คลินิกทำฟันที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

คลินิกทำฟันที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

คลินิกทำฟันที่ดีควรมีคุณสมบัติและลักษณะที่สำคัญดังนี้เพื่อให้สามารถให้บริการดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างมีคุณภาพ:

  1. ทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์: ทันตแพทย์และทีมงานควรมีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องและมีประสบการณ์ในการรักษาทางทันตกรรม
  2. สถานที่ที่สะอาดและปลอดภัย: คลินิกควรมีสภาพแวดล้อมที่สะอาด รวมถึงมีมาตรฐานสุขอนามัยที่ดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อและรักษาสุขภาพของผู้ป่วย
  3. อุปกรณ์ทันสมัย: การมีอุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมต่างๆ เช่น เครื่อง X-ray, เครื่องมือสำหรับการทำความสะอาดฟัน, และอุปกรณ์สำหรับการทำฟันปลอม
  4. บริการที่หลากหลาย: คลินิกควรมีบริการทันตกรรมที่หลากหลาย รวมถึงการตรวจสุขภาพปากและฟัน การทำฟัน การรักษาฟันผุ การติดตั้งเครื่องมือจัดฟัน และอื่นๆ
  5. การสื่อสารที่ดี: ทันตแพทย์และทีมงานควรสามารถสื่อสารได้ชัดเจน ให้คำปรึกษาและข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับการรักษาและตัวเลือกการรักษาที่มี
  6. บริการลูกค้าที่เป็นมิตร: การบริการที่ดีและเป็นมิตร รวมถึงการจัดการนัดหมายที่สะดวกและรวดเร็ว
  7. ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล: คลินิกควรมีความโปร่งใสในเรื่องของค่าใช้จ่ายและขั้นตอนการรักษา
  8. การรีวิวและคำแนะนำ: การมีรีวิวที่ดีจากผู้ป่วยที่เคยใช้บริการเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกคลินิกที่ดีได้
  9. มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล คลินิกทำฟันที่ดีควรมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มั่นใจว่าคลินิกนั้นได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ

คลินิกทำฟันที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล คลินิกทำฟันที่ดีควรมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มั่นใจว่าคลินิกนั้นได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ
  • มีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลินิกทำฟันที่ดีควรมีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ในการรักษาฟันและช่องปาก สามารถให้คำแนะนำและรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
  • มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย คลินิกทำฟันที่ดีควรมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ดี
  • มีบรรยากาศที่สะอาดและปลอดภัย คลินิกทำฟันที่ดีควรมีบรรยากาศที่สะอาดและปลอดภัย เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย
  • มีบริการที่ดี คลินิกทำฟันที่ดีควรมีบริการที่ดี เช่น การต้อนรับที่อบอุ่น การอธิบายรายละเอียดการรักษาให้คนไข้เข้าใจ เป็นต้น

นอกจากนี้ คนไข้ควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ที่ตั้งของคลินิก การเดินทาง ความสะดวกในการให้บริการ เป็นต้น

เคล็ดลับในการเลือกคลินิกทำฟัน

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกทำฟันจากแหล่งต่างๆ เช่น เว็บไซต์ รีวิวจากคนไข้ เป็นต้น
  • ปรึกษาเพื่อนหรือญาติที่เคยทำฟันกับคลินิกนั้นๆ
  • นัดหมายเพื่อปรึกษากับทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจทำการรักษา

หากคนไข้เลือกคลินิกทำฟันที่ดี ก็จะมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

การเลือกคลินิกทำฟันที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้รับการดูแลที่มีคุณภาพ แต่ยังช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจและมั่นใจในการรักษาที่คุณได้รับครับ。

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

ต่อเติมฟันบิ่น มีวิธีการอย่างไร

ต่อเติมฟันบิ่น มีวิธีการอย่างไร

การต่อเติมฟันบิ่นเป็นกระบวนการทันตกรรมที่ใช้สำหรับฟื้นฟูฟันที่เสียหาย อย่างเช่น ฟันที่บิ่นหรือแตก วิธีการนี้ช่วยให้ฟันกลับมามีรูปลักษณ์และการทำงานที่ดีขึ้น ต่อไปนี้คือขั้นตอนทั่วไปในการต่อเติมฟันบิ่น

  1. การประเมินสุขภาพฟัน:
    • ทันตแพทย์จะตรวจสอบฟันที่บิ่นเพื่อประเมินระดับความเสียหายและตัดสินใจว่าวิธีการใดที่เหมาะสมที่สุด
  2. การเตรียมพื้นที่:
    • ทันตแพทย์อาจทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและขจัดส่วนของฟันที่เสียหายออก
  3. การเลือกวัสดุต่อเติม:
    • วัสดุที่ใช้ในการต่อเติมอาจรวมถึงคอมโพสิตเรซิน ซึ่งสามารถจับตัวกับฟันได้ดีและมีสีที่คล้ายกับฟันธรรมชาติ
  4. การต่อเติม:
    • ทันตแพทย์จะใช้วัสดุต่อเติมเพื่อสร้างรูปทรงของฟันที่เสียหาย และปรับให้เข้ากับรูปลักษณ์และการทำงานของฟันที่ดี
  5. การกำจัดส่วนที่เกินและการขัดเงา:
    • หลังจากที่วัสดุต่อเติมถูกวางลงไปแล้ว ทันตแพทย์จะขจัดส่วนที่เกินและขัดเงาพื้นผิวให้เรียบเนียนและเข้ากับฟันที่อยู่รอบข้าง
  6. การตรวจสอบการกัด:
    • ทันตแพทย์จะตรวจสอบการกัดของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าการต่อเติมไม่มีผลกระทบต่อการกัดหรือการทำงานของปาก
  7. การติดตามผล:
    • หลังการต่อเติม คุณอาจต้องมีการนัดติดตามผลกับทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบการปรับตัวของฟันและวัสดุต่อเติม

การต่อเติมฟันบิ่นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์ และความสำเร็จของการรักษาขึ้นอยู่กับความเสียหายของฟันและวัสดุที่ใช้ หากคุณมีฟันบิ่นหรือแตก ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่เหมาะสมที่สุด.

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

ทันตกรรมเพื่อความงาม มีอะไรบ้าง

ทันตกรรมเพื่อความงาม มีอะไรบ้าง

ทันตกรรมเพื่อความงามหรือทันตกรรมคอสเมติกเป็นสาขาของทันตกรรมที่โฟกัสไปที่การปรับปรุงรูปลักษณ์ของฟันและรอยยิ้ม มีหลายวิธีการที่ใช้ในทันตกรรมเพื่อความงาม, รวมถึง:

  1. การฟอกสีฟัน (Teeth Whitening): หนึ่งในวิธีที่เรียบง่ายและเป็นที่นิยมมากที่สุด ใช้สารเคมีเพื่อทำให้ฟันขาวขึ้นและลดคราบจากอาหาร, เครื่องดื่ม, หรือการสูบบุหรี่.
  2. วีเนียร์ (Veneers): วีเนียร์คือชั้นเคลือบทำจากเซรามิกหรือวัสดุคอมโพสิตที่ติดอยู่ที่ด้านหน้าของฟัน เพื่อปรับปรุงรูปร่าง, สี, ขนาด, หรือความยาวของฟัน.
  3. การติดเครื่องมือจัดฟัน: ใช้ในการแก้ไขการเรียงตัวของฟันและการกัดของฟันที่ไม่สมดุล มีหลายประเภท เช่น เครื่องมือจัดฟันแบบดั้งเดิมและแบบใส.
  4. ครอบฟัน (Crowns) และสะพานฟัน (Bridges): ครอบฟันใช้สำหรับครอบฟันที่แตกหรือเสียหาย ส่วนสะพานฟันเป็นการแทนที่ฟันที่ขาดหายไปโดยใช้ฟันที่อยู่ข้างเคียงเป็นฐาน.
  5. การอุดฟันสีฟัน (Tooth-Colored Fillings): มีวัสดุอุดที่มีสีคล้ายฟันธรรมชาติ, ต่างจากอมัลกัมสีเงินที่ใช้ในอดีต.
  6. การปรับแต่งรูปร่างฟัน (Dental Contouring and Reshaping): ปรับรูปร่างฟันที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอหรือเสียรูป เช่น ฟันที่มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่สมดุล.
  7. ทันตกรรมกระดูก (Dental Implants): สำหรับแทนที่ฟันที่หายไปโดยการใช้กระดูกเทียมที่ฝังไว้ในกระดูกขากรรไกร.
  8. การทำฟันปลอม (Dentures): ทั้งฟันปลอมเต็มปากหรือฟันปลอมบางส่วนเพื่อแทนที่ฟันที่หายไป.
  9. การทำอินเลย์และออนเลย์ (Inlays and Onlays): เป็นการอุดหรือซ่อมแซมฟันที่เสียหายแบบไม่สัมผัสกับขอบฟันหรือครอบคลุมฟันทั้งหมด.

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการทันตกรรมเพื่อความงามอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การเคลือบผิวฟันด้วยเซรามิก การปิดช่องว่างระหว่างฟันด้วยวัสดุอุดฟัน การศัลยกรรมเหงือก เป็นต้น

การเลือกวิธีการทันตกรรมเพื่อความงามขึ้นอยู่กับความต้องการและคำแนะนำของทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานี้ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อเข้าใจขั้นตอน, ค่าใช้จ่าย, และการดูแลหลังการรักษาที่อาจเกิดขึ้น.

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

อาการแบบไหนที่ควรรีบไปพบหมอฟัน

อาการแบบไหนที่ควรรีบไปพบหมอฟัน

อาการแบบไหนที่ควรรีบไปพบหมอฟัน
1.สังเกตลักษณะฟันว่ามีความผิดปกติ เช่น ฟันเริ่มมีรูสีดำๆ มีคราบหินปูนเกาะหนาตัว
2.หลังแปรงฟันเเล้วเริ่มมีเลือดออกตามไรฟัน
3.เริ่มมีอาการปวดฟัน หรือเสียวฟัน
4.เริ่มมีกลิ่นปาก
5.ฟันเริ่มโยก หรือมีโพรงที่เห็นได้

นอกจากอาการเหล่านี้แล้ว ยังมีอาการอื่น ๆ ที่ควรไปพบหมอฟัน เช่น

  • ฟันแตกหรือหัก
  • ฟันหลุด
  • เหงือกบวมแดง
  • รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองในปาก
  • มีแผลในปาก
  • รู้สึกเจ็บเมื่อเคี้ยวหรือกลืน
  • รู้สึกเจ็บเมื่อเปิดปาก

โดยทั่วไปแล้ว ควรไปพบหมอฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างละเอียด หากมีอาการผิดปกติใด ๆ ควรไปพบหมอฟันทันที เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น

สำหรับเด็ก ควรพาไปพบหมอฟันตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ และป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

ใส่ฟันปลอม มีกี่แบบ

ใส่ฟันปลอม มีกี่แบบ

การใส่ฟันปลอม (Dentures) เป็นกระบวนการทางทันตกรรมที่ใช้ในการแทนที่ฟันที่สูญหายบางหรือทั้งหมด ฟันปลอมสามารถใส่ได้ในกรณีที่ผู้ที่สูญเสียฟันมีเหงือกและกระดูกที่เหมาะสมสำหรับการรักษาฟันปลอมอยู่ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของฟันปลอมอื่นๆ เช่น ฟันปลอมแบบแตะ (Partial Dentures) ที่ใส่เพียงบางส่วนของช่องคลองฟันที่สูญหายเท่านั้น หรือฟันปลอมแบบติดตั้ง (Fixed Dentures) ที่ใส่ถาวรและยึดติดกับเหงือกหรือกระดูกด้วยวิธีต่างๆ เช่น ฟันปลอมแบบสปริง (Dental Bridges) หรือฟันปลอมแบบประแวก (Dental Implants).

ข้อดีของการใส่ฟันปลอมได้แก่:

  1. ฟื้นฟูความสมดุลของกระบวนการย่อยอาหาร: ฟันปลอมช่วยในการเลื่อนอาหารให้ถูกตำแหน่งและช่วยในกระบวนการย่อยอาหารที่ดีมากขึ้น.
  2. ปรับปรุงการพูดและการกลืน: ฟันปลอมช่วยในการปรับปรุงการออกเสียงและการกลืนอาหารให้เกิดอย่างถูกต้องและสะดวกสบาย.
  3. สวยงามและเพิ่มความมั่นใจ: ฟันปลอมสามารถช่วยฟื้นฟูรูปร่างของหน้าผากและรอยยิ้ม ทำให้คุณมีความมั่นใจในการแสดงออกและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น.

ข้อเสียของการใส่ฟันปลอมได้แก่:

  1. ความไม่สะดวกในระยะต้นและการปรับตัว: ในระยะแรกของการใส่ฟันปลอมอาจมีความไม่สะดวกและความผิดปกติในการเคลื่อนไหวของลิ้น แต่ส่วนใหญ่จะปรับตัวและปรับใช้ได้ในไม่ช้า.
  2. ความต้องการการดูแลและการปรับปรุง: ฟันปลอมต้องการการดูแลและการปรับปรุงเป็นประจำ เช่น การทำความสะอาดและการเปลี่ยนฟันปลอมเมื่อจำเป็น.
  3. การจำกัดในการรับประทานอาหาร: บางรูปแบบของฟันปลอมอาจจำกัดการรับประทานอาหารที่มีความแข็งหรือหยาบคาย เนื่องจากอาจทำให้ฟันปลอมเสียหายหรือแตกได้.
  4. ความผิดปกติในรูปร่างของลำคอ: ในบางกรณีฟันปลอมอาจมีผลต่อรูปร่างของลำคอและการคาดเสื้อผ้า.

หากคุณสนใจใส่ฟันปลอม ควรพบทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการตรวจสอบความเหมาะสมสำหรับกรณีของคุณ ทันตแพทย์จะสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมและแนะนำวิธีการดูแลฟันปลอมให้ถูกต้องและรักษาให้ยาวนานได้.

ฟันปลอม มีกี่แบบ

ฟันปลอมมีหลายแบบและรูปแบบที่สามารถใช้ได้ ต่อไปนี้คือแบบฟันปลอมที่พบบ่อยที่สุด:

  1. ฟันปลอมแบบแตะ (Partial Dentures): แบบนี้ใช้เมื่อผู้สูญเสียฟันบางอันเท่านั้น ฟันปลอมแบบแตะจะถูกติดไว้กับฟันเดิมที่เหลืออยู่ โดยใช้โครงสร้างหรือคลิปที่ใส่เข้าไปในช่องคลองฟัน.
  2. ฟันปลอมแบบเคลือบ (Overdentures): ฟันปลอมแบบเคลือบใช้สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันหลายอัน มีโครงสร้างรองรับฟันปลอมที่ติดตั้งลงบนเหงือกหรือฟันเดิมที่เหลืออยู่.
  3. ฟันปลอมแบบทั่วไป (Complete Dentures): ฟันปลอมแบบทั่วไปใช้สำหรับผู้ที่สูญเสียทุกฟันในช่องปาก มีฟันปลอมที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบริเวณในช่องปาก ฟันปลอมแบบทั่วไปสามารถถอดได้และใส่กลับเข้าไปในช่องปากได้.
  4. ฟันปลอมแบบติดตั้ง (Fixed Dentures): ฟันปลอมแบบติดตั้งเป็นการใช้เกร็ดฟันปลอมและโครงสร้างที่ติดตั้งถาวรบนเหงือกหรือกระดูก. รูปแบบเช่นฟันปลอมแบบสปริง (Dental Bridges) และฟันปลอมแบบประแวก (Dental Implants) เป็นตัวอย่างของฟันปลอมแบบติดตั้ง.

การเลือกใช้แบบฟันปลอมที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับจำนวนและตำแหน่งของฟันที่สูญหาย ความสมบูรณ์ของโครงสร้างทางรองรับ และความต้องการและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ. ควรพบทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและตรวจสอบความเหมาะสมสำหรับคุณในการใส่ฟันปลอม.

ใส่ฟันปลอมถาวรดีอย่างไร

การใส่ฟันปลอมถาวรที่ดีอย่างไรขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ต่อไปนี้คือสิ่งที่สำคัญในการใส่ฟันปลอมถาวรที่ดี:

  1. ความพร้อมและการประเมินฟันและเหงือก: ทันตแพทย์จะตรวจสอบฟันและเหงือกของคุณเพื่อประเมินสภาพและความเหมาะสมในการใส่ฟันปลอมถาวร. การรักษาฟันและเหงือกให้เหมาะสมก่อนการใส่ฟันปลอมถาวรเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มีฐานรองรับที่ดี.
  2. การวางแผนการรักษา: ทันตแพทย์จะทำการวางแผนการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับคุณ การวางแผนอาจรวมถึงการเลือกวัสดุที่เหมาะสมและการออกแบบฟันปลอมที่ตรงกับรูปร่างและสีของฟันแท้ของคุณ.
  3. การทดลองฟันปลอม: ก่อนที่จะทำฟันปลอมถาวร ทันตแพทย์อาจทำการทดลองฟันปลอมชั่วคราวเพื่อตรวจสอบรูปร่างและรู้สึกว่าถูกต้องและสบายกับฟันปลอมนั้นหรือไม่.
  4. การตรวจสอบและปรับแต่ง: หลังจากการใส่ฟันปลอมถาวร ทันตแพทย์จะทำการตรวจสอบและปรับแต่งฟันปลอมเพื่อให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์และเหมาะสม. การปรับแต่งสามารถรวมถึงปรับรูปร่างฟันปลอมและการปรับสีเพื่อให้สอดคล้องกับฟันแท้ของคุณ.
  5. การดูแลและบำรุงฟันปลอม: ความสำเร็จในการใส่ฟันปลอมถาวรขึ้นอยู่กับการดูแลและบำรุงอย่างสม่ำเสมอ คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับจากทันตแพทย์เกี่ยวกับการแปรงฟันปลอมและการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง.

การใส่ฟันปลอมถาวรที่ดีต้องการความชำนาญและความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์ คุณควรปรึกษาและพบทันตแพทย์เพื่อให้ได้คำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณ.

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟัน

เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟันดีหรือไม่

เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟันหรือที่เรียกว่าไหมขัดฟันมีประโยชน์หลายอย่างในการรักษาสุขภาพช่องปาก สิทธิประโยชน์เหล่านี้รวมถึง:

การทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ: การใช้ไหมขัดฟันแบบน้ำสามารถช่วยขจัดคราบพลัคและเศษอาหารจากซอกฟันและใต้ขอบเหงือก ซึ่งการใช้ไหมขัดฟันแบบดั้งเดิมอาจเข้าถึงได้ยาก สิ่งนี้สามารถลดความเสี่ยงของฟันผุและโรคเหงือก

สุขภาพเหงือก: เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจากเครื่องฉีดน้ำสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในเหงือก ส่งเสริมสุขภาพเหงือกให้ดีขึ้นและป้องกันโรคเหงือก เช่น โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์อักเสบ

เหล็กดัดฟันและงานทันตกรรม: ไหมขัดฟันมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใส่เหล็กดัดฟันหรืองานทันตกรรมอื่นๆ เช่น สะพานฟันหรือรากฟันเทียม สามารถทำความสะอาดรอบๆ เหล็กจัดฟัน สายไฟ และอุปกรณ์ทันตกรรมอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ช่วยรักษาสุขอนามัยช่องปากระหว่างการจัดฟัน

ใช้งานง่าย: ไหมขัดฟันแบบน้ำใช้งานง่าย ทำให้เข้าถึงได้สำหรับผู้ที่มีความคล่องแคล่วจำกัดหรือผู้ที่มีปัญหาในการใช้ไหมขัดฟันแบบดั้งเดิม ความสะดวกในการใช้งานนี้สามารถกระตุ้นให้ใช้ไหมขัดฟันได้สม่ำเสมอมากขึ้นและปรับปรุงสุขอนามัยช่องปาก

ลดการอักเสบ: การใช้ flosser น้ำเป็นประจำสามารถช่วยลดการอักเสบในเหงือกได้ ซึ่งส่งผลให้สุขภาพปากโดยรวมดีขึ้น

อ่อนโยนต่อเหงือกและฟันที่บอบบาง: สามารถปรับแรงดันน้ำได้ในไหมขัดฟันส่วนใหญ่ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟันหรือเหงือก ละอองน้ำที่อ่อนโยนสามารถทำความสะอาดได้โดยไม่ทำให้รู้สึกไม่สบาย

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ไหมขัดฟันแบบใช้น้ำใช้ซ้ำได้และไม่ก่อให้เกิดขยะเหมือนไหมขัดฟันแบบใช้แล้วทิ้ง

ประโยชน์ของเครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟัน

เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟันหรือที่เรียกว่าไหมขัดฟันมีประโยชน์หลายอย่างในการรักษาสุขภาพช่องปาก สิทธิประโยชน์เหล่านี้รวมถึง:

การทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ: การใช้ไหมขัดฟันแบบน้ำสามารถช่วยขจัดคราบพลัคและเศษอาหารจากซอกฟันและใต้ขอบเหงือก ซึ่งการใช้ไหมขัดฟันแบบดั้งเดิมอาจเข้าถึงได้ยาก สิ่งนี้สามารถลดความเสี่ยงของฟันผุและโรคเหงือก

สุขภาพเหงือก: เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจากเครื่องฉีดน้ำสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในเหงือก ส่งเสริมสุขภาพเหงือกให้ดีขึ้นและป้องกันโรคเหงือก เช่น โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์อักเสบ

เหล็กดัดฟันและงานทันตกรรม: ไหมขัดฟันมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใส่เหล็กดัดฟันหรืองานทันตกรรมอื่นๆ เช่น สะพานฟันหรือรากฟันเทียม สามารถทำความสะอาดรอบๆ เหล็กจัดฟัน สายไฟ และอุปกรณ์ทันตกรรมอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ช่วยรักษาสุขอนามัยช่องปากระหว่างการจัดฟัน

ใช้งานง่าย: ไหมขัดฟันแบบน้ำใช้งานง่าย ทำให้เข้าถึงได้สำหรับผู้ที่มีความคล่องแคล่วจำกัดหรือผู้ที่มีปัญหาในการใช้ไหมขัดฟันแบบดั้งเดิม ความสะดวกในการใช้งานนี้สามารถกระตุ้นให้ใช้ไหมขัดฟันได้สม่ำเสมอมากขึ้นและปรับปรุงสุขอนามัยช่องปาก

ลดการอักเสบ: การใช้ flosser น้ำเป็นประจำสามารถช่วยลดการอักเสบในเหงือกได้ ซึ่งส่งผลให้สุขภาพปากโดยรวมดีขึ้น

อ่อนโยนต่อเหงือกและฟันที่บอบบาง: สามารถปรับแรงดันน้ำได้ในไหมขัดฟันส่วนใหญ่ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟันหรือเหงือก ละอองน้ำที่อ่อนโยนสามารถทำความสะอาดได้โดยไม่ทำให้รู้สึกไม่สบาย

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ไหมขัดฟันแบบใช้น้ำใช้ซ้ำได้และไม่ก่อให้เกิดขยะเหมือนไหมขัดฟันแบบใช้แล้วทิ้ง

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

INVISALIGN VS. BRACES

จัดฟันแบบใส Invisalign vs. จัดฟันแบบดั้งเดิม : แบบไหนดีกว่าสำหรับคุณ

คุณกำลังจะเริ่มการเดินทางครั้งใหม่ด้วยเหล็กดัดฟัน แต่ก่อนที่จะทำคุณต้องแน่ใจว่าเครื่องมือจัดฟันประเภทใดดีกว่าสำหรับคุณ การจัดฟัน vs การจัดฟัน? อันไหนดีกว่าสำหรับคุณ? และคุณควรใช้ระบบดั้งเดิมหรือแบบถอดได้?

การจัดฟันแบบใส Invisalign ดีกว่าการจัดฟันแบบไร้โครง

การจัดฟันแบบใสช่วยให้ฟันของคุณอยู่ในตำแหน่งตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงรู้สึกสบายกว่าการจัดฟันแบบไม่มีเครื่องมือจัดฟัน

การจัดฟันแบบใส Invisalign นั้นสะดวกสบายกว่าการจัดฟันแบบไร้เครื่องมือ

การใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส Invisalign ช่วยป้องกันการสึกหรอของฟันของคุณ ซึ่งอาจนำไปสู่ฟันผุและปัญหาทางทันตกรรมอื่นๆ

การจัดฟันแบบใสกับเครื่องมือจัดฟัน: แบบไหนดีกว่าสำหรับคุณ

เครื่องมือจัดฟันแบบใส Invisalign ช่วยให้ฟันของคุณอยู่ในตำแหน่งตามธรรมชาติและดีต่อขากรรไกรของคุณมากขึ้นเพราะจะทำให้ฟันของคุณอยู่ในตำแหน่งเดิม หากคุณจัดฟันโดยไม่มีการจัดฟัน คุณควรใส่เครื่องมือจัดฟันเพื่อรักษาการเรียงตัวของฟัน

หากคุณจัดฟันแบบไม่ใส่ invisalign คุณควรจัดฟันหากคุณจัดฟันแบบไม่ใส่ invisalign คุณควรใส่เครื่องมือจัดฟัน

  • คุณต้องการรักษาการเรียงตัวของฟันของคุณ
  • คุณต้องการรักษารอยยิ้มของคุณให้ดูดีอยู่เสมอ
  • คุณต้องการให้ฟันของคุณอยู่ในตำแหน่งตามธรรมชาติ

การจัดฟันแบบใสและเครื่องมือจัดฟันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำให้ฟันเรียงตัวตรง การจัดฟันแบบใสนั้นดูรอบคอบและสะดวกสบายกว่าการจัดฟันแบบใส แต่อาจมีราคาสูงกว่าและไม่ได้ผลในกรณีที่การจัดฟันผิดประเภทอย่างรุนแรง เหล็กดัดฟันมีราคาไม่แพงและมักจะได้ผลดีกว่าในกรณีที่รุนแรง แต่จะทำให้มองเห็นได้ชัดเจนและไม่สบายตัว ท้ายที่สุด ตัวเลือกที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณส่วนบุคคลของคุณ

การจัดฟันแบบอินวิสไลน์และการจัดฟันแบบดั้งเดิมต่างก็เป็นการจัดฟันที่ใช้เพื่อทำให้ฟันเรียงตัวตรง นี่คือการเปรียบเทียบระหว่างสองตัวเลือก:

ลักษณะที่ปรากฏ: Invisalign ใช้เครื่องมือจัดฟันแบบพลาสติกใสซึ่งแทบจะมองไม่เห็นเมื่อสวมใส่ ในขณะที่เครื่องมือจัดฟันแบบดั้งเดิมใช้เหล็กและลวดโลหะที่มองเห็นได้

ความสบาย: อุปกรณ์จัดฟันแบบใส Invisalign สามารถถอดออกได้และสวมใส่สบายกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องมือจัดฟันแบบดั้งเดิม ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองเนื่องจากลวดและเหล็กจัดฟันที่เป็นโลหะ

ระยะเวลาการรักษา: เวลาการรักษาสำหรับทั้งการจัดฟันแบบใสและแบบใสนั้นอาจแตกต่างกันไป แต่โดยเฉลี่ยแล้วการจัดฟันแบบธรรมดามักจะเร็วกว่าในการแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟัน

ค่าใช้จ่าย: โดยทั่วไปการจัดฟันแบบใสจะมีราคาแพงกว่าเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบดั้งเดิม

การปฏิบัติตามมาตรฐาน: การจัดฟันแบบใสต้องการการปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ป่วยในระดับสูง เนื่องจากต้องใส่เครื่องมือจัดฟันอย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ในทางกลับกัน การจัดฟันแบบดั้งเดิมไม่จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมมากนัก

ประสิทธิผล: ประสิทธิภาพของทั้งการจัดฟันแบบใสและแบบจัดฟันแบบดั้งเดิมอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีและความรุนแรงของปัญหาการจัดฟัน สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษากับทันตแพทย์จัดฟันเพื่อพิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการเฉพาะของคุณ

โดยสรุปแล้ว ทั้งการจัดฟันแบบใสและแบบใสมีข้อดีข้อเสีย และทางเลือกที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีและความชอบและความต้องการของคนไข้

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

วิธีจัดฟันใสแบบไม่ต้องเสียเงินมาก

วิธีจัดฟันใสแบบไม่ต้องเสียเงินมาก

การจัดฟันแบบใสเป็นวิธีที่นิยมและราคาไม่แพงในการแก้ไขฟันของคุณ แต่ก่อนที่คุณจะไปรับ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจต้นทุนและประโยชน์ของการจัดฟันแบบใส คุณไม่ต้องเสียเงินเพื่อจัดฟันแบบใส โดยไม่ต้องเสียเงินกับความซับซ้อนและความยุ่งยากมากมาย ความจริงแล้วคุณสามารถประหยัดเงินและยังได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการจัดฟันแบบใสโดยไม่ต้องเสียเงินมากมาย ต่อไปนี้คือเคล็ดลับ 5 ข้อที่จะช่วยตัดสินใจว่าการจัดฟันแบบใสเหมาะกับคุณหรือไม่

การจัดฟันแบบใส Invisalign ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพแทนการจัดฟันแบบโลหะสำหรับการจัดฟันให้ตรง พวกเขาใช้อุปกรณ์จัดฟันพลาสติกใสที่ทำขึ้นเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งทำให้แทบมองไม่เห็นเมื่อสวมใส่ เครื่องมือจัดฟันยังสามารถถอดออกได้ ทำให้การรับประทานอาหารและการแปรงฟันง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ Invisalign จะขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีและความรุนแรงของปัญหาการจัดฟัน การปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันเป็นสิ่งสำคัญเพื่อพิจารณาว่า Invisalign เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่

การจัดฟันแบบใสคืออะไร

การจัดฟันแบบใสเป็นฟันปลอมประเภทหนึ่งที่ใช้เพื่อช่วยให้ฟันของคุณมีความแม่นยำมากขึ้น เครื่องมือจัดฟันแบบใสทำจากวัสดุพลาสติกที่มีความโปร่งแสงเล็กน้อยและมีพื้นผิวด้านหน้าแบบใส จากนั้นจึงติดเข้ากับฟันของคุณโดยใช้สกรูและวิธีการอื่นๆ

หัวข้อย่อย 1.2 การจัดฟันแบบใสช่วยปรับปรุงความแม่นยำของฟันของคุณในขณะเดียวกันก็รักษารอยยิ้มของคุณให้ดูดี เครื่องมือจัดฟันแบบใสมีพื้นผิวด้านหน้าที่ชัดเจนซึ่งช่วยให้คุณมองเห็นได้ดีขึ้นเมื่อคุณกิน ดื่ม หรือนอนหลับ นอกจากนี้ยังช่วยให้ฟันของคุณสะอาดและแข็งแรงโดยป้องกันการสะสมของคราบจุลินทรีย์

ส่วนย่อย 1.3 สามารถใช้เครื่องมือจัดฟันแบบใสเพื่อช่วยปรับปรุงความแม่นยำของฟันของคุณในขณะที่ยังคงรอยยิ้มของคุณให้ดูดี เมื่อใช้เครื่องมือจัดฟันแบบใส สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้:

1) ตรวจสุขภาพกับทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับผลลัพธ์ที่ถูกต้องที่สุดจากการจัดฟันแบบใส

2) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ใช้วัสดุอุดหลุมร่องฟันกับทุกส่วนของแบร็กเก็ตของคุณที่โลหะมาบรรจบกับพลาสติก (ซึ่งจะช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย)

3) ใช้ไหมขัดฟันและเทคนิคการแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ฟันของคุณสะอาดและมีสุขภาพดี สิ่งนี้จะช่วยป้องกันการสะสมของคราบจุลินทรีย์บนผิวฟันของคุณ

วิธีจัดฟันใสแบบไม่ต้องเสียเงินมาก

เครื่องมือจัดฟันแบบใสสามารถหาซื้อได้ทางอินเทอร์เน็ต แต่มีบางสิ่งที่คุณควรทราบก่อนเริ่ม ก่อนอื่นคุณควรศึกษาประเภทของเครื่องมือจัดฟันที่เหมาะกับคุณที่สุด การจัดฟันมีสามประเภทหลักๆ ได้แก่ การจัดฟันแบบสัมผัส (หรือการจัดฟันแบบใส “มาตรฐาน”) แบบก้าวหน้า (ซึ่งจะเพิ่มชั้นให้ฟันของคุณมากขึ้นในแต่ละวัน) และแบบเต็มเวลา (ซึ่งต้องเข้าถึงฟันของคุณตลอดเวลา)

ข้อดีของการจัดฟันแบบใส:

ลักษณะที่ชัดเจนและแทบมองไม่เห็น ทำให้เป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อเครื่องสำอางมากกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะทั่วไป ถอดออกได้ ทำให้การรับประทานอาหารและสุขอนามัยช่องปากง่ายขึ้น
สวมใส่สบายกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะทั่วไป โดยไม่ต้องใช้ลวดโลหะหรือเหล็กจัดฟันที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองภายในช่องปาก ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งช่วยให้การรักษาแม่นยำและตรงเป้าหมาย
การเยี่ยมชมสำนักงานไม่บ่อยนักเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบดั้งเดิม


ข้อเสียของการจัดฟันแบบใส:

ราคาแพงกว่าเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบโลหะ ต้องการความยินยอมของผู้ป่วยในระดับสูง เนื่องจากต้องใส่อุปกรณ์จัดฟันอย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาจไม่เหมาะกับกรณีการจัดฟันที่มีความซับซ้อน เช่น ปัญหาการสบฟันที่รุนแรง หรือกรามไม่ตรงแนว อาจทำให้รู้สึกไม่สบายในช่วงแรกเนื่องจากอุปกรณ์จัดฟันออกแรงกดบนฟัน ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวอาจใช้เวลานานกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบดั้งเดิม ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

บทสรุป

การจัดฟันแบบใสเป็นฟันปลอมประเภทหนึ่งที่ใช้เพื่อช่วยปรับปรุงความแม่นยำของฟันของคุณในขณะที่ยังคงรอยยิ้มของคุณให้ดูดี การจัดฟันแบบใสโดยไม่ต้องเสียเงินมากสามารถปรับปรุงความแม่นยำและความสวยงามของรอยยิ้มได้ในเวลาเดียวกัน สิ่งสำคัญคือต้องมีกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวและติดตามข่าวการเงินล่าสุดเพื่อที่จะนำหน้าเส้นโค้งในตลาดหุ้น สุดท้าย เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับฉบับ

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

ปวดฟันคุด..สัญญาณเตือนภัยร้ายในช่องปาก

ปวดฟันคุด..สัญญาณเตือนภัยร้ายในช่องปาก

“ฟันคุด” หนึ่งในปัญหาช่องปากที่เป็นฝันร้ายและสร้างความรำคาญใจให้กับใครหลายคน เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วได้สร้างความเจ็บปวดอย่างมากมายจนวิ่งไปหาหมอฟันแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว และสุดท้ายก็จะต้องจบลงด้วยการผ่าออก แท้จริงแล้วฟันคุดคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร ถ้าหากปล่อยเอาไว้จะสร้างความเสียหายอย่างไร และจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้องผ่าออก วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ “ฟันคุด” มาแบ่งปันกันค่ะ

ฟันคุดคืออะไร

ฟันคุด (Impacted Tooth, Wisdom Tooth) เป็นฟันที่ฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรโดยไม่สามารถขึ้นมาได้ตามปกติในช่องปากเหมือนฟันซี่อื่นๆ ซึ่งอาจจะโผล่ออกมาให้เห็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากฟันคุดขึ้นมาช้ากว่าฟันซี่อื่นจึงทำให้ไม่มีช่องว่างที่จะโผล่ขึ้นมาได้  ซึ่งโดยปกติฟันคุดจะมีทั้งหมด 4 ซี่ด้วยกัน คือในบริเวณด้านในของช่องปากทั้งบนและล่าง เกิดขึ้นได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา สามารถพบได้บ่อยที่บริเวณฟันกรามซี่สุดท้ายซึ่งอยู่ด้านในสุดของกระดูกขากรรไกรล่าง

ฟันคุดเกิดจากอะไร

ปกติแล้วฟันคุดก็คือฟันซี่ที่ควรจะเกิดขึ้นในช่วงอายุประมาณ 16-25 ปี อาจเป็นไปได้ที่จะโผล่ขึ้นมาในลักษณะตั้งตรง เอียงหรือนอนในแนวราบ แต่ฟันคุดคือฟันที่พยายามจะงอกขึ้นมาแต่ไม่สามารถขึ้นมาได้เนื่องจากมีฟันเนื้อเยื่อหรือกระดูกปิดขวางฟันที่กำลังจะขึ้นมานั่นเอง เมื่อฟันคุดพยายามที่จะงอกขึ้นมา ทำให้เกิดแรงผลักดันและเป็นไปได้ว่าจะมีการเบียดฟันซี่ข้างๆ นี่จึงเป็นที่มาของอาการปวดฟันคุดอย่างรุนแรงและสร้างความทรมานให้กับผู้ที่เป็นอย่างมาก

อาการของฟันคุดเป็นอย่างไร

โดยทั่วไป “ฟันคุด” ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยกเว้นในกรณีที่ตัวฟันโผล่ขึ้นมาเหนือเหงือก จะต้องใช้วิธีการเอกซเรย์จึงจะสามารถมองเห็นได้ อาการที่พบส่วนใหญ่คือรู้สึกเจ็บปวดที่บริเวณฟันคุดมากหรือมีการอักเสบรอบๆเหงือก บางรายแก้มบวม อ้าปากได้น้อย กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ หรือที่หนักกว่านั้น ในบางรายอาจมีอาการบวมและติดเชื้อ จนลุกลามไปถึงใบหน้า แก้ม และลำคอได้อีกด้วย

ผลกระทบจากฟันคุด

การปล่อยฟันคุดทิ้งเอาไว้นานๆ สามารถทำให้เกิดโทษหรือผลกระทบกับส่วนอื่นๆในช่องปากได้ เช่น

  • ฟันคุดทำให้เกิดฟันผุ 
    เนื่องจากฟันคุดเป็นฟันที่ผิดรูป ทำให้เป็นแหล่งที่กักเก็บเศษอาหารได้เป็นอย่างดี และอาจจะเนื่องด้วยตำแหน่งของฟันคุดที่อยู่ลึกด้านในใกล้ลำคอ ทำให้ยากต่อการทำความสะอาด และเกิดฟันผุขึ้นมาได้และนอกจากนั้นยังสามารถลุกลามไปยังฟันซี่ที่อยู่ข้างๆได้ด้วยเช่นกัน
  • ฟันคุดทำให้เหงือกอักเสบ
    ฟันคุดบางซี่ตัวฟันอาจจะโผล่ออกมาเหนือเหงือกไม่หมด เมื่อเหงือกเข้าไปปกคลุมฟัน อาจทำให้เศษอาหารเข้าไปสะสมอยู่ใต้เหงือก ทำความสะอาดได้ยาก เป็นที่มาของเชื้อแบคทีเรียและทำให้เกิดอาการอักเสบ ปวด บวมและเป็นหนองตามมา ที่ร้ายแรงกว่านั้น ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการกระจายเชื้อโรคไปยังส่วนอื่นๆจนเกิดการติดเชื้อ ลุกลามไปยังช่องคอ ทำให้หายใจไม่ออกได้เช่นกัน
  • ฟันคุดมีโอกาสทำให้เกิดถุงน้ำ
    เมื่อเกิดฟันคุดขึ้น เนื้อเยื่อที่อยู่โดยรอบสามารถพัฒนากลายเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกได้ และที่สำคัญฟันคุดที่มักอยู่ติดกับขากรรไกร มันจะเกิดการดัน และเบียดกระดูกขากรรไกร ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูปในอนาคต

จำเป็นต้องผ่าฟันคุดออกหรือไม่

ในการผ่าฟันคุดนั้น แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยโดยพิจารณาจากองค์ประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของฟันคุด ระยะห่างของฟันคุดกับเส้นประสาท รวมถึงอายุของคนไข้ด้วย ซึ่งโดยมาก แพทย์มักแนะนำให้ผ่าฟันคุดออกในทุกกรณี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรมีการขอคำแนะนำจากแพทย์ทุกครั้งซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการรักษาตามมา

ลักษณะของฟันคุดที่จำเป็นต้องผ่าออก

ลักษณะของฟันคุดที่มีความจำเป็นต้องผ่า เพราะสร้างปัญหาและผลกระทบในช่องปากระยะยาว มีอยู่ 2 ลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้

  1. ฟันคุดที่มีเหงือกคลุม (soft tissue impaction) 
    ลักษณะคือตัวของฟันคุดมีลักษณะตั้งตรง แล้วมีเหงือกที่ปกคลุมฟันคุดซี่นั้นเอาไว้ ในกรณีนี้สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าเปิดเหงือกออกร่วมกับการถอนฟันคุด
  2. ฟันคุดที่มีกระดูกคลุม (bony impaction) 
    ลักษณะอาการในกรณีนี้คือมีทั้งเหงือกและกระดูกที่คลุมฟันคุดเอาไว้  ส่วนลักษณะของฟันคุดก็มีทั้งแบบตั้งตรง เอียง หรือนอน การรักษาสามารถทำได้โดยการกรอกระดูกร่วมกับการแบ่งฟันคุดเป็นส่วนๆ เพื่อนำฟันคุดออกมา

อาการข้างเคียงหลังผ่าฟันคุด

อาการแทรกซ้อนหลังจากการรักษาฟันคุดโดยการผ่านั้นสามารถเกิดขึ้นได้ เช่น มีเลือดออกบริเวณผ่าตัด ปวดแผลผ่าตัด ซึ่งเป็นอาการปกติทั่วไป แต่ถ้าหากมีอาการที่ผิดปกติ กรณีเช่น มีเลือดไหลจากแผลผ่าตัดมากกว่าปกติ บางรายมีไข้ หรือเกิดการติดเชื้อหลังการผ่าตัด และถ้าในกรณีที่อาการปวดบวมไม่ทุเลาลงเลย มีกลิ่นปาก เจ็บแปลบหรือเกิดอาการชาที่ใบหน้า ริมฝีปากหรือลิ้น ให้รีบไปพบทันตแพทย์ทันที

ข้อควรปฏิบัติหลังผ่าฟันคุด

หลังผ่าตัดฟันคุดมีข้อควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ห้ามบ้วนเลือดหรือน้ำลายทันทีในวันที่ผ่าตัด เพราะอาจจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด แต่ให้กัดผ้าก๊อตประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นให้กลืนน้ำลายตามปกติได้
  • ควรประคบน้ำแข็งบริเวณแก้มในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  • หลังจากที่ผ่าตัดอาจจะมีอาการตึงๆบริเวณแก้มในด้านที่ผ่าตัด ให้บริหารกล้ามเนื้อบริเวณนั้นด้วยการฝึกอ้าปาก
  • สามารถรับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • ให้รับประทานอาหารชนิดอ่อนๆประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อจะได้ไม่กระทบกระเทือนต่อแผลในช่องปาก
  • สามารถแปรงฟันได้ตามปกติอย่างเบามือ และกลับไปตัดไหมหลังจากที่ผ่าตัดได้ 5-10 วัน

“ฟันคุด” เป็นฟันที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในลักษณะที่ผิดปกติ ดังนั้นควรมีการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันเป็นประจำ เมื่อพบอาการผิดปกติใดๆจะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที และในการผ่าตัดรักษาฟันคุดก็ไม่ได้น่ากลัวเกินไป เมื่อเทียบกับโทษที่อาจจะเกิดขึ้นถ้าหากปล่อยเอาไว้ เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคร้ายแล้ว อาจลุกลามสร้างความเสียหายไปยังอวัยวะอื่นได้ด้วยเช่นกัน

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

อาการเสียวฟัน

ปัญหา “เสียวฟัน” ปัญหารบกวน…ที่มาพร้อมกับสัญญาณของสุขภาพฟันไม่ดี

เคยไหมที่เวลาเราเคี้ยวอะไรสักอย่าง…ถึงมีอาการคล้ายๆ เสียวๆ ตรงฟันกรามออกมาชัดเจน ยิ่งทานอาหารที่เป็นของเย็นๆ ยิ่งรู้สึกเสียวฟันจี๊ดๆ ออกมาชัดเจน อาการเหล่านี้เรียกว่า “อาการเสียวฟัน” ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Sensitive Teeth” ซึ่งมันเป็นปัญหาที่รบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก มันสื่อถึงปัญหาช่องปากโดยมีสัญญาณจากปัญหาเสียวฟัน มักจะเกิดจากเหงือกหรือฟันที่บอบบาง มักเป็นผลของเสียวฟันรบกวน มาจากการเคลือบฟันที่สึกหรอหรือรากฟันที่หลุดออกมา อย่างไรก็ตาม บางครั้งความรู้สึกไม่สบายฟันเกิดจากปัจจัยอื่นๆ เช่น โพรงฟัน ฟันแตกหรือบิ่น การอุดฟันที่สึกกร่อน โรคเหงือก หรือเป็นสัญญาณการเกิดปริทันต์อีกด้วย ซึ่งอาการเสียวฟันเกิดได้ทุกเพศทุกวัย

“อาการเสียวฟัน” เป็นสิ่งที่ฟังดูเหมือนความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไม่สบายในฟันของเรา ที่อาการเจ็บแปลบๆ จี๊ดๆ ตอบสนองต่อสิ่งเร้าบางอย่าง เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่ง เคี้ยวลูกอมที่เหนียวหนึบ การรับประทานอาหารที่มีอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็น ซึ่งเสี่ยงต่ออาการเสียวฟันขณะกิน อาจเป็นปัญหาชั่วคราวหรือเรื้อรัง และอาจส่งผลต่อฟันหนึ่งซี่ ฟันหลายซี่ หรือฟันทั้งหมดในคนๆ เดียว อาจมีสาเหตุหลายประการ แต่กรณีส่วนใหญ่ของฟันที่บอบบางสามารถรักษาได้ง่ายด้วยการดูแลรักษาระบบสุขอนามัยในช่องปากเพื่อลดปัญหาเสียวฟัน

สาเหตุของอาการเสียวฟัน

บางครั้งภาวะอื่นๆ นอกจากอายุมากเนื่องจากสูงวัย การทานอาหารร้อนและเย็นอาจทำให้เสียวฟันได้ แต่ก็มีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ที่ส่งผลต่ออาการเสียวฟัน ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนมีสาเหตุอื่นเข้ามา และไม่ได้มีเพียงจุดเดียว เช่น

  1. กรดไหลย้อน (GERD) อาจทำให้กรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร ซึ่งกรดในกระเพาะอาหารมีค่า pH ที่ 1.5 อยู่ในสภาพเป็นกรด และอาจสึกกร่อนเมื่อเวลาผ่านไป ภาวะที่ทำให้อาเจียนบ่อยๆ รวมทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้แปรปรวน อาจทำให้กรดสึกกร่อนเคลือบเคลือบฟันได้
  2. เหงือกร่นอาจทำให้ส่วนของฟันเปิดออกและไม่มีการป้องกัน และยังทำให้เกิดปัญหาเสียวฟัน
  3. ฟันผุ ฟันหัก ฟันบิ่น และการอุดฟันหรือครอบฟันที่สึกหรอ อาจทำให้เนื้อฟันเผยออก ทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้ หากเป็นกรณีนี้ คุณจะรู้สึกเสียวฟันเพียงซี่เดียวหรือบริเวณใดบริเวณหนึ่งในปาก แทนที่จะเป็นฟันส่วนใหญ่ ในส่วนนี้อาจทำให้เสียวฟันขณะกิน
  4. ฟันบอบบางชั่วคราวหลังจากทำฟัน เช่น อุดฟัน ครอบฟัน หรือการฟอกสีฟัน ในกรณีนี้อาการเสียวฟันจะจำกัดอยู่ที่ฟันซี่เดียวหรือฟันรอบฟันที่ได้รับการทำทันตกรรม สิ่งนี้ควรบรรเทาลงหลังจากผ่านไปหลายวัน บางรายอาจจะมีอาการเสียวฟันรบกวนเข้ามาหลังจากนั้น

วิธีการรักษาอาการเมื่อมีอาการเสียวฟัน

หากมีอาการเสียวฟันเป็นครั้งแรก ให้นัดหมายกับทันตแพทย์ของคุณทันที เพราะสามารถตรวจสุขภาพฟันและตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ฟันผุ อุดฟันหลวม หรือเหงือกร่นที่อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้

ทันตแพทย์สามารถทำเช่นนี้ได้ในระหว่างการทำความสะอาดฟันตามปกติของคุณ พวกเขาจะทำความสะอาดฟันของคุณและตรวจสายตา พวกเขาอาจสัมผัสฟันของคุณโดยใช้เครื่องมือทางทันตกรรมเพื่อตรวจสอบความไวต่อการตอบสนอง และอาจสั่งให้เอ็กซ์เรย์ฟันเพื่อแยกแยะสาเหตุของเสียวฟันรบกวน เช่น ฟันผุ ฟันสึกกร่อน

วิธีการลดอาการเสียวฟันสามารถรักษาได้โดยเริ่มจากที่บ้าน เราสามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตบางส่วนที่มีส่วนมาจากเสียวฟันขณะกิน เพื่อยืดอายุการใช้งานของฟันและสุขภาพช่องปาก โดยมีวิธีการดูแลตัวเองจากปัญหาเสียวฟันได้ดังนี้

อาการเสียวฟันดูแลได้อย่างไร

  • หากอาการเสียวฟันไม่รุนแรง คุณสามารถลองใช้การรักษาทางทันตกรรมที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์
  • เลือกยาสีฟันที่มีป้ายกำกับว่าผลิตมาเพื่อฟันที่บอบบางโดยเฉพาะ ยาสีฟันเหล่านี้จะไม่มีส่วนผสมที่ระคายเคืองใดๆ และอาจมีส่วนผสมที่ทำให้รู้สึกไวต่อความรู้สึกที่ช่วยป้องกันความรู้สึกไม่สบายจากการตอบสนองไปยังเส้นประสาทของฟัน
  • ให้เลือกน้ำยาบ้วนปากที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เพราะจะระคายเคืองต่อฟันที่บอบบางน้อยกว่า
  • การใช้แปรงสีฟันที่นุ่มกว่าและการแปรงฟันอย่างนุ่มนวลก็สามารถช่วยได้เช่นกัน แปรงสีฟันแบบอ่อนจะติดฉลากไว้เช่นนั้น เพื่อลดการเสียดสีจนเกิดปัญหาเสียวฟัน
  • หากการรักษาที่บ้านไม่ได้ผล คุณสามารถพูดคุยกับทันตแพทย์เกี่ยวกับยาสีฟันที่ต้องสั่งโดยแพทย์และน้ำยาบ้วนปาก อาจใช้เจลฟลูออไรด์หรือสารลดความรู้สึกไวตามใบสั่งแพทย์ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยเสริมสร้างเคลือบฟันและปกป้องฟันเนื่องจากปัญหาเสียวฟัน

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม