ข้อควรรู้เกี่ยวกับยางจัดฟัน

คนจัดฟันต้องรู้! รวมข้อควรรู้เกี่ยวกับยางจัดฟัน มีกี่แบบ ทำไมต้องเปลี่ยน

คนจัดฟันต้องรู้! รวมข้อควรรู้เกี่ยวกับยางจัดฟัน มีกี่แบบ ทำไมต้องเปลี่ยน

สำหรับคนจัดฟันแล้ว อุปกรณ์ที่ใช้ติดเข้ากับฟันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นอกจากจะช่วยปรับและย้ายตำแหน่งของฟันให้อยู่ในจุดที่ถูกต้องแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากคือยางจัดฟัน ที่จะช่วยดึงให้ฟันของเราเข้าที่ได้ง่ายขึ้น แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะ ว่ายางจัดฟันมีกี่แบบ แล้วที่คนจัดฟันต้องไปเปลี่ยนยางกันอยู่ทุกเดือนมันจำเป็นขนาดไหน เรารวบรวมข้อควรรู้เกี่ยวกับยางจัดฟันมาฝากกัน

ทำความรู้จักยางจัดฟัน

ยางจัดฟัน คือตัวรัดแบล็กเกตกับลวดให้อยู่กับที่เพื่อทำให้ฟันเรียงตัวตามตำแหน่งที่ติดเครื่องมือจัดฟัน ซึ่งถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญที่มีส่วนในการปรับการเคลื่อนที่ของฟัน หากใครที่คิดจะจัดฟันก็จะต้องใส่ยางจัดฟันไว้ตลอดเวลาหรือใส่เฉพาะบางเวลา

ยางจัดฟันมีกี่แบบ

ในปัจจุบันคลินิกส่วนใหญ่จะมียางจัดฟันอยู่ 3 แบบ ซึ่งจะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  1. โอริง

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “โอริง” กันมาบ้าง โอริงหรือยางมัดเครื่องมือ ใช้กับการจัดฟันแบบโลหะ มีลักษณะเป็นห่วงกลม ๆ มีขนาดที่แตกต่างออกไปทั้งใหญ่และเล็ก บางอันอาจจะเป็นเส้นยาว มีความยืดหยุ่นน้อย ซึ่งโอริงจะทำหน้าที่ยึดระหว่างแบล็กเกตกับลวดเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ตัวลวดค่อย ๆ เคลื่อนฟันไปสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม

  1. เชน

เชน เป็นเครื่องมือจัดฟันที่ทำหน้าที่ปิดช่องว่างระหว่างฟัน หมายความว่าตัวเชนจะเป็นตัวทำให้ฟันเคลื่อนที่เข้าหากันและช่วยร่นระยะช่องห่างของฟัน ซึ่งจำนวนของเชนที่ใช้นั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพฟันและเงื่อนไขฟันของแต่ละบุคคล

  1. ยางดึงฟัน

ยางดึงฟันจะเป็นยางยืดที่ทำหน้าที่ยึดระหว่างขากรรไกรหรือระหว่างซี่ให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้วิธีการเกี่ยวยางไปในตำแหน่งต่าง ๆ ที่ต้องการปรับตำแหน่ง แต่จะเกี่ยวในแนวราบเพื่อป้องกันฟันเคลื่อนที่ในขณะที่กำลังนอนหลับ

ความสำคัญของยางจัดฟัน

นอกจากเรื่องสีสันที่สวยงามแล้ว ยางจัดฟันยังมีความสำคัญต่อการจัดระเบียบฟันให้เข้าที่อีกด้วย กล่าวคือยางจัดฟันจะช่วยให้ฟันเรียงตัวสวยและเคลื่อนที่ไปในตำแหน่งที่ติดเครื่องมือไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนฟันบนไปข้างหลังและเคลื่อนฟันล่างมาข้างหน้า หรือเคลื่อนฟันบนมาข้างหน้าและเคลื่อนฟันล่างไปข้างหลัง

ทำไมคนจัดฟันจะต้องเปลี่ยนยางจัดฟันทุกเดือน

หลายคนพอ ๆ จัด ๆ ฟันแล้ว รู้สึกขี้เกียจจะไปพบทันตแพทย์เพื่อเปลี่ยนยาว โดยหารู้ไม่ว่าการไม่เปลี่ยนยางในแต่ละเดือนจะเกิดผลเสียกับฟันมากกว่า เราต้องอย่าลืมว่าเราใส่ยางจัดฟันกันแบบ 24 ชั่วโมง ดังนั้นยางจัดฟันก็จะต้องมีเสื่อมสภาพกันบ้าง ตัวยางจะมีอาการล้าจากแรงดึงฟัน สูญเสียการยืดหยุ่น นั่นยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในการดึงฟันเพื่อเคลื่อนย้ายตำแหน่งเสียไป หรือตัวยางอาจจะมีการเปลี่ยนสีไป นำไปสู่การสะสมและก่อเชื้อโรคภายในช่องปากไปจนถึงระดับที่รุนแรงได้

ไม่เปลี่ยนยางจัดฟันได้ไหม

ไม่เปลี่ยนยางจัดฟันได้ค่ะ แต่แน่นอนว่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีตามมา เพราะอย่าลืมว่ายางจัดฟันมีอายุการใช้งาน เมื่อใช้ไปนาน ๆ ย่อมมีการเสื่อมสภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของฟัน อีกทั้งยังอาจจะทให้เกิดโรคภายในช่องปากอย่างโรคปริทันต์ นำไปสู่เหงือกอักเสบและสูญเสียฟันได้อีกด้วย

เห็นไหมล่ะคะ ว่ายางจัดฟันสำคัญมากสำหรับคนจัดฟันอย่างไรบ้าง ส่วนเราควรจะใช้ยางแบบไหนนั้น ทางทันตแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม รวมถึงเรื่องการเปลี่ยนยางก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาดอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#จัดฟัน #ยางจัดฟัน

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์ ไขทุกข้อสงสัยของคนจัดฟัน

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์ ไขทุกข้อสงสัยของคนจัดฟัน

ใครว่าความลำบากของคนจัดฟันจะอยู่แค่ที่ช่วงเวลาของการจัดฟัน ที่ต้องใช้เครื่องมือจัดฟันที่แสนจะทรมานและใช้ชีวิตยากลำบาก เพราะเมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว ความลำบากก็ยังไม่หมด เพราะยังต้องใส่ “รีเทนเนอร์” อุปกรณ์ประจำตัวที่คนจัดฟันเสร็จแล้วทุกคนต้องใส่แบบสม่ำเสมอ ซึ่งหลายคก็อาจจะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการใส่รีเทนเนอร์ หรือคนที่กำลังจะจัดฟันเสร็จ ต้องเตรียมตัวเลือกรีเทนเนอร์ เรารวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรีเทนเนอร์เอาไว้ที่นี่แล้ว

รีเทนเนอร์มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนดี?

สำหรับคนที่กำลังจะจัดฟันเสร็จ ก็คงมีแพลนเตรียมตัวที่จะต้องเลือกรีเทนเนอร์เอาไว้หลังจากนี้ ซึ่งก็ต้องมาเรียนรู้และทำความเข้าใจกันก่อนว่ารีเทนเนอร์ที่ใช้กันโดยทั่วไปแล้วจะมี 4 ประเภท ได้แก่

  1. รีเทนเนอร์แบบลวด

รีเทนเนอร์แบบลวดเป็นรีเทนเนอร์ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน มีลักษณะเป็นอะคริลิคพร้อมโครงลวดอาจจะมีสีพื้นหรือลวดลายต่าง ๆ โดยจะมีส่วนที่ใช้ยึดกับฟันที่เป็นเส้นลวด แล้วจึงมีอะคริลิคครอบทับอีกที
ข้อดี : ทำความสะอาดได้ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานประมาณ 2-3 ปี จึงสามารถที่จะคงสภาพฟันและการสบฟันได้เป็นอย่างดี หากมีปัญหา สามารถปรับแต่งได้ง่ายอีกด้วย อีกทั้งสีสันสวยงาม เลือกได้ตามใจชอบ
ข้อเสีย : สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เลยไม่สวยงามเท่าที่ควร มีขนาดใหญ่ ดูเทอะทะ ซึ่งหากใครที่ใส่รีเทนเนอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการออกเสียง พูดไม่ชัดบ้าง

  • รีเทนเนอร์แบบใส

รีเทนเนอร์แบบใส ก็เป็นรีเทนเนอร์อีกประเภทที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน จะมีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใส ที่จะล้อมฟันของเราเอาไว้ทั้งหมด ทั้งด้านนอกและด้านใน แต่จะไม่ครอบไปทั้งเพดานเหมือนแบบแรก มีความหนาไม่มาก จึงสามารถใส่ได้แบบสบาย ๆ
ข้อดี : ให้ความสวยงาม ความมั่นใจ ยิ้มแล้วไม่เห็นลวดเหมือนแบบแรก หมดปัญหาการออกเสียงไม่ชัด
ข้อเสีย : ทำความสะอาดได้ยาก อายุการใช้งานสั้นกว่าแบบลวดอยู่ที่ประมาณ ครึ่งปี – 1.5 ปี แตกหักหรือ
สึกหรอได้ง่ายในผู้ที่มีการนอนกัดฟัน และไม่สามารถคงสภาพฟันได้ดีเมื่อตัวรีเทนเนอร์เกิดการสึกหรอ

  • รีเทนเนอร์แบบติดแน่น

รีเทนเนอร์ประเภทนี้พบได้น้อยแต่ก็ยังมีบางคนใช้บ้าง จะเป็นรีเทนเนอร์ที่มีลักษณะลวดเส้นเดียวยึดติดกับด้านในของฟัน มักใช้ในกรณีที่ฟันมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนที่กลับมาได้ง่าย หรือใช้ยึดฟันสำหรับใส่ฟันปลอมในอนาคต
ข้อดี : สะดวกสบาย ไม่ต้องถอดเข้าถอดออก ป้องกันฟันล้มได้ดีมาก
ข้อเสีย : ทำความสะอาดได้ยากเพราะอยู่ด้านใน มีโอกาสหลุดได้ง่าย และต้องหมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อเช็คสภาพทุก 6 เดือน

  • รีเทนเนอร์แบบเหล็ก (ใส่กินข้าวได้)

ประเภทสุดท้ายเป็นรีเทนเนอร์แบบเหล็ก ที่จะช่วยให้จบปัญหารีเทนเนอร์หายได้อย่างดีเยี่ยม เพราะไม่ต้องถอดลืมหาย เหมาะมากสำหรับใครที่ขี้ลืม
ข้อดี : ใส่กินอาหารได้เลย ไม่ต้องคอยถอดเก็บ
ข้อเสีย : มีเวลาตอนกัดฟัน เมื่อฟันบนกับฟันล่างมาประกบกันสุดแล้ว อาจจะชนลวด ส่งผลกระทบกับตัวฟัน มีเจ็บฟันแน่นอน

เราควรเลือกรีเทนเนอร์แบบไหนดี?

คุณจะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่ากโอเคกับการใช้ชีวิตแบบไหน เช่น เลือกแบบลวด หากโอเคที่ยิ้มแล้วจะเห็นลวด เลือกแบบใส ใส่แล้วยิ้มสวย ไม่เห็นลวด แต่ต้องไปพบทันตแพทย์บ่อย ๆ

ทำไมจัดฟันเสร็จแล้วต้องใส่รีเทนเนอร์ จำเป็นขนาดไหน?

บางคนเข้าจ่าพอจัดฟันเสร็จแล้วก็จะสบาย นั่นเป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะเมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว คุณก็ยังต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อช่วยคงสภาพฟันไม่ให้เคลื่อน หากไม่ใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน ก็อาจทำให้ฟันล้ม แนวฟันบิดเบี้ยว หรือกลับกลายเป็นสภาพช่วงก่อนจัด

เราควรใส่รีเทนเนอร์นานแค่ไหน?

สำหรับระยะเวลาที่ควรใส่รีเทนเนอร์นั้นจะมากหรือน้อย ไม่สามารถระบุหรือฟันธงลงไปได้เลย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสภาพฟันของแต่ละบุคคลด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะเน้นช่วงแรก ๆ หลังจัดฟันเสร็จว่าควรใส่รีเทนเนอร์ทุกวัน เพราะสภาพกระดูกและเหงือกหุ้มฟันต้องใช้เวลาในการปรับสภาพให้เข้ากับตำแหน่งใหม่ หลังจากนั้นทันตแพทย์จะแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

เมื่อไหร่ถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนรีเทนเนอร์ใหม่?

โดยมากแล้วคนที่จะเปลี่ยนรีเทนเนอร์ใหม่คือจะพบปัญหาต่าง ๆ เช่น รีเทนเนอร์หาย ถอดและลืม, รีเทนเนอร์แตกหัก, ฟันเคลื่อนจนใส่ไม่พอดีจากการใส่รีเทนเนอร์ไม่สม่ำเสมอ

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่ารู้ที่คนจัดฟันสงสัยกันมาก เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมที่จะเลือกรีเทนเนอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานและใส่รีเทนเนอร์กันเป็นประจำด้วยนะคะ

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทำรีเทนเนอร์ #จัดฟัน

จัดฟัน invisalign คืออะไร

จัดฟัน invisalign คืออะไร

จัดฟัน invisalign คืออะไร

เดี๋ยวนี้ฟันไม่สวยก็ไม่น่ากังวลเพราะเราสามารถจัดฟันได้ แต่หลายครั้งการจัดฟันแบบโลหะที่ต้องติดเครื่องมือไว้กับฟัน ก็กลายเป็นอุปสรรคในการทำงานของใครหลายคน ที่อาจจะต้องใช้หน้าตา หรือกับบางคนที่รู้สึกว่าดูแลยาก ทำความสะอาดแต่ละทีก็แสนจะยากเย็น และหากดูแลไม่ดีพอ ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาช่องปากตามมาอีกด้วย ดังนั้นจึงมีนวัตกรรมที่มาตอบโจทย์ปัญหานี้โดยเฉพาะ ที่เราเรียกว่า “Invisalign” จัดฟันเหมือนไม่ได้จัด จะเป็นอย่างไร ไปทำความรู้จักพร้อมกันค่ะ

จัดฟัน Invisalign คืออะไร

จัดฟันแบบใส (Invisalign) เป็นการจัดฟันที่สามารถถอดได้ โดยผู้ทำสามารถทราบผลล่วงหน้าด้วยระบบการรักษา 3 มิติ เทคโนโลยี 3-D ที่ส่งข้อมูลฟันคนไข้ไปยังห้องปฏิบัติการที่ประเทศสหรัฐเพื่อทำการผลิตรูปแบบฟันออกมาเป็นแบบรายบุคคลทำให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพสูง

การจัดฟัน invisalign ดีกว่าการจัดฟันรูปแบบอื่นอย่างไร

  • ด้วยเครื่องมือแบบใส ทำให้ดูสวยงามกว่าการจัดฟันแบบธรรมดา ซึ่งเหมาะมากสำหรับใครที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าไปจัดฟันมา
  • มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย
  • ลดการเกิดแผลและการระคายเคืองภายในช่องปากจากเครื่องมือที่จะมาเกี่ยว
  • สามารถถอดออกได้ และทำความสะอาดฟันได้สะดวกมากขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาการสบฟันได้หลายประเภท
  • แก้ปัญหาฟันเก ฟันห่าง ตั้งแต่ความผิดปกติน้อย ๆ ไปยังความผิดปกติที่รุนแรง
  • ไม่ต้องเสียเวลาไปพบทันตแพทย์บ่อย ๆ

ประเภทของการจัดฟัน Invisalign

สำหรับการจัดฟัน Invisalign เราสามารถแยกประเภทย่อย ๆ ออกมาได้อีก 3 ประเภท ดังนี้

1. Invisalign Express การจัดฟันแบบใสประเภทนี้ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของการเรียงตัวของฟันเพียงเล็กน้อย หรือผู้ที่มีการคืนกลับของฟันภายหลังจากการจัดฟัน เนื่องจากไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์

2. Invisalign Lite การจัดฟันแบบใสประเภทนี้ใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือน เหมาะกับผู้ที่มีฟันห่าง ฟันซ้อนเก ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น

3. Invisalign Full การจัดฟันแบบใสประเภทนี้ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี สำหรับผู้ที่มีฟันซ้อนเก หรือความซับซ้อนค่อนข้างมาก อาจเป็นผู้ที่เคยจัดฟันมาก่อน

อายุเท่าไหร่จึงจะเหมาะที่จะจัดฟัน Invisalign

การจัดฟันแบบใสสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 12-13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้เริ่มขึ้นจนครับ และขากรรไกรเริ่มมีการเจริญเติบโต ทำให้การขยายหรือลดรูปร่างขากรรไกรเป็นไปได้ง่าย หรือจะรอให้มีการเจริญเติบโตเต็มที่ ช่วงอายุ 18 ปี ก็ได้เช่นกัน

ขั้นตอนในการจัดฟันแบบใส

1. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก พร้อมถ่ายภาพใบหน้า เอกซเรย์ พิมพ์ฟัน และทันตแพทย์จะวางแผนรักษาร่วมกับคนไข้

2. ใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3D เพื่อสร้างชุดเครื่องมือจัดฟัน ที่ความใส และบาง พอดีกับฟันแต่ละซี่ ซึ่งเราสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งก่อนและหลังการจัดฟันได้

3. จัดส่งทำเครื่องมือจัดฟันแบบใส พร้อมนัดคนไข้เข้ามาเพื่อเตรียมช่องปากและรับเครื่องมือจัดฟัน

4. คนไข้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบการใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสตามตารางที่ทันตแพทย์กำหนด

5. เมื่อจัดฟันแบบใสเสร็จแล้ว ควรใส่รีเทรนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันเหมือนการจัดฟันประเภทอื่น ๆ

การจัดฟัน Invisalign ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับใครที่ต้องการความสวยงามและดูแลง่าย รวมถึงมีกำลังมากพอจะจ่าย เพราะปลายทางของการจัดฟันก็ให้ผลที่คล้าย ๆ กัน นั่นคือการมีฟันที่เรียงตัวสวย และลดปัญหาต่าง ๆ ที่เคยมีลงไปได้ไม่มากก็น้อย และที่สำคัญการดูแลฟันให้ดีก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าคุณจะจัดฟันแบบไหนมาก็ตาม เพียงแค่แปรงฟันอย่างถูกวิธีก็สามารถช่วยดูแลฟันของเราได้แล้วค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ดัดฟัน #จัดฟัน

จัดฟันราคานักเรียนมีอยู่จริง

สวยได้ไม่ต้องจ่ายแพง จัดฟันราคานักเรียนมีอยู่จริง

สวยได้ไม่ต้องจ่ายแพง จัดฟันราคานักเรียนมีอยู่จริง

อยากสวย อยากหล่อ แต่ไม่อยากจ่ายแพง มันมีอยู่จริงไหม? นี่คงจะเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ โดยเฉพาะน้อง ๆ วัยเรียน นักเรียน นักศึกษา เป็นช่วงวัยที่สนใจเรื่องความสวยความงามมากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ แต่ติดปัญหาที่น้อง ๆ ยังไม่มีรายได้ของตัวเอง บวกกับค่าใช่จ่ายในการจัดฟันเดี๋ยวก็สูงเอาเรื่อง 3-4 หมื่น มันจะมีไหมที่ราคาหมื่นต้นๆ หรือจัดฟันราคานักเรียน เรามาดูกันค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้ราคาจัดฟันแพง

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าเพราะอะไรราคาค่าจัดฟันถึงแพง จนหลายคนกลัวที่จะจ่ายเงินหลักหลายหมื่นไปกับการจัดฟัน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาแพงมีดังนี้

  1. สถานที่ให้บริการ

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานที่ให้บริการมีผลต่อเรทราคาอย่างแน่นอน กล่าวคือ ในโรงพยาบาลรัฐราคาก็จะถูกกว่า อยู่ในช่วงราคาประมาณ 10,000 – 20,000 บาท แต่ราคาที่ถูกกว่าก็จะแลกมาด้วยระยะเวลาในการรอคอยค่ะ เพราะคิวโรงพยาบาลรัฐยาวและรอนานมาก ซึ่งโรงเรียนแพทย์ส่วนใหญ่มักจะให้นักศึกษาทันตแพทย์เป็นผู้ให้บริการ ส่วนคลินิกเอกชนทั่วไป ค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ก็แลกมาด้วยคิวที่ได้เร็ว โดยค่าใช้จ่ายจะเริ่มต้นที่ 40,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับวัสดุและรูปแบบของการจัดฟัน

  • วัสดุที่ใช้ในการจัดฟัน

อย่างที่เราได้พูดถึงคร่าว ๆ คือ การจัดฟันมีหลายรูปแบบ วัสดุที่แตกต่างกันย่อมส่งผลต่อราคาในการจัดฟันอย่างแน่นอน หากจะเอาเรทที่ถูกสุด ก็จะเป็นการจัดฟันแบบโลหะ หรือที่เราเห็นทั่ว ๆ ไป ที่จะมีโลหะเครื่องมือติดอยู่กับผิวฟันแบบไม่สามารถถอดออกเองได้

  • ราคาการเคลียร์ช่องปาก

แต่ละคนจะมีเงื่อนไขและข้อจำกัดของสภาพปัญหาช่องปากที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก่อนจะเริ่มจัดฟัน จะต้องมีการเคลียร์ช่องปากเพื่อแก้ปัญหาภายในช่องปาก หากใครพบปัญหาเยอะ ก็จะต้องเสียเงินในส่วนนี้ที่เยอะกว่า หลายคนสงสัยว่าไม่เคลียร์ได้ไหมช่องปาก ต้องบอกเลยว่าไม่ควรค่ะ เพราะเมื่อเราเริ่มจัดฟัน ติดเครื่องมือ การทำความสะอาดฟันจะเป็นไปได้ยากมาก หากใครมีปัญหาช่องปากอยู่แล้ว การไม่เคลียร์จะเท่ากับไปเพิ่มภาระให้กับฟันของเรา และอาจจะทำให้ผลลัพธ์แย่ลง รวมถึงอาการภายในช่องปากเป็นมากขึ้นได้ด้วยค่ะ

  • การจ่ายเงินค่าจัดฟัน

สถานบริการ โรงพยาบาล คลินิก จะมีรูปแบบการจ่ายเงินค่าจัดฟันที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางที่จะมีให้แบ่งจ่าย อาจจะแบ่งจ่ายตั้งแต่ครั้งแรก และผ่อนรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน จนครบยอดชำระ แต่บางที่ก็จะให้มัดจำก่อนครึ่งหนึ่ง บางที่จะให้จ่ายเป็นเงินก้อนเลยทีเดียว แน่นอนว่าหากใครอยากได้ราคานักเรียน แนะนำให้เลือกแบบแบ่งจ่ายดีกว่าค่ะ ซึ่งเรทช่วงราคาในการผ่อนจ่ายจะเริ่มต้นที่เดือนละ 1,000 – 2,000 บาท

  • คุณภาพของวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือ

อย่างที่เราทราบกันดีว่า วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นั่นแปลว่าต้นทุนของสถานบริการย่อมสูงตามไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนของเอกชนอย่างคลินิกทันตกรรมต่าง ๆ ที่ทางทันแพทย์จะต้องจ่ายเงินลงทุนซื้อมาเอง ราคาแลกมาด้วยคุณภาพและความปลอดภัย เพราะอย่าลืมว่าวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือนั้นจะต้องนำมาใช้ภายในช่องปาก จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุด

ดังนั้นหากน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาที่สนใจอยากจะจัดฟัน แต่ไม่อยากรบกวนผู้ปกครองมากเกินไป แนะนำให้เลือกทำที่โรงพยาบาลรัฐ การจัดฟันแบบโลหะ และแบ่งจ่าย ก็จะช่วยประหยัดเงินได้อีกมากเลยค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองให้มาก ๆ เพื่อลดภาระการเคลียร์และดูแลช่องปากในภายหลัง

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ดัดฟัน #จัดฟัน #จัดฟันนักเรียน

อยากมีฟันสวยต้องดู!! เปิดค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน

อยากมีฟันสวยต้องดู!! เปิดค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน

อยากมีฟันสวยต้องดู!! เปิดค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน

มีไหมคะ ใครที่กำลังเครียดและกังวลว่าจะมีเงินจ่ายค่าจัดฟันไหม จะแพงหรือเปล่า แต่ก็อยากสวย อยากหล่อ เพราะฉะนั้น เราก็ต้องหาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดฟัน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวให้พร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ รวมถึงเงินในกระเป๋า ใครที่อยากมีฟันสวยจะต้องไม่พลาดบทความนี้เลย

จัดฟันแพงไหม?

คำถามที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก เมื่อต้องถึงเวลาตัดสินใจจัดฟัน คือเรื่องของค่าใช้จ่าย จัดฟันแพงไหม? ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ค่าใช้จ่ายของการจัดฟันไม่ได้มีแค่เครื่องมือที่ใช้สำหรับจัดฟันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ เราจึงขออธิบายค่าใช้จ่ายตามขั้นตอนดังนี้

  1. พบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด พร้อมวางแผนการจัดฟัน รวมถึงการ X-ray ช่องปาก เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า ขากรรไกร และฟันทั้งปาก รวมถึงการพิมพ์ช่องปาก ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 – 3,000 บาท
  2. เคลียร์ช่องปาก ขั้นตอนนี้เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อจะนำไปสู่ขั้นตอนของการจัดฟันและติดเครื่องมือซึ่งแต่ละบุคคลก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป เช่น อุดฟันผุ ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด ฯลฯ โดยจะมีค่าใช้จ่ายราว ๆ 1,000 – 8,000 บาท
  3. ติดเครื่องมือจัดฟัน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายครั้งแรกในแต่ละคลินิกก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไปค่ะ บางแห่งก็แบ่งจ่าย แต่บางแห่งก็ต้องจ่ายเป็นเงินก้อนทีเดียว หากเป็นกรณีแบ่งจ่ายจะเริ่มต้นค่าใช้จ่ายประมาณ  1,500 – 3,000 บาท ส่วนราคาเงินก้อนเริ่มต้น 38,000 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดฟัน ซึ่งจะมีปัจจัยข้อดีข้อเสียและระยะเวลาในการจัดที่แตกต่างกันออกไป

จัดฟันครั้งแรกปวดกี่วันถึงจะหาย

สำหรับใครที่สงสัยว่า จัดฟันครั้งแรกปวดไหม บอกเลยว่าอาการปวดมากน้อยแต่ละคนแตกต่างกันออกไป แต่มีอาการปวดแน่นอนค่ะ จึงมีคำถามตามมาอีกว่าถ้าปวดจะปวดต่อไปอีกกี่วัน การปวดฟันหลังการจัดฟันมีสาเหตุมาจากการติดหรือปรับเครื่องมือจัดฟัน ใหม่ ๆ หลอดเลือดถูกกดจากแรงดัดฟัน จึงทำให้รู้สึกเจ็บ ซึ่งอาการปวด เหล่านี้จะค่อยดีขึ้นภายใน 3-5 วัน ช่วงที่รู้สึกปวด สามารถทานยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดได้ และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยง การเคี้ยวอาหารที่แข็งและเหนียว เพราะจะทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดได้

จัดฟันต้องถอนฟันไหม

นี่คือหนึ่งในคำถามที่มีคนสงสัยกันมากที่สุด ซึ่งอาจจะเคยเห็นบางคนก็ต้องถอนฟัน บางคนก็ไม่ต้อง ทั้งที่ใครจะถูกถอนหรือไม่ จะต้องให้ทันตแพทย์ตรวจสภาพช่องปากและฟัน ด้วยการถ่ายภาพเอกซเรย์ฟันเพื่อดูโครงสร้างของใบหน้าและขากรรไกร ทำแบบหล่อปูนจำลองฟันอย่างละเอียด ก่อนถึงจะวิเคราะห์ได้ว่าในแต่ละรายจำเป็นต้องถอนฟันหรือไม่ แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับความผิดปกติของคนไข้แต่ละคน ถ้าจำเป็นต้องถอน ทันตแพทย์จะแจ้งอีกครั้งพร้อมระบุจำนวนซี่ในการถอน ถอนซี่ใดบ้าง จากนั้นจะมีการวางแผนขั้นตอนการรักษาตามลำดับ

ค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน เราสามารถวางแผน พร้อมคิดไว้ล่วงหน้าได้ว่าเราต้องการจัดฟันในรูปแบบใด ซึ่งแต่ละแบบก็มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป เช่น

  • การจัดฟันแบบโลหะ มีช่วงราคาอยู่ที่ 38,000 – 47,000 บาท
  • การจัดฟันแบบดามอน มีช่วงราคาอยู่ที่ 76,000 – 78,000 บาท
  • การจัดฟันแบบใส Invisalign มีช่วงราคาอยู่ที่ 60,000 – 150,000 บาท

ดังนั้นหากใครอยากมีฟันสวย ก็จะต้องวางแผนค่าใช้จ่ายเอาไว้ให้ดี ๆ เลยค่ะ เลือกรูปแบบการจัดฟันพร้อมค่าใช้จ่ายที่คิดว่าเรามีกำลังมากพอจะจ่าย เพราะหากเราเลือกรูปแบบที่ค่าใช้จ่ายเกินกำลัง ก็จะส่งผลต่อแผนการจัดฟันในอนาคต อาจจะต้องหยุดไป ทำไม่ต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะไม่เป็นไปตามที่หวัง

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ดัดฟัน #จัดฟัน

ฟันห่าง รักษาได้จริงไหม โดยไม่ต้องจัดฟัน

ฟันห่าง รักษาได้จริงไหม โดยไม่ต้องจัดฟัน

ใครเคยมีประสบการณ์ “ฟันห่าง” จะรู้ว่าเป็นปัญหาที่กวนใจไม่น้อยเลยค่ะ บางคนถึงกับเสียความมั่นใจในการถ่ายรูปหรือยิ้ม บางคนพยายามต้องคอยใช้ลิ้นดุนเวลายิ้ม เพราะจะได้ไม่เห็นช่องว่างระหว่างฟันชัดเจน ซึ่งหากเป็นฟันหน้าก็จะเป็นอุปสรรคในการรับประทานอาหาร เศษอาหารมักจะเข้าไปติดจนทำให้เกิดปัญหาช่องปากตามมาได้ ซึ่งการแก้ปัญหา หลายคนนึกออกแต่การจัดฟัน แน่นอนว่าบางคนก็ไม่อยากจะจัดฟัน แล้วแบบนี้ ฟันห่าง ถ้าไม่จัดฟันจะรักษาได้จริงไหม

ฟันห่าง เป็นแบบไหน

ฟันห่าง คือ ช่องว่างระหว่างฟันที่กว้างมากกว่า 0.5 มม. เกิดขึ้นได้กับฟันทุกซี่ แต่ส่วนใหญ่มักอยู่บริเวณระหว่างฟันหน้าสองซี่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน ฟันห่างพบได้ทั้งในเด็กเเละผู้ใหญ่

ฟันห่าง เกิดจากอะไรได้บ้าง

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าทำไมฟันถึงห่าง มันห่างได้เอง หรือมีปัจจัยอะไรไปกระตุ้นให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันขึ้นมา ซึ่งก็มีอยู่หลายสาเหตุดังนี้

  1. ขากรรไกรและขนาดของซี่ฟันไม่สมดุลกัน กล่าวคือ ฟันอาจจะมีขนาดที่เล็กเมื่อเทียบกับขากรรไกรที่ใหญ่ ทำให้เหลือช่องว่างระหว่างฟันมากกว่าปกติ
  2. การสูญเสียฟันบางซี่ ก็สามารถทำให้ฟันห่างได้ ไม่ว่าจะเป็น ฟันล้มจากการถอน หรือในเด็กที่เมื่อฟันหลุดก็สามารถเกิดฟันห่างแบบชั่วคราวจนกว่าฟันแท้จะขึ้นได้
  3. เนื้อเยื้อยึดระหว่างริมฝีปากกับสันเหงือกที่มีลักษณะหนาและแข็งกว่าปกติ ทำให้ขวางระหว่างซี่ฟัน และทำให้เกิดช่องว่างระหว่างซี่ฟันได้
  4. พฤติกรรมบางอย่าง เช่น การดูดนิ้วโป้ง การดูดปาก ดุนลิ้น ที่จะไปสร้างแรงดันที่ฟันหน้า สามารถนำไปสู่ฟันห่างได้เช่นกัน
  5. ปัญหาการกลืน ใครจะคิดว่าการกลืนจะทำให้ฟันห่างได้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จริง ๆ ค่ะ คนปกติ เมื่อกลืนอาหาร ลิ้นจะแตะเพดานปาก เกิดเป็นแรงดันจากลิ้นที่เพดานปาก แต่ในคนที่ผิดปกติ จะเกิดเเรงกดลิ้นกับฟันหน้าขึ้นเเทน เมื่อผ่านไปแรงกดนี้ซ้ำ ๆ เมื่อเวลาผ่านไป จะผลักไปข้างหน้าทำให้ฟันห่างได้

วิธีการรักษาฟันห่าง

ไม่ใช่ทุกคนจะอยากจัดฟันหรือพร้อมที่จะจัดกัน แต่ทว่าพอมีฟันห่าง หลายคนกลับนึกถึงแค่วิธีจัดฟันอย่างเดียว ต้องบอกเลยว่าจริง ๆ แล้วยังมีวิธีช่วยให้ฟันห่างกลับมาชิดกันได้โดยไม่ต้องจัดฟันจริง ๆ ค่ะ มีวิธีดังนี้

  1. การอุดปิดช่องว่างระหว่างฟัน

วิธีนี้สามารถรักษาฟันห่างได้โดยการใช้วัสดุอุดฟันคอมโพสิตเรชิ่นที่มีสีเหมือนฟันธรรมชาติมาช่วย

เสริมเข้าไปบริเวณช่องว่างระหว่างฟัน โดยทันตแพทย์จะเลือกสีของวัสดุอุดฟันให้ใกล้เคียงกับสีฟันเดิมและสร้างรูปร่างให้เรียบเนียนเข้ากับฟันธรรมชาติ ซึ่งทำให้คนอื่นไม่สามารถรู้ได้ว่าฟันซี่นั้นเป็นฟันที่มีการอุดปิดไว้ นอกจากนี้ การอุดปิดช่องว่างยังช่วยรักษาปัญหาฟันบิ่นได้ด้วยค่ะ ข้อดีคือราคาไม่แพง ใช้เวลาไม่นาน โดยสามารถอุดได้ทันที

  • การทำวีเนียร์

การทำวีเนียร์ เป็นการรักษาฟันห่างแบบเติมเต็มรอยยิ้ม โดยใช้เรซินเป็นวัสดุ ปิดทับบริเวณผิวหน้าของ

ฟัน ช่วยปิดบังสีฟันที่ไม่สม่ำเสมอและฟันที่มีรูปร่างไม่สวยงาม รวมถึงฟันที่มีช่องว่างระหว่างฟัน ให้รอยยิ้มสวย ฟันขาวยิ่งขึ้น ข้อเสียของการทำวีเนียร์คือราคาต่อซี่ค่อนข้างสูง

  • การทำรากฟันเทียมหรือสะพานฟัน

วิธีนี้ใช้รักษาฟันห่างได้เช่นกัน แต่ได้รับความนิยมน้อยกว่าสองวิธีแรก เหมาะสำหรับผู้ที่สูญเสียฟัน

โดยการใช้สกรูโลหะเข้าไปในกระดูกขากรรไกรและยึดเข้ากับฟันปลอม

เห็นไหมล่ะคะ ว่าการรักษาฟันห่างสามารถทำได้มากมายหลายวิธี โดยที่ไม่จำเป็นต้องจัดฟันเลย ซึ่งหากใครสนใจวิธีไหน ให้ลองขอคำปรึกษาจากทันตแพทย์ได้เลย

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ฟันห่าง #จัดฟัน

เคลียร์ช่องปากคืออะไร สำคัญกับการจัดฟันจริงหรือไม่

เคลียร์ช่องปากคืออะไร สำคัญกับการจัดฟันจริงหรือไม่

เคลียร์ช่องปากคืออะไร สำคัญกับการจัดฟันจริงหรือไม่

เราต้องเคยได้ยินกันมาบ้างล่ะค่ะ ว่าก่อนจัดฟันจะต้อง “เคลียร์ช่องปาก” แล้วเคลียร์ช่องปาก คืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง แล้วคนที่จะจัดฟัน การเคลียร์ช่องปากจำเป็นมากไหม อยากจัดฟัน แต่ไม่เคลียร์ช่องปากได้หรือเปล่า เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามมากมายเหล่านี้อยู่ในใจ แต่ไม่รู้ว่าจะไปถามใครดี วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อสงสัยเกี่ยวกับการเคลียร์ช่องปากมาฝากกันค่ะ

เคลียร์ช่องปาก คืออะไร ?

เคลียร์ช่องปาก คือ การเตรียมเหงือกและฟันของเราให้พร้อมสำหรับการจัดฟัน เป็นการกำจัดปัญหาที่อาจส่งผลต่อแผนการจัดฟันของเราในอนาคต โดยทันตแพทย์จะทำการตรวจช่องปาก เพื่อดูสภาพฟันและเหงือกว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เช่น เช็คฟันผุ ขูดหินปูน รวมถึงการ X-ray ฟัน และพิมพ์ฟัน เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า

เคลียร์ช่องปาก ต้องทำอะไรบ้าง ?

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่า การเคลียร์ช่องปากคือการเตรียมสภาพช่องปากของฟันและเหงือกก่อนเริ่มจัดฟัน นั่นแปลว่า ทันตแพทย์จะต้องเช็คสุขภาพช่องปากของเราทั้งปาก ซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้

  1. ตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียด

ทันตแพทย์จะตรวจเช็คช่องปากโดยละเอียด เพื่อดูว่ามีฟันผุ ฟันคุด เหงือกอักเสบ หรือปัญหาด้าน

อื่น ๆ ภายในช่องปากหรือไม่ หากพบปัญหาก็จะต้องไปรักษาตามจุดที่เป็นปัญหานั้นก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในระยะยาว หากต้องจัดฟัน

  • อุดฟัน

จากข้อ 1 เมื่อเรามารับการเคลียร์ช่องปาก ตรวจสุขภาพช่องปากแล้วพบว่า มีฟันผุ ทันตแพทย์จะ

แนะนำให้อุดฟันที่ผุก่อน ไม่ว่าฟันนั้นจะผุมากหรือผุน้อย เพราะหากปล่อยฟันผุเอาไว้ ไม่รับการรักษาก่อนจัดฟัน ฟันผุนั้นอาจจะมาขัดขวางการจัดฟัน หรือสร้างปัญหาระหว่างการจัดฟันในระยะยาวได้ ยิ่งไปกว่านั้น การจัดฟันจะต้องติดเครื่องมือจัดฟัน การทำความสะอาดฟันจะยิ่งทำได้ยากมากขึ้น หากมีฟันที่ผุอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รับการอุด ก็จะยิ่งส่งผลเสีย อย่างฟันผุมากขึ้น หรือรอยผุลุกลามเข้าที่รากฟัน จนอาจจะเสียฟันซี่นั้นไป และยังต้องเสียค่ารักษาสูงอีกด้วย

  • ขูดหินปูน

การเคลียร์ช่องปากอย่างต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การขูดหินปูน ซึ่งหินปูนคือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้

เกิดปัญหาช่องปากตามมาอีกหลายโรค เมื่อเราจัดฟัน ก่อนเราติดเครื่องมือจัดฟัน เราจะต้องทำความสะอาดผิวฟันให้สะอาดเสียก่อน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรีย โดยพอเราติดเครื่องมือจัดฟันไปแล้ว การทำความสะอาดฟันจะกลายเป็นเรื่องยากขึ้น หากเราทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ โอกาสจะเกิดคราบหินปูนก็ง่ายขึ้นด้วย ทันตแพทย์จึงแนะนำให้ขูดหินปูนก่อนการจัดฟัน และควรขูดหินปูนเป็นระยะ ๆ อีกด้วย

  • การผ่าฟันคุด

ในกรณีที่เมื่อตรวจเช็คฟันแล้วพบฟันคุด ควรพิจารณาการถอนหรือผ่าจะดีกว่าค่ะ เพราะฟันคุดคือฟัน

ที่ขึ้นไม่ปกติตามธรรมชาติของฟันที่ควรจะขึ้น บางคนอาจจะพบกรณีที่ฟันพยายามแทงตัวเองขึ้นมา แต่ขึ้นมาไม่ได้ เนื่องจากขึ้นช้ากว่าซี่อื่น จึงไม่เหลือพื้นที่ให้ขึ้นมาได้ ส่งผลให้เหงือกบริเวณนั้นอักเสบ แต่บางคนก็ไม่พบอาการอะไร นอกจากมีฟันบางส่วนขึ้นมาแล้ว ดังนั้น ฟันคุดจึงเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ การเคลียร์ช่องปากด้วยการผ่าฟันคุดจึงเป็นทางออกที่ดี หากใครที่คิดจะจัดฟัน เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลา หากระหว่างจัดฟันไปแล้วพบว่าฟันคุดพยายามดันฟันซี่อื่น ๆ นั่นก็จะส่งผลต่อฟันซี่ข้าง ๆ

  • ถอนฟัน

สำหรับข้อนี้ ก็เป็นประเด็นที่หลายคนสงสัยในการเคลียร์ช่องปากว่า ทำไมบางคนถอนฟัน บางคนก็ไม่

ถอน ซึ่งการถอนฟันหรือไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างและการเรียงตัวของฟันว่ามีปัญหาการเรียงตัวมากน้อยเพียงใด รวมถึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทันตแพทย์ว่าจะมีแผนการรักษาอย่างไร

ดังนั้น สรุปได้ว่าการเคลียร์ช่องปากสำคัญกับการจัดฟันจริงค่ะ ซึ่งเราอาจจะไม่จำเป็นต้องเคลียร์ช่องปาก
รวดเดียวก็ได้ หากวางแผนที่จะจัดฟัน แนะนำให้ทยอยเคลียร์ช่องปาก เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินสภาพช่องปากก่อนติดเครื่องมือจัดฟัน

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน เคลียร์ช่องปาก
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#เคลียร์ช่องปาก #จัดฟัน

จัดฟันแบบใส ยิ้มสวย มั่นใจ ไร้เหล็ก

จัดฟันแบบใส ยิ้มสวย มั่นใจ ไร้เหล็ก

จัดฟันแบบใส ยิ้มสวย มั่นใจ ไร้เหล็ก

เมื่อพูดถึงการจัดฟัน สิ่งที่ผู้ทำคาดหวังมากที่สุดคือ ความสวยงาม หลายครั้งการจัดฟันโดยทั่วไปที่ต้องติดเครื่องมือไว้กับฟัน ก็กลายเป็นอุปสรรคในการทำงานของใครหลายคน ที่อาจจะต้องใช้หน้าตา หรือกับบางคนที่รู้สึกว่าการจัดฟันแบบมีเครื่องมือติดไว้ตลอด ดูแลยากเกินไป และหากดูแลไม่ดีพอ ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาช่องปากตามมาอีกด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีการจัดฟันแบบใส ที่มองเผิน ๆ เหมือนคนไม่จัดฟัน ใครสนใจการจัดฟันแบบนี้ต้องมาดูเลยค่ะ

จัดฟันแบบใส คืออะไร

จัดฟันแบบใส (Invisalign) เป็นการจัดฟันที่สามารถถอดได้ โดยผู้ทำสามารถทราบผลล่วงหน้าด้วยระบบการรักษา 3 มิติ เทคโนโลยี 3-D ที่ส่งข้อมูลฟันคนไข้ไปยังห้องปฏิบัติการที่ประเทศสหรัฐเพื่อทำการผลิตรูปแบบฟันออกมาเป็นแบบรายบุคคลทำให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพสูง

อะไรทำให้การจัดฟันแบบใสดีกว่าแบบอื่น

  • ด้วยเครื่องมือแบบใส ทำให้ดูสวยงามกว่าการจัดฟันแบบธรรมดา ซึ่งเหมาะมากสำหรับใครที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าไปจัดฟันมา
  • มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย
  • ลดการเกิดแผลและการระคายเคืองภายในช่องปากจากเครื่องมือที่จะมาเกี่ยว
  • สามารถถอดออกได้ และทำความสะอาดฟันได้สะดวกมากขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาการสบฟันได้หลายประเภท
  • แก้ปัญหาฟันเก ฟันห่าง ตั้งแต่ความผิดปกติน้อย ๆ ไปยังความผิดปกติที่รุนแรง
  • ไม่ต้องไปพบทันตแพทย์บ่อย ๆ

ประเภทของการจัดฟันแบบใส

สำหรับการจัดฟันแบบใส Invisalign เราสามารถแยกประเภทย่อย ๆ ออกมาได้อีก 3 ประเภท ดังนี้

1. Invisalign Express การจัดฟันแบบใสประเภทนี้ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของการเรียงตัวของฟันเพียงเล็กน้อย หรือผู้ที่มีการคืนกลับของฟันภายหลังจากการจัดฟัน เนื่องจากไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์

2. Invisalign Lite การจัดฟันแบบใสประเภทนี้ใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือน เหมาะกับผู้ที่มีฟันห่าง ฟันซ้อนเก ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น

3. Invisalign Full การจัดฟันแบบใสประเภทนี้ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี สำหรับผู้ที่มีฟันซ้อนเก หรือความซับซ้อนค่อนข้างมาก อาจเป็นผู้ที่เคยจัดฟันมาก่อน

อายุเท่าไหร่จึงจะเหมาะที่จะจัดฟันแบบใส

การจัดฟันแบบใสสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 12-13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้เริ่มขึ้นจนครับ และขากรรไกรเริ่มมีการเจริญเติบโต ทำให้การขยายหรือลดรูปร่างขากรรไกรเป็นไปได้ง่าย หรือจะรอให้มีการเจริญเติบโตเต็มที่ ช่วงอายุ 18 ปี ก็ได้เช่นกันค่ะ

ขั้นตอนในการจัดฟันแบบใส

1. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก พร้อมถ่ายภาพใบหน้า เอกซเรย์ พิมพ์ฟัน และทันตแพทย์จะวางแผนรักษาร่วมกับคนไข้

2. ใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3D เพื่อสร้างชุดเครื่องมือจัดฟัน ที่ความใส และบาง พอดีกับฟันแต่ละซี่ ซึ่งเราสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งก่อนและหลังการจัดฟันได้

3. จัดส่งทำเครื่องมือจัดฟันแบบใส พร้อมนัดคนไข้เข้ามาเพื่อเตรียมช่องปากและรับเครื่องมือจัดฟัน

4. คนไข้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบการใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสตามตารางที่ทันตแพทย์กำหนด

5. เมื่อจัดฟันแบบใสเสร็จแล้ว ควรใส่รีเทรนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันเหมือนการจัดฟันประเภทอื่น ๆ

การจัดฟันแบบใสถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับใครที่ต้องการความสวยงามและดูแลง่าย รวมถึงมีกำลังมากพอจะจ่าย เพราะปลายทางของการจัดฟันก็ให้ผลที่คล้าย ๆ กัน นั่นคือการมีฟันที่เรียงตัวสวย และลดปัญหาต่าง ๆ ที่เคยมีลงไปได้ไม่มากก็น้อย และที่สำคัญการดูแลฟันให้ดีก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าคุณจะจัดฟันแบบไหนมาก็ตาม

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#จัดฟัน #จัดฟันแบบใส

ฟันสบลึก Deep Bite

ฟันสบลึก Deep Bite

ถ้าพูดถึงฟันสบลึกหลายๆ คนอาจจะงงๆ ว่าคืออะไร แต่ถ้าได้เห็นภาพหรือได้อ่านบทความก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า ฟันสบลึก หรือ Deep Bite คืออะไรค่ะ

ฟันสบลึก คือ

ฟันสบลึก หรือจะเรียกว่า ฟันงุ้ม จะเป็นฟันที่มีลักษณะที่เวลายิ้ม ฟันบนหน้า จะปิดฟันล่างทำให้เวลายิ้มแล้วไม่เห็นฟันล่างเลย ซึ่งเป็นความผิดปกติในการจัดเรียงของฟันด้านบนและฟันด้านล่าง หน้าดูมีอายุ ฟันจะสึกกร่อนได้ง่ายเพราะมีการกระทบกันตลอดเวลา ฟันสบลึกไม่ใช่อาการฟันเหยินนะคะ เพราะถ้าฟันเหยิน ฟันหน้าด้านบนของเราจะยื่นออกไปมากเกินจนผิดปกติค่ะ หรือบางกรณีของฟันเหยินจะไม่สามารถหุบริมฝีปากได้เลยเพราะมีฟันยื่นออกมาแทนค่ะ

การสังเกตุอาการของฟันสบลึก

หากสังเกตุดีๆ ถ้าปลายฟันหน้าบน คร่อมปิดปลายฟันหน้าล่างลึกประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของฟันหน้าล่าง ก็ถือว่าเป็นอากการของฟันสบลึกแล้วค่ะ ซึ่งความรุนแรงแต่ละคนจะไม่เท่ากัน หรือเวลาเคี้ยวอาหารหรือกัดฟัน ฟันล่างจะไปกระแทกคอฟันด้านบน ด้านใน ปวดเพดานเหงือกบ่อยๆ

จะแก้ฟันสบลึก ต้องทำอย่างไร

การที่มีอาการแบบนี้ควรไปจัดฟัน ปรับโครงสร้าง รูปหน้า และการจัดเรียงของฟันให้สวยงาม เพราะหากเราปล่อยให้เกิดฟันสบลึกไปตลอดไม่แก้ไข จะทำให้ฟันสึก ปวดฟัน และรูปหน้าผิดปกติ หน้าสั้น เวลายิ้ม ขาดความมั่นใจในการยิ้ม

ซึ่งการจัดฟันที่ไม่ดี ไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะทำให้ฟันของเรา อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นฟันสบลึกได้

หากต้องการคำปรึกษาสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟันได้ที่

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

คลินิกทันตกรรม #BPDC #จัดฟัน #ฟันสบลึก #ฟันงุ้ม #DeepBite

จัดฟันด้วยเทคโนโลยี CAD / CAM

จัดฟันด้วยเทคโนโลยี CAD / CAM

CAD / CAM คืออะไร

เป็นคำย่อของการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย / การผลิตโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ใช้มานานหลายทศวรรษในอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อผลิตเครื่องมือชิ้นส่วนและรถยนต์ที่มีความแม่นยำเทคโนโลยี CAD / CAM ได้ถูกรวมเข้ากับทันตกรรมมากขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

ทันตแพทย์และห้องปฏิบัติการทันตกรรมใช้เทคโนโลยี CAD / CAM และวัสดุที่ปราศจากโลหะเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการครอบฟันเซรามิกวีเนียร์ออนเลย์อินเลย์และสะพานฟัน CAD / CAM ทางทันตกรรมยังใช้ในการประดิษฐ์ตัวยึดสำหรับรากฟันเทียมซึ่งใช้เพื่อทดแทนฟันที่หายไป

เนื่องจากวัสดุและเทคโนโลยีที่มีอยู่สำหรับทันตกรรม CAD / CAM ได้รับการปรับปรุงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้ป่วยจึงได้รับการบูรณะจากรูปแบบของทันตกรรมดิจิทัลนี้ด้วยเช่นกัน การบูรณะ CAD / CAM ในปัจจุบันมีความกระชับทนทานและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น (หลายสีและโปร่งแสงคล้ายกับฟันธรรมชาติ) มากกว่าการบูรณะด้วยเครื่องจักรก่อนหน้านี้

ตัวเลือก CAD / CAM ในห้องปฏิบัติการในสำนักงานและทันตกรรม

เทคโนโลยี CAD / CAM ทางทันตกรรมมีให้สำหรับการปฏิบัติทางทันตกรรมและห้องปฏิบัติการทางทันตกรรมทำให้ทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่ (หรือช่างเทคนิคในห้องปฏิบัติการ) สามารถออกแบบการบูรณะบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ คอมพิวเตอร์ CAD / CAM จะแสดงภาพฟันหรือฟันที่คุณเตรียมไว้ 3 มิติซึ่งได้จากการจับการเตรียมแบบดิจิทัลด้วยเครื่องสแกนออปติคัล หรืออีกวิธีหนึ่งคือสามารถรับภาพ 3 มิติได้โดยการสแกนแบบจำลองดั้งเดิมที่ได้จากการแสดงผลแบบเดิมของการเตรียมการ

จากนั้นทันตแพทย์หรือช่างเทคนิคในห้องปฏิบัติการจะใช้ภาพ 3 มิติและซอฟต์แวร์ CAD เพื่อวาดและออกแบบการบูรณะขั้นสุดท้าย ระยะเวลาที่ทันตแพทย์นักออกแบบการบูรณะในสำนักงานหรือช่างเทคนิคในห้องปฏิบัติการใช้ในการออกแบบการบูรณะจะแตกต่างกันไปตามทักษะประสบการณ์และความซับซ้อนของเคสและการรักษา บางกรณีอาจใช้เวลาไม่กี่นาทีในขณะที่บางกรณีอาจต้องใช้เวลาออกแบบครึ่งชั่วโมงขึ้นไปเพื่อให้ได้คุณภาพ

เมื่อได้รับการออกแบบการบูรณะขั้นสุดท้ายแล้วเม็ดมะยมฝังแผ่นไม้อัดหรือสะพานจะถูกขัดสีจากวัสดุเซรามิกบล็อกเดียวในห้องกัด จากนั้นการบูรณะสามารถปรับแต่งด้วยคราบและเคลือบเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นก่อนที่จะนำไปเผาในเตาอบ (คล้ายกับเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา) จากนั้นจึงขัดและขัดให้เสร็จ

ประโยชน์ของทันตกรรม CAD / CAM

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบูรณะ CAD / CAM ในปัจจุบันนั้นแข็งแกร่งกว่าการบูรณะจากวัสดุรุ่นก่อน ๆ นอกจากนี้ยังมีโอกาสน้อยที่จะแตกหัก

ข้อดีอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี CAD / CAM

คือหากทันตแพทย์ของคุณมีเทคโนโลยีในสำนักงานการทำฟันในวันเดียวกันอาจเป็นทางเลือกในการรักษาสำหรับคุณ สามารถใช้เทคโนโลยีทางทันตกรรม CAD / CAM เช่น CEREC ในสำนักงานหรือ E4D Dentist System เพื่อทำการบูรณะฝังฟันครอบฟันหรือวีเนียร์ในการนัดหมายครั้งเดียวในขณะที่คุณรอ

หากทันตแพทย์ของคุณเสนอ CAD / CAM ในสำนักงานคุณไม่จำเป็นต้องมีการแสดงผลแบบเดิมการบูรณะชั่วคราวหรือการนัดหมายครั้งที่สอง คุณจะได้รับยาชาเฉพาะที่ (ชา) เพียงครั้งเดียวสำหรับการเตรียมฟันที่จำเป็น

ข้อยกเว้นสำหรับกระบวนการนี้คือสะพานเซรามิกทั้งหมดเนื่องจากถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการโดยใช้เทคโนโลยี CAD / CAM การบูรณะสะพานเซรามิกทั้งหมดต้องมีการเยี่ยมชมสำนักงานครั้งที่สองเพื่อแทรกสะพาน ในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องมีการบูรณะชั่วคราว

ข้อยกเว้นอีกประการหนึ่งคือหากทันตแพทย์ของคุณต้องการสร้างการบูรณะ CAD / CAM ในขณะที่คุณไม่ได้อยู่ในสำนักงานทำให้ต้องมีการนัดหมายสองครั้ง ทันตแพทย์บางคนชอบแนวทางนี้เพื่ออุทิศเวลาให้กับกระบวนการออกแบบและการกำหนดลักษณะเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง CAD / CAM มากขึ้น ในกรณีนี้จำเป็นต้องมีการชั่วคราวด้วย

ข้อควรพิจารณาพิเศษสำหรับทันตกรรม CAD / CAM

เทคโนโลยี CAD / CAM ไม่สามารถทดแทนความแม่นยำและความสามารถที่จัดทำโดยทันตแพทย์หรือช่างเทคนิคในห้องปฏิบัติการทันตกรรม ทันตแพทย์ต้องมีความแม่นยำในการเตรียมฟันเบื้องต้น ทั้งทันตแพทย์และช่างเทคนิคในห้องปฏิบัติการต้องมีความถูกต้องแม่นยำเมื่อทำการแสดงผลดิจิทัลและวาดภาพการบูรณะ

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความแม่นยำและทักษะในการออกแบบการบูรณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากความเหมาะสมของการบูรณะมีความสำคัญต่อการป้องกันความเสียหายของฟันในอนาคต ตัวอย่างเช่นการครอบฟันที่ไม่เหมาะสมไม้วีเนียร์การฝังหรือการฝังสามารถเว้นช่องว่างระหว่างฟันหรือระหว่างการเตรียมฟันและการบูรณะ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการติดเชื้อหรือโรค

เมื่อใดควรเลือกทันตกรรม CAD / CAM

สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่าไม่ใช่ทุกซี่ที่สามารถรักษาด้วยการบูรณะ CAD / CAM ได้ ทันตแพทย์ของคุณจะพิจารณาว่าการฟื้นฟู CAD / CAM เป็นทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของคุณหรือไม่ นอกจากนี้แม้จะมีการปรับปรุงความสวยงามของวัสดุ CAD / CAM ผู้ป่วยอาจพบว่าการบูรณะ CAD / CAM บางส่วนดูทึบเกินไปและขาดลักษณะที่เป็นธรรมชาติ

ทันตแพทย์ของคุณอาจเลือกใช้เทคนิคการประดิษฐ์ในห้องปฏิบัติการแบบเดิมที่มีประวัติยาวนานและได้รับการพิสูจน์มากขึ้นเพื่อความแม่นยำในการพอดี ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องหารือเกี่ยวกับสถานการณ์และความต้องการของตนเองกับทันตแพทย์ซึ่งจะตัดสินใจในการรักษาขั้นสุดท้ายโดยอาศัยการตรวจอย่างละเอียด

ค่าใช้จ่ายในการบูรณะ CAD / CAM

การบูรณะด้วยเซรามิกทั้งหมดรวมถึงการประดิษฐ์ในห้องปฏิบัติการทันตกรรมโดยใช้เทคโนโลยี CAD / CAM มีแนวโน้มที่จะเป็นวิธีการบูรณะที่มีราคาแพงกว่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าวัสดุสำหรับการบูรณะ CAD / CAM อาจมีราคาสูงกว่า แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากห้องปฏิบัติการทันตกรรมและ / หรือทันตแพทย์อาจไม่ถูกส่งไปยังผู้ป่วย

นอกจากนี้ยังไม่มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการบูรณะในการเยี่ยมชมครั้งเดียวเมื่อเทียบกับสองครั้ง การชดใช้เงินประกันจะคล้ายกันสำหรับการทำฟันในสำนักงานในวันเดียวกันหรือการบูรณะในห้องปฏิบัติการ

ที่คลินิกทันตกรรม BPDC ของเรามีทีมทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ ด้านการรักษารากฟันเทียม วัสดุรากฟันเทียมมาตรฐานยุโรป รวมถึงมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมี Software CAD / CAM Dentistry ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำรากฟันเทียมให้ดียิ่งขึ้น

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทำรากฟันเทียม

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

www.bpdcdental.com

BPDC #คลินิกทันตกรรม #รากฟันเทียม #รักษารากฟันเทียม #CadCam