ฟันปลอมมีกี่แบบ

ฟันปลอมมีกี่แบบ

ฟันปลอมสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ ฟันปลอมชนิดถอดได้ และชนิดติดแน่น

  1. ฟันปลอมชนิดถอดได้

    ฟันปลอมชนิดถอดได้เป็นฟันปลอมที่ต้องอาศัยการใช้ตะขอเพื่อช่วยยึดเกาะฟันปลอมกับฐานฟันปลอม ฟันปลอมชนิดนี้จะมีราคาถูกกว่าฟันปลอมชนิดติดแน่น เนื่องจากสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย  ในช่วงเริ่มแรกของการใส่ต้องปรับตัวให้เคยชินกับการใส่   ข้อแนะนำสำหรับฟันปลอมชนิดนี้ คือ ห้ามใส่นอน (ไม่ว่าจะนอนกลางวันหรือนอนกลางคืน)  โดยก่อนนอนให้ถอดล้างทำความสะอาด และแช่ในภาชนะที่มีน้ำทุกครั้ง
ฟันปลอมชนิดนี้ สามารถแบ่งได้ตามวัสดุที่ใช้ทำฐานฟันปลอม โดยแยกย่อยได้อีก 2 ชนิดคือ

1.1 ฟันปลอมถอดได้ฐานโลหะ

ฟันปลอมแบบนี้มีตัวฐานเป็นโลหะ   และมีฟันเป็นพลาสติกพิเศษที่มีสีและลักษณะใกล้เคียงกับฟันข้างเคียง

ข้อดี  มีความทนทานกว่าแบบฐานพลาสติก  ใส่สบายกว่าเนื่องจากบางและเล็ก

ข้อเสีย  ราคาสูงกว่าแบบฐานพลาสติก  ถ้ามีการชำรุดแตกหัก จะซ่อมแซมได้ยากกว่า

1.2 ฟันปลอมถอดได้ฐานพลาสติก

ฟันปลอมแบบนี้มีฐานและฟันเป็นพลาสติกพิเศษ ฐานมีสีชมพูคล้ายเหงือก  และตัวฟันก็มีสีและลักษณะใกล้เคียงกับฟันข้างเคียง

ข้อดี ราคาถูก หากต้องการเติมซี่ฟัน สามารถทำได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย  ไม่แข็งแรง ทนทาน   ตัวฐานมีขนาดใหญ่และหนากว่าฟันปลอมถอดได้ฐานโลหะ

2.ฟันปลอมชนิดติดแน่น

ฟันปลอมชนิดติดแน่นเป็นฟันปลอมที่อาศัยการยึดฟันธรรมชาติโดยการกรอฟันให้เล็กลง และทำการครอบฟันให้ติดกับตัวฟันปลอม

ฟันปลอมแบบติดแน่นเป็นฟันปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมฟันที่สูญเสียไปไม่มาก หรือเพียงซี่ใดซี่หนึ่ง เรียกว่า การครอบฟัน ซึ่งฟันปลอมแบบนี้ ยังมีด้วยกันอีก  3  แบบ

2.1 ครอบฟัน

ส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีที่มีการสูญเสียส่วนของฟันไปมากๆ ไม่สามารถบูรณะด้วยการอุดโดยตรงได้ (ฟันปลอมติดแน่นไม่ได้ทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียจากการถอนฟัน)
         2.2 สะพานฟัน

ใช้เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไปไม่กี่ซี่(ช่องว่างขนาดไม่ใหญ่) จะต้องมีการกรอเคลือบฟันและเนื้อฟัน (ที่ยังดีๆอยู่) ของฟันข้างเคียง (ปกติมักเป็นตำแหน่งหัวและท้ายของช่องว่าง) เพื่อใช้เป็นหลักยึดให้กับสะพานฟัน
2.3 รากเทียม

เป็นการเลียนแบบฟันธรรมชาติ ฟันปลอมชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟันปลอมที่ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ  ใช้เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยการฝังโลหะไทเทเนียมที่มีลักษณะคล้ายรากฟันเข้าไปในกระดูก (เพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติ) จากนั้นจึงบูรณะด้วยการครอบฟันหรือสะพานฟันทับบนรากเทียมนั้นต่อไป

ข้อดี  เสริมสร้างความมั่นใจ สามารถเคี้ยวอาหารได้ดีและมีประสิทธิภาพ  ไม่หลุด

ข้อเสีย วิธีการทำความสะอาดยุ่งยากกว่า  ราคาแพงกว่า

การเลือกลักษณะฟันปลอมที่เหมาะสมกับเรา ไม่ว่าจะเป็นฟันปลอมแบบถอดได้หรือฟันปลอมแบบติดแน่น เราสามารถเลือกตามความเหมาะสมและตามกำลังทรัพย์ของเรา  นอกจากนั้นเราต้องเลือกคลินิกทันตกรรมหรือโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ และมีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้วยนะคะ

 

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

ข้อดีของการจัดฟัน

ข้อดีของการจัดฟัน

ข้อดีของการจัดฟัน

การจัดฟัน  เป็นสาขาหนึ่งทางทันตกรรมที่แยกเฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย ป้องกันและรักษาความผิดปกติการขึ้นของฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมและมีระบบบดเคี้ยวดีขึ้น  การรักษาส่วนใหญ่จะใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันและสบฟันที่ผิดปกติ  นอกจากนี้ยังช่วยปรับโครงสร้างและรูปร่างใบหน้าให้ดีและสวยงามขึ้น  การจัดฟันสามารถทำได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่   

        ข้อดีของการจัดฟัน

  1. เพื่อความสวยงามและเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี การมีรอยยิ้มที่สวยงามจะทำให้เจ้าของรอยยิ้มมีบุคลิกที่ดี กล้าแสดงออก และมีเสน่ห์ ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันที่มีการใช้รูปร่างหน้าตา บุคลิกในการประกอบอาชีพ  คนที่มีรอยยิ้มและบุคลิกภาพที่ดีมักได้รับโอกาสที่ดีมากกว่า  ดังนั้นการจัดฟันจึงถือเป็นเรื่องที่น่าลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
  2. เพิ่มประสิทธิภาพให้กับฟัน เมื่อมีสบฟันที่ดีขึ้น จะช่วยเรื่องการเคี้ยวอาหารได้ละเอียดและดีขึ้นกว่าเดิม
  3. เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากและฟัน ทำให้สามารถทำความสะอาดฟันและช่องปากได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
  4. ช่วยลดการมีกลิ่นปาก เนื่องจากการแปรงฟันไม่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ฟันเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ การจัดฟันช่วยลดปัญหากลิ่นปาก
  5. ปรับเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนมีระเบียบวินัย
  6. โครงหน้าเข้ารูปและดูดีมากขึ้น หรือหน้าดูเรียวมากขึ้น
  7. การจัดฟันเป็นแฟชั่นที่อินเทรนด์ และช่วยเพิ่มจุดเด่นให้คนอื่นจำเราได้ง่ายขึ้น
  8. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากการจัดฟันทำให้ต้องพิถีพิถันในการเลือกกินอาหาร ทำให้ช่วงเวลาที่จัดฟันอาจมีน้ำหนักลดลง
  9. ในผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันห่างหรือฟันมีลักษณะการสบฟันหน้าแบบสบเปิด (กัดเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ขาด) หลังจัดฟันเสร็จแล้ว จะช่วยให้มีการออกเสียงพูดได้ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเสียง “ส.เสือ”

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

8 พฤติกรรม เสี่ยงฟันผุ เสียวฟัน

8 พฤติกรรม เสี่ยงฟันผุ เสียวฟัน

8 พฤติกรรม เสี่ยงฟันผุ  เสียวฟัน

ฟันเป็นอวัยวะที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวันทุกวัน  ถ้าเรามีฟันที่แข็งแรง เรารับประทานอาหารอร่อยๆ และรับรู้รสชาติ มีความสุขกับการเคี้ยวอาหาร  แต่หากเรามีฟันที่ไม่แข็งแรง  ความสุขในการกินก็จะลดลง เนื่องจากกินอาหารได้บางอย่างและมีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง  การดูแลฟันจึงไม่เพียงแต่แปรงฟันเช้าเย็นเท่านั้น  เรายังต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้ฟันเสื่อมสภาพ หรือไม่แข็งแรง   คนส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่าพฤติกรรมใดที่มีความเสี่ยงกับฟันผุ  เสียวฟัน เรามาดูว่าพฤติกรรมใดบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง  เพื่อให้ฟันคงอยู่กับเราไปได้นานๆ

 

วิธีป้องกันฟันผุ เสียวฟัน

  1. แปรงฟันแรง

การแปรงฟันแรงหรือแปรงฟันบ่อยเกินไป ทำให้เกิดการสึกกร่อนตรงช่วงคอฟัน เป็นสาเหตุของอาการเหงือกอักเสบ หรือเหงือกร่นได้

 

  1. ใช้ฟันเปิดเป็นตัวเปิดภาชนะ

การใช้ฟันฉีกซองพลาสติก เปิดถุง  เปิดฝาขวดน้ำอัดลม หรือแกะผลิตภัณฑ์ต่างๆ  โดยคิดว่าสะดวกและรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้ฟันในทางที่ผิด อาจทำให้ฟันแตก ร้าว บิ่น หรือเสียรูปได้

 

  1. เคี้ยวน้ำแข็ง

เมืองร้อนแบบบ้านเราทำให้คนส่วนใหญ่เวลาดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มจะมีการใส่น้ำแข็งลงไปด้วย  ซึ่งบางคนชอบอมและกัดก้อนน้ำแข็งเพื่อลิ้มรสความเย็นชื่นใจ   รู้สึกมันหรือชอบเสียงการเคี้ยวน้ำแข็ง  แต่รู้หรือไม่ว่า การเคี้ยวหรือกัดน้ำแข็งแรงๆ  อาจทำให้ฟันร้าว แตก หรือบิ่นได้    ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวน้ำแข็ง เพื่อให้สุขภาพฟันแข็งแรง

 

  1. การกัดเล็บ

การกัดเล็บไม่เพียงแต่ทำให้เสียบุคลิกภาพ  ไม่สวยงาม และยังเสี่ยงต่อเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านแผลเล็กๆ ในซอกเล็บ เนื่องจากการกัดเล็บทำให้เล็บกุด หรือสั้นเกินไป  แต่รู้หรือไม่ว่า  การกัดเล็บเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันสึกกร่อนได้  และหากสึกกร่อนมากๆๆ อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้   

 

  1. รับประทานขนม หรืออาหารที่มีรสหวานจัด

ขนมหวาน และอาหารที่มีรสหวาน มีส่วนประกอบพวกน้ำตาล หรือแป้งสูง  เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดอาการฟันผุได้

 

  1. รับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด

อาหารที่มี รสเปรี้ยว ส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็นกรด   ดังนั้นไม่ว่าอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัดไม่ว่าจะจากธรรมชาติหรือสารสังเคราะห์  เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ผิวเคลือบฟันบางลง  อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟัน หรือฟันผุได้

 

  1. การดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ

การดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ นอกจากทำให้อ้วนแล้ว  ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน และฟันผุ  เพราะในน้ำอัดลมมีฤทธิ์เป็นกรด  ทำให้เกิดการสูญเสียผิวเคลือบฟัน

 

  1. การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่นอกจากก่อความรำคาญให้กับคนรอบข้างแล้ว  คราบบุหรี่ที่เป็นคราบสีดำหรือน้ำตาลอาจติดแน่นบนตัวฟัน  ต้องใช้เวลาในการขัดออก  ผู้ที่สูบบุหรี่มักจะเป็นโรคปริทนต์(เหงือกอักเสบ)  ถ้าหากโรคลุกลามอาจทำให้สูญเสียฟันได้

 

เราจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อฟันผุ และเสียวฟัน เพื่อให้ฟันสามารถอยู่กับเราไปได้นานๆ

 

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

เสียวฟัน ป้องกันได้

เสียวฟัน ป้องกันได้

 ทำไมจึงรู้สึกเสียวฟัน ?

อาการเสียวฟัน เกิดจากชั้นเนื้อฟันที่เคยมีเคลือบฟันอยู่หายไป และได้รับการกระตุ้นจากสิ่งกระตุ้นต่างๆ อาทิ น้ำเย็น อาหาร หวาน อาหารเปรี้ยว การแปรงฟัน หรือแม้แต่ลม แล้วส่งสัญญานไป ถึงโพรงประสาทฟันจนเกิดอาการเสียวฟัน ทั้งนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ ภาวะเหงือกอักเสบ หรือการแปรงฟันแรงเกินไป

วิธีป้องกันการเสียวฟัน

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการเสียวฟันนั้น เราต้องดูแลรักษาฟันและเหงือกให้แข็งแรงอยู่เสมอ และป้องกันไม่ให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลาย  วิธีการง่ายๆ สามารถทำได้โดย

  • แปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธี วันละ 2 ครั้ง โดยต้องเลือกแปรงสีฟันที่มีขนนุ่ม แปรงอย่างเบามือ และที่สำคัญต้องแปรงให้ถูกวิธี

การแปรงฟันรุนแรงเกินไป เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฟันสึก เหงือกร่น เหงือกบวม

การแปรงฟันผิดวิธี ทำให้กำจัดคราบจุลินทรีย์ออกไม่หมดและนำไปสู่การเกิดโรคเหงือกอักเสบ ทำให้กระดูกรอบๆเบ้าฟันละลายตัว นอกจากนี้อาจเกิดเหงือกร่นตามมาได้

  • ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวบ่อยๆ รวมไปถึงน้ำอัดลมด้วย หลังจากทานแล้ว ให้ดื่มน้ำเปล่าตามหรือบ้วนปาก ไม่แนะนำให้แปรงฟันทันทีหลังจากทานอาหารเปรี้ยวๆ เพราะในตอนนั้น ช่องปากจะมีสภาพเป็นกรด ถ้าหากแปรงฟันทันที ทำให้ฟันสึกได้
  • หมั่นพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟัน รวมถึงขูดหินปูนให้ฟันสะอาดและเหงือกแข็งแรง

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

แปรงฟันแห้งกันเถอะ

แปรงฟันแห้งกันเถอะ

ทุกวันนี้เราต้องแปรงฟันวันละ  2 ครั้ง คือ ตื่นเช้าและก่อนนอน  การแปรงฟันเป็นกิจวัตรประจำวันที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าให้ทำเป็นประจำ เพื่อที่จะได้มีสุขภาพฟันแข็งแรง ลมหายใจสดชื่น แต่ทุกวันที่เราทำไปนั้นเคยสงสัยไหมว่า เราแปรงฟันถูกวิธีกันแล้วหรือยัง แล้วมีวิธีการแปรงฟันแบบไหนอีกบ้างนอกจากแบบที่เราทำกันจนเคยชิน

 

จากการประชุมของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติสรุปว่า  การแปรงฟันแบบแห้งช่วยป้องกันฟันผุได้ เพราะการบ้วนน้ำจะลดประสิทธิภาพของฟลูออไรด์ลง พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ แปรงสีฟันช่วยทำให้ฟันสะอาด กำจัดเศษอาหาร คราบพลัคออกจากซอกฟันซอกเหงือก ส่วนยาสีฟันหน้าที่หลักคือช่วยทำให้ฟันแข็งแรงด้วยฟลูออไรด์ที่ผสมอยู่ในเนื้อยาสีฟันนั่นเอง

การแปรงฟันแห้งนั้น ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาตั้งแต่มีการเผยแพร่งานวิจัยในวารสารของสมาคมทันตแพทย์อเมริกัน เมื่อปี ค.ศ.1998 พบว่าผู้ที่แปรงฟันแบบแห้งติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าคราบหินปูนลดลง 63% และอาการเลือดออกขณะแปรงฟันลดลง 55% ทำให้มีการพยายามเผยแพร่แนวคิดนี้อย่างต่อเนื่องและแพร่หลายมาราว 20 กว่าปี

 

ในประเทศไทยมีการเผยแพร่แนวคิดนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เอง ทันตสาธารณสุขของหลายจังหวัดรณรงค์ให้เด็กๆ ในโรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งแปรงฟันแห้งแล้ว เนื่องเด็กเล็กมีโอกาสฟันผุได้ง่าย เน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองที่ต้องคอยดูแลไม่ให้เด็กกลืนยาสีฟันระหว่างที่แปรงฟันได้

 

วิธีการแปรงฟันแห้งนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนสักระยะ เพราะในช่วงแรกอาจจะรู้สึกไม่ชินหากต้องเปลี่ยนวิธีการแปรงฟันที่เราคุ้นเคยมาตลอด แต่จงนึกถึงประโยชน์ที่ได้จากการแปรงฟันว่าทำให้ฟลูออไรด์มีประสิทธิภาพป้องกันฟันผุได้อย่างเต็มที่

 

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#covid19 #คลินิกทันตกรรม #BPDC

ข้อดีของการใช้ไหมขัดฟัน

ข้อดีของการใช้ไหมขัดฟัน

การดูแลช่องปากนั้นไม่ได้มีแค่เพียงการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน
ก็ถือว่าเป็นการดูแลรักษาฟันของเราให้มีสุขภาพที่ดี ลดการเกิดเศษอาหารเข้ามาติดตามซอกฟันทำให้เกิดฟันผุ หรือมีกลิ่นปากได้ ซึ่งการใช้ไหมขัดฟันนั้นจะทำให้เข้าถึงพื้นที่ๆ เข้าถึงยากได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวันนี้เราจะมีข้อดีของการใช้ไหมขัดฟันมาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

ข้อดีของการใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ

จะช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ และป้องกันการสะสมของคราบจุลินทรีย์กำจัดเศษอาหารส่วนเกินที่คุณอาจไม่เห็นในกระจกหรือในบริเวณที่แปรงสีฟันไม่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันฟันผุและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเหงือกด้วย

แล้วเมื่อไหร่ควรเริ่มใช้ไหมขัดฟัน

จริงๆแล้วในต่างประเทศมีการฝึกให้ใช้ไหมขัดฟันกันตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ฟันน้ำนม ได้ตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป แต่ว่าในประเทศไทยนั้นค่อนข้างน้อยที่จะใช้ไหมขัดฟันกัน ซึ่งการใช้ไหมขัดฟันให้ทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เด็กๆมีสุขภาพฟันทีดี

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

home


ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

ยาสีฟันที่ดีต้องเลือกยังไง

ยาสีฟันที่ดีต้องเลือกยังไง

ในปัจจุบันยาสีฟันในประเทศไทยนั้นมีหลากหลายแบรนด์ หลายหลายรูปแบบทั้งของเด็กของผู้ใหญ่ สูตรต่างๆ มากมายหลากหลายทั้ง ชาเชียว เกลือ สมุนไพร มีให้เลือกมากมายในตลาด แต่ถามว่ายาสีฟันที่ดีที่สุดคืออะไร หลายๆ คนก็คงตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การใช้ยาสีฟันของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ความชอบในเรื่องของรสชาติ กลิ่น การรักษาสุขภาพฟัน ใช้แล้วไม่มีกลิ่นปาก ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการเลือกยาสีฟันที่ดีกันครับ

ประโยชน์ของยาสีฟันที่ดีคือ

– ยาสีฟันต้องมีฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นสารต้านแบคทีเรียที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่ให้ประโยชน์ในการต่อต้านการผุและความไวในการทำความสะอาดฟัน
– สารเคลือบฟัน ยาสีฟันที่ดีจะมีสารคอยเคลือบฟันควบคุมอาจมีไพโรฟอสเฟตซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบหินปูนบนฟัน ปกป้องยาวนาน
– ไวท์เทนนิ่ง: ยาสีฟันฟอกสีฟัน มีส่วนผสมของสารเคมีหรือสารกัดกร่อนเพื่อช่วยในการลบหรือป้องกันคราบไม่ให้ก่อตัวขึ้นบนฟัน เมื่อใช้เป็นประจำยาสีฟันไวท์เทนนิ่งสามารถลดการปรากฏของคราบและทำให้ฟันของคุณดูขาวขึ้น

ซึ่งในการเลือกยาสีฟันนั้น หลักๆ จะมีเกณฑ์ในการเลือกอยู่สามข้อ แต่อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ มันมีการแต่งกลิ่นแต่งรสชาติ ซึ่งแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะครับ

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายทำฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

home


ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

ปวดฟันทำยังไงดี

ปวดฟันทำยังไงดี

วันนี้ผมมีคำแนะนำจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม มาแนะนำว่าปัญหาจากการปวดฟัน เราจะแก้ไขหรือทำยังไงให้หายปวดฟันดี

ซึ่งอาการของการปวดฟันนั้นคือเป็นการเกิดปัญหาที่โพรงประสาทฟัน ฟันผุจึงทำให้เกิดการปวดฟันขึ้นมา และหากเราต้องการไปหาทันตแพทย์นั้น แพทย์จะต้องทำการ X-ray ฟันดูก่อนว่าฟันเป็นอย่างไรและจะ วินิจฉัยว่าฟันนั้นเป็นอย่างไร ลำดับอาการรุนแรงแค่ไหน และควรต้องทำอย่างไรกับฟันดี

วิธีแก้ปัญหาปวดฟัน

– ถอนฟัน
ถอนฟันที่เป็นปัญหาเพื่อแก้ไขปัญหาการปวดของฟัน แต่ว่าการถอนฟันนั้นจะทำให้เราจะสูญเสียฟันนั้นไปตลอดชีวิตเลย ปัญหาในการบดเคี้ยวอาหารก็จะไม่ดีเหมือนกับตอนมีฟันปกติ ซึ่งควรตัดสินใจให้ดีว่าจะถอนหรือจะรักษารากฟัน การถอนฟันจะราคาถูกกว่าการรักษารากฟันหลายเท่า เพราะกระบวนการและขั้นตอนต่างกันมาก และหากทำการถอนฟันฟันข้างๆ ในระยะเวลานานวันขึ้น ฟันจะล้มหรือเอียง และอาจจะทำให้เกิดปัญหามากกว่าตอนที่ถอนฟันเสียอีก

รักษารากฟัน
การรักษารากฟันคือการทำความสะอาดที่เกิดปัญหา และทำการฝังรากฟันใหม่เข้าไปแทนที่หายไปและทำการอุดฟัน ครอบฟัน ไปตามกระบวนการของการรักษารากฟัน การรักษารากฟันจะต้องมีเวลามาพบแพทย์บ่อยๆ และต้องใช้เวลาในการรักษารากฟัน ต้องอ้าปากในเวลานาน การรักษารากฟันจะทำให้เราไม่สูญเสียฟันของเราไป แต่ต้องทำการรักษาให้ดีมากยิ่งขึ้น

– อุดฟัน
ถ้าฟันของเราไม่ถูกทำลายไปถึงโพรงประสาทฟันก็สามารถที่จะอุดฟันได้เพราะการอุดฟันนั้นอาการจะถือว่ายังไม่ค่อยรุนแรงมาก

การแก้ปัญหาฟันที่ถูกไปเรามีวิธีแนะนำคือ

– ใส่ฟันปลอม
– ฝังรากฟันเทียม

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

ฟันคุดควรผ่าออกหรือไม่

ฟันคุดควรผ่าออกหรือไม่

หลายๆคนอาจจะเคยพบปัญหาของฟันคุดกันเป็นจำนวนมากซึ่งไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ควรปล่อยไว้ไหม หรือว่า ควรไปผ่าเอาออก วันนี้ผมจะมาสรุปว่า ฟันคุดควรผ่าออกหรือควรทำยังไงกับมันดี

ฟันคุดคืออะไร

ฟันคุดคือฟันที่อยู่ด้านใน ด้านริม มีฟันอยู่ใต้เหงือก ฟันโผล่มาครึ่งซีก ฟันคุดเป็นฟันแท้ แต่งอกมาได้ไม่เต็มที่ หรือบางครั้งจะติดกับโครงกระดูกกรามของเรา ฟันคุดจะเกิดขึ้นประมาณช่วง 15 ปี ที่เริ่มเป็นฟันแท้ขึ้นมา เริ่มมีการใช้ฟันเยอะ

ปัญหาฟันคุด

– ส่งผลต่อการจัดฟัน จะทำให้จัดฟันไม่ได้
– เกิดอาการปวดบวมของฟันและเหงือก หรือเหงือกอักเสบได้
– ปล่อยไว้นานจะทำให้ฟันซี่อื่นๆ เกิดปัญหา เช่นฟันล้ม ฟันเก ฯลฯ
– เศษอาหารอาจจะเข้าไปติดในร่องได้ง่าย ทำให้เกิดฟันผุ

วิธีแก้ปัญหาฟันคุด

– ทำการผ่าเอาฟันคุดออก โดยการผ่าเหงือก

อาการหลังผ่าฟันคุด

– อาจมีไข้ขึ้นสูง
– มีการบวมอักเสบของเหงือก
– ทานอาหารไม่ได้
– มีเลือดออกเรื่อย ๆ ไม่หยุด

การผ่าเอาฟันคุดออกต้องได้รับการยืนยันและวิเคราะห์จากแพทย์ก่อน ว่าสามารถผ่าได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะผ่าก็ผ่าได้เลย เพราะมีผู้ป่วยบางโรคที่ทำการผ่าเอาฟันคุดออกไม่ได้ โรคเบาหวานระยะสุดท้าย โรคตับ โรงมะเร็งต่างๆ จะไม่สามารถทำการผ่าฟันคุดได้

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

home


ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

“รักษารากฟัน” คืออะไร มาทำความเข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา

รักษารากฟัน คืออะไร

“รักษารากฟัน” คืออะไร มาทำความเข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา

“รักษารากฟัน” คืออะไร มาทำความเข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา

รักษารากฟัน คือหนึ่งในวิธีการรักษาปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน ที่เกิดจากสาเหตุเล็กๆ อย่างอาการฟันผุ หรือฟันแตก แล้วผู้ป่วยปล่อยทิ้งไว้ ไม่ทำการรักษาหรืออุดฟัน ทำให้รอยผุของฟันขยายใหญ่ขึ้นและลึกขึ้น รุนแรงจนทะลุไปถึงโพรงประสาทฟัน ส่งผลให้เกิดการอักเสบ บางรายอาจมีฝีที่รากฟัน เป็นหนอง มีอาการปวดทรมาน ที่สำคัญคือเมื่อถึงระยะนี้แล้วเราจะไม่สามารถฟันไว้ได้ด้วยการอุดฟัน แต่ต้องรักษาด้วยการรักษารากฟัน โดยทันตแพทตย์จะทำการกำจัดเนื้อเยื่อมีการติดเชื้อและอักเสบในบริเวณโพรงฟันและคลองรากฟัน รวมไปถึงทำความสะอาดในคลองรากฟันให้ปลอดเชื้อ จากนั้นจึงอุดคลองรากฟันและบูรณะตัวฟันเพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

 

ก่อนเอื่น ต้องอธิบายให้เข้าใจกันก่อนว่า “ฟัน” จะมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วนด้วยกันคือ Enamel, Dentin และ Dental pulp

Enamel หรือ ผิวเคลือบฟัน – ส่วนนี้จะอยู่ด้านนอกสุดและเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดของฟัน

Dentin หรือ เนื้อฟัน – ส่วนที่อยู่ระหว่างผิวเคลือบฟันกับโพรงประสาทฟัน

Dental pulp หรือ โพรงประสาทฟัน – ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของฟัน โดยจะประกอบไปด้วยเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมากเพื่อนำสารอาหารมาหล่อเลี้ยงฟัน หากเคลือบฟันและเนื้อฟันถูกทำลายจนถึงชั้นโพรงประสาทฟัน ก็จะทำให้เกิดอาการปวดฟันได้

 

สาเหตุที่ต้องได้รับการรักษารากฟัน

  1. ฟันผุลึกมากจนทะลุโพรงประสาทฟัน
  2. ฟันแตกหัก หรือสึกจนทะลุโพรงประสาทฟัน
  3. ฟันได้รับการแรงกระแทกจากอุบัติเหตุจนทำให้ฟันแตกหัก จนถึงโพรงประสาทฟัน
  4. ผู้ที่มีปัญหาโรคเหงือก
  5. ผู้ที่นอนกัดฟันรุนแรง หรือ มีพฤติกรรมการบดเคี้ยวที่ค่อนข้างรุนแรง

 

อาการ

ลักษณธอาการของซี่ฟันที่ต้องได้รับการรักษารากฟันนั้น สักเกตจากอาการต่อไปนี้

  1. มีอาการปวดฟันแบบเป็นๆหายๆ หรือปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ
  2. มีอาการเสียวฟันมากเวลาดื่มของร้อนหรือเย็น
  3. มีอาการเจ็บฟันเวลาเคี้ยวอาหาร
  4. มีอาการเหงือกบวม มีตุ่มหนอง หรือมีอาการบวมบริเวณใบหน้า
  5. ฟันเปลี่ยนสี มีสีคล้ำ

 

ขั้นตอนการรักษารากฟัน

  1. การเตรียมตัว

ขั้นตอนแรกทันตแพทย์จะทำการเอกซเรย์ฟันซี่ที่มีปัญหา เพื่อวางแผนการรักษา โดยภาพเอกซเรย์ฟันจะทำให้เห็นความเสียหายของรากฟัน และยังสามารถตรวจสอบว่ามีการติดเชื้อรอบๆ กระดูกบริเวณดังกล่าวหรือไม่

  1. กำจัดเนื้อฟันที่อักเสบหรือติดเชื้อออก

ทันตแพทย์จะเริ่มขั้นตอนการรักษา ด้วยการใส่ยาชา ใส่แผ่นยางกันน้ำลาย จากนั้นกรอฟันเพื่อเปิดทางขยายโพรงประสาทฟัน และทำการกำจัดเนื้อเยื่อที่มีการติดเชื้อออกด้วยเครื่องมือที่มีขนาดเล็ก และใส่ยาฆ่าเชื้อ ลงไปในคลองรากฟัน

  1. ปิดรากฟันด้วยวัสดุอุดชั่วคราว

อุดคลองรากฟันเพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เชื้อโรคกลับเข้ามา เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ โดยปกติจะใช้เวลาการรักษาประมาณ 2-3 ครั้งขึ้นอยู่กับความยากง่ายและสภาพการติดเชื้อของฟันแต่ละซี่

  1. อุดปิดคลองรากฟันถาวร

ทันตแพทย์จะอุดปิดคลองรากฟันถาวร เมื่อไม่มีการอักเสบของรากฟันแล้ว

  1. บูรณะตัวฟัน

การบูรณะตัวฟันเพื่อให้ใช้งานได้ตามปกตินั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การอุดฟัน, การใส่เดือยฟัน, การครอบฟัน ทั้งนี้ทันตแพทย์จะพิจารณาจากสภาพเนื้อฟันที่เหลืออยู่

 

ระหว่างการรักษา

ช่วงระหว่างการรักษา ผู้ป่วยไม่ควรใช้ฟันซี่ที่รักษาอยู่กัดหรือเคี้ยวอาหารแข็ง เพราะอาจทำให้ฟันแตกหรือหักได้ รวมทั้งอาจพบอาการปวดได้ในช่วง 1-3 วันแรก โดยผู้ป่วยสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากอาการไม่ดีขึ้นให้กลับมาพบทันตแพทย์ทันที


การดูแลหลังจากการรักษารากฟัน

การดูแลหลังจากการรักษารากฟันนั้น สามารถดูแลได้เหมือนฟันปกติ โดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันหลังมื้ออาหาร และก่อนนอน รวมทั้งเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

 

นอกเหนือจากการรักษารากฟันแล้วนั้น ยังมีวิธีรักษาอีกวิธีสำหรับผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในโพรงประสาทฟัน นั่นก็คือ “การถอนฟัน” แต่การถอนฟันนั้น จะทำให้เราเสียฟันแท้ไป อีกทั้งยังเสี่ยงกับปัญหาช่องว่างระหว่างฟันที่จะทำให้เกิดฟันล้มได้อีกด้วย ดังนั้น หากฟันยังอยู่ในระยะที่สามารรถรักษารากฟันได้ ทันตแพทย์ก็จะแนะนำให้รักษาด้วยวิธีนี้ เพื่อรักษาฟันแท้ของคุณไว้ให้ได้นานที่สุด