานฟันทับบนรากเทียมนั้นต่อไป

ข้อดี  เสริมสร้างความมั่นใจ สามารถเคี้ยวอาหารได้ดีและมีประสิทธิภาพ  ไม่หลุด

ข้อเสีย วิธีการทำความสะอาดยุ่งยากกว่า  ราคาแพงกว่า

การเลือกลักษณะฟันปลอมที่เหมาะสมกับเรา ไม่ว่าจะเป็นฟันปลอมแบบถอดได้หรือฟันปลอมแบบติดแน่น เราสามารถเลือกตามความเหมาะสมและตามกำลังทรัพย์ของเรา  นอกจากนั้นเราต้องเลือกคลินิกทันตกรรมหรือโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ และมีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้วยนะคะ

 

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

ข้อดีของการจัดฟัน

ข้อดีของการจัดฟัน

ข้อดีของการจัดฟัน

การจัดฟัน  เป็นสาขาหนึ่งทางทันตกรรมที่แยกเฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย ป้องกันและรักษาความผิดปกติการขึ้นของฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมและมีระบบบดเคี้ยวดีขึ้น  การรักษาส่วนใหญ่จะใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันและสบฟันที่ผิดปกติ  นอกจากนี้ยังช่วยปรับโครงสร้างและรูปร่างใบหน้าให้ดีและสวยงามขึ้น  การจัดฟันสามารถทำได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่   

        ข้อดีของการจัดฟัน

  1. เพื่อความสวยงามและเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี การมีรอยยิ้มที่สวยงามจะทำให้เจ้าของรอยยิ้มมีบุคลิกที่ดี กล้าแสดงออก และมีเสน่ห์ ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันที่มีการใช้รูปร่างหน้าตา บุคลิกในการประกอบอาชีพ  คนที่มีรอยยิ้มและบุคลิกภาพที่ดีมักได้รับโอกาสที่ดีมากกว่า  ดังนั้นการจัดฟันจึงถือเป็นเรื่องที่น่าลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
  2. เพิ่มประสิทธิภาพให้กับฟัน เมื่อมีสบฟันที่ดีขึ้น จะช่วยเรื่องการเคี้ยวอาหารได้ละเอียดและดีขึ้นกว่าเดิม
  3. เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากและฟัน ทำให้สามารถทำความสะอาดฟันและช่องปากได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
  4. ช่วยลดการมีกลิ่นปาก เนื่องจากการแปรงฟันไม่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ฟันเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ การจัดฟันช่วยลดปัญหากลิ่นปาก
  5. ปรับเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนมีระเบียบวินัย
  6. โครงหน้าเข้ารูปและดูดีมากขึ้น หรือหน้าดูเรียวมากขึ้น
  7. การจัดฟันเป็นแฟชั่นที่อินเทรนด์ และช่วยเพิ่มจุดเด่นให้คนอื่นจำเราได้ง่ายขึ้น
  8. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากการจัดฟันทำให้ต้องพิถีพิถันในการเลือกกินอาหาร ทำให้ช่วงเวลาที่จัดฟันอาจมีน้ำหนักลดลง
  9. ในผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันห่างหรือฟันมีลักษณะการสบฟันหน้าแบบสบเปิด (กัดเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ขาด) หลังจัดฟันเสร็จแล้ว จะช่วยให้มีการออกเสียงพูดได้ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเสียง “ส.เสือ”

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

เสียวฟัน ป้องกันได้

เสียวฟัน ป้องกันได้

 ทำไมจึงรู้สึกเสียวฟัน ?

อาการเสียวฟัน เกิดจากชั้นเนื้อฟันที่เคยมีเคลือบฟันอยู่หายไป และได้รับการกระตุ้นจากสิ่งกระตุ้นต่างๆ อาทิ น้ำเย็น อาหาร หวาน อาหารเปรี้ยว การแปรงฟัน หรือแม้แต่ลม แล้วส่งสัญญานไป ถึงโพรงประสาทฟันจนเกิดอาการเสียวฟัน ทั้งนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ ภาวะเหงือกอักเสบ หรือการแปรงฟันแรงเกินไป

วิธีป้องกันการเสียวฟัน

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการเสียวฟันนั้น เราต้องดูแลรักษาฟันและเหงือกให้แข็งแรงอยู่เสมอ และป้องกันไม่ให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลาย  วิธีการง่ายๆ สามารถทำได้โดย

  • แปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธี วันละ 2 ครั้ง โดยต้องเลือกแปรงสีฟันที่มีขนนุ่ม แปรงอย่างเบามือ และที่สำคัญต้องแปรงให้ถูกวิธี

การแปรงฟันรุนแรงเกินไป เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฟันสึก เหงือกร่น เหงือกบวม

การแปรงฟันผิดวิธี ทำให้กำจัดคราบจุลินทรีย์ออกไม่หมดและนำไปสู่การเกิดโรคเหงือกอักเสบ ทำให้กระดูกรอบๆเบ้าฟันละลายตัว นอกจากนี้อาจเกิดเหงือกร่นตามมาได้

  • ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวบ่อยๆ รวมไปถึงน้ำอัดลมด้วย หลังจากทานแล้ว ให้ดื่มน้ำเปล่าตามหรือบ้วนปาก ไม่แนะนำให้แปรงฟันทันทีหลังจากทานอาหารเปรี้ยวๆ เพราะในตอนนั้น ช่องปากจะมีสภาพเป็นกรด ถ้าหากแปรงฟันทันที ทำให้ฟันสึกได้
  • หมั่นพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟัน รวมถึงขูดหินปูนให้ฟันสะอาดและเหงือกแข็งแรง

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

ข้อดีของการใช้ไหมขัดฟัน

ข้อดีของการใช้ไหมขัดฟัน

การดูแลช่องปากนั้นไม่ได้มีแค่เพียงการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน
ก็ถือว่าเป็นการดูแลรักษาฟันของเราให้มีสุขภาพที่ดี ลดการเกิดเศษอาหารเข้ามาติดตามซอกฟันทำให้เกิดฟันผุ หรือมีกลิ่นปากได้ ซึ่งการใช้ไหมขัดฟันนั้นจะทำให้เข้าถึงพื้นที่ๆ เข้าถึงยากได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวันนี้เราจะมีข้อดีของการใช้ไหมขัดฟันมาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

ข้อดีของการใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ

จะช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ และป้องกันการสะสมของคราบจุลินทรีย์กำจัดเศษอาหารส่วนเกินที่คุณอาจไม่เห็นในกระจกหรือในบริเวณที่แปรงสีฟันไม่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันฟันผุและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเหงือกด้วย

แล้วเมื่อไหร่ควรเริ่มใช้ไหมขัดฟัน

จริงๆแล้วในต่างประเทศมีการฝึกให้ใช้ไหมขัดฟันกันตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ฟันน้ำนม ได้ตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป แต่ว่าในประเทศไทยนั้นค่อนข้างน้อยที่จะใช้ไหมขัดฟันกัน ซึ่งการใช้ไหมขัดฟันให้ทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เด็กๆมีสุขภาพฟันทีดี

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

home


ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

ยาสีฟันที่ดีต้องเลือกยังไง

ยาสีฟันที่ดีต้องเลือกยังไง

ในปัจจุบันยาสีฟันในประเทศไทยนั้นมีหลากหลายแบรนด์ หลายหลายรูปแบบทั้งของเด็กของผู้ใหญ่ สูตรต่างๆ มากมายหลากหลายทั้ง ชาเชียว เกลือ สมุนไพร มีให้เลือกมากมายในตลาด แต่ถามว่ายาสีฟันที่ดีที่สุดคืออะไร หลายๆ คนก็คงตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การใช้ยาสีฟันของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ความชอบในเรื่องของรสชาติ กลิ่น การรักษาสุขภาพฟัน ใช้แล้วไม่มีกลิ่นปาก ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการเลือกยาสีฟันที่ดีกันครับ

ประโยชน์ของยาสีฟันที่ดีคือ

– ยาสีฟันต้องมีฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นสารต้านแบคทีเรียที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่ให้ประโยชน์ในการต่อต้านการผุและความไวในการทำความสะอาดฟัน
– สารเคลือบฟัน ยาสีฟันที่ดีจะมีสารคอยเคลือบฟันควบคุมอาจมีไพโรฟอสเฟตซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบหินปูนบนฟัน ปกป้องยาวนาน
– ไวท์เทนนิ่ง: ยาสีฟันฟอกสีฟัน มีส่วนผสมของสารเคมีหรือสารกัดกร่อนเพื่อช่วยในการลบหรือป้องกันคราบไม่ให้ก่อตัวขึ้นบนฟัน เมื่อใช้เป็นประจำยาสีฟันไวท์เทนนิ่งสามารถลดการปรากฏของคราบและทำให้ฟันของคุณดูขาวขึ้น

ซึ่งในการเลือกยาสีฟันนั้น หลักๆ จะมีเกณฑ์ในการเลือกอยู่สามข้อ แต่อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ มันมีการแต่งกลิ่นแต่งรสชาติ ซึ่งแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะครับ

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายทำฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

home


ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

ฟันคุดควรผ่าออกหรือไม่

ฟันคุดควรผ่าออกหรือไม่

หลายๆคนอาจจะเคยพบปัญหาของฟันคุดกันเป็นจำนวนมากซึ่งไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ควรปล่อยไว้ไหม หรือว่า ควรไปผ่าเอาออก วันนี้ผมจะมาสรุปว่า ฟันคุดควรผ่าออกหรือควรทำยังไงกับมันดี

ฟันคุดคืออะไร

ฟันคุดคือฟันที่อยู่ด้านใน ด้านริม มีฟันอยู่ใต้เหงือก ฟันโผล่มาครึ่งซีก ฟันคุดเป็นฟันแท้ แต่งอกมาได้ไม่เต็มที่ หรือบางครั้งจะติดกับโครงกระดูกกรามของเรา ฟันคุดจะเกิดขึ้นประมาณช่วง 15 ปี ที่เริ่มเป็นฟันแท้ขึ้นมา เริ่มมีการใช้ฟันเยอะ

ปัญหาฟันคุด

– ส่งผลต่อการจัดฟัน จะทำให้จัดฟันไม่ได้
– เกิดอาการปวดบวมของฟันและเหงือก หรือเหงือกอักเสบได้
– ปล่อยไว้นานจะทำให้ฟันซี่อื่นๆ เกิดปัญหา เช่นฟันล้ม ฟันเก ฯลฯ
– เศษอาหารอาจจะเข้าไปติดในร่องได้ง่าย ทำให้เกิดฟันผุ

วิธีแก้ปัญหาฟันคุด

– ทำการผ่าเอาฟันคุดออก โดยการผ่าเหงือก

อาการหลังผ่าฟันคุด

– อาจมีไข้ขึ้นสูง
– มีการบวมอักเสบของเหงือก
– ทานอาหารไม่ได้
– มีเลือดออกเรื่อย ๆ ไม่หยุด

การผ่าเอาฟันคุดออกต้องได้รับการยืนยันและวิเคราะห์จากแพทย์ก่อน ว่าสามารถผ่าได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะผ่าก็ผ่าได้เลย เพราะมีผู้ป่วยบางโรคที่ทำการผ่าเอาฟันคุดออกไม่ได้ โรคเบาหวานระยะสุดท้าย โรคตับ โรงมะเร็งต่างๆ จะไม่สามารถทำการผ่าฟันคุดได้

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

home


ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)