ทำไมจึงควรตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมแนะสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตรวจ

ทำไมจึงควรตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมแนะสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตรวจ

ทำไมจึงควรตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมแนะสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตรวจ

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยไปตรวจสุขภาพประจำปี เพราะคิดว่าไม่ได้ป่วย แสดงว่าก็ไม่ได้เป็นอะไร นั่นดูจะเป็นความคิดที่ประมาทไปสักหน่อย เพราะบางครั้งโรคบางโรคก็ไม่แสดงอาการอะไรเลย จนกว่าโรคจะดำเนินไปจนถึงระยะรุนแรง เราจะมาดูกันค่ะว่าเหตุผลอะไรที่เราควรตรวจสุขภาพประจำปี และสำหรับใครที่อยากจะไปตรวจ เรามีคำแนะนำมาฝากกันด้วย

การตรวจสุขภาพประจำปี คืออะไร

การตรวจสุขภาพประจำปี คือ การตรวจการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย เพื่อหาความเสี่ยงและความผิดปกติที่อาจจะนำไปสู่โรคร้ายแรงในอนาคต เช่น ตรวจระดับไขมันในเลือด ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจการทำงานของตับ ไต ปอด ฯลฯ

เหตุผลที่ต้องตรวจสุขภาพประจำปี

หากใครกำลังคิดว่าการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นเรื่องสิ้นเปลืองหรือไม่จำเป็นแล้วล่ะก็ มาอ่านตรงนี้ก่อนค่ะ ว่าทำไมเราจึงควรตรวจสุขภาพประจำปี

1. สภาวะสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันสภาวะสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเราต่างจากสมัยก่อนมากเลยค่ะ เมืองที่มีแต่ตึก ยานพาหนะ ก็มาพร้อมกับมลพิษ ควัน ฝุ่นละออง ที่ผ่านมาที่หนัก ๆ เห็นจะเป็นฝุ่น PM 2.5 ที่สูดเข้าไปมาก ๆ ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ยิ่งบางคนมีอาการภูมิแพ้อยู่แล้วยิ่งเป็นหนัก การตรวจสุขภาพประจำปี จะช่วยเช็คการทำงานของปอด รวมถึงส่วนต่าง ๆ เพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติและเราจะได้รักษาได้ทันท่วงที

2. โรคระบาด

อย่างสถานการณ์ตอนนี้เราประสบกับวิกฤตโควิด 19 ซึ่งเจ้าเชื้อโรคนี้ก็ดันกลายพันธุ์ออกมาอีกยิบย่อยเยอะแยะไปหมด บางคนก็ไม่แสดงอาการออกมา ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงสามารถช่วยป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

3. It’ okay to be not okay

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่า หลายคนมองว่าในเมื่อไม่ป่วยก็แปลว่าไม่ได้เป็นอะไร เลยคิดว่าตัวเองแข็งแรงดีมาตลอด ไม่ต้องไปตรวจสุขภาพประจำปีก็ได้ นั่นหมายความว่าคุณกำลังทำให้ตัวคุณเองเสี่ยงที่จะเกิดโรคไม่รู้ตัว เพราะเราไม่สามารถเห็นได้ว่าภายในร่างกายของเราเป็นอย่างไร บางทีอาจจะมีรอยโรคอยู่ก่อนแล้ว รอเวลาที่ร่างกายจะไม่ไหวและแสดงออกมา ซึ่งบางคนมาตรวจเจอก็ตอนที่เป็นหนัก รักษายากหรือรักษาไม่ได้แล้ว การตรวจสุขภาพประจำปีเหมือนเราพารถไปเช็ค ตรวจวัดระยะ เช็คเครื่อง ว่าตอนนี้มีส่วนไหนสึกหรอ หรือผิดปกติหรือไม่ เพื่อที่จะดูแลและรักษาได้ทัน

4. เรียนรู้ที่จะป้องกัน

การตรวจสุขภาพประจำปีและเช็คอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เราเรียนรู้ร่างกายของเราเอง การที่เราได้รู้ความสมบูรณ์ของร่างกายของเราจะทำให้เห็นจุดที่อาจจะบกพร่องได้ในอนาคต เช่น ถ้าระดับไขมันเราสูง เราก็รู้ว่าเราควรจะลดการทานอาหารที่มีไขมันสูง เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคความดันโลหหิตสูง ได้นั่นเอง

ข้อควรรู้ก่อนไปตรวจสุขภาพประจำปี

1. ทบทวนประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว

เนื่องจากโรคบางโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมและเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของเราได้ จึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เมื่อไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อที่จะประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคและรับคำแนะนำในการดูแลตนเอง

2. จดบันทึกคำถามหรือประเด็นที่ต้องการปรึกษาแพทย์

การไปตรวจสุขภาพประจำปี อย่าลืมที่ลิสต์คำถามที่ต้องการถาม หรืออาการบางอย่างที่เกิดขึ้นในร่างกาย เช่น มีก้อน มีมานานแค่ไหนแล้ว เจ็บไหม

3. มองแผนสุขภาพในระยะยาว

นอกจากสุขภาพในปัจจุบันแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปีสามารถวางแผนสุขภาพในระยะยาวได้ด้วยค่ะ เช่น การลดน้ำหนัก การวางแผนการมีบุตร การเลิกบุหรี่

การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นอะไรที่สำคัญ ที่เราควรไปอัปเดตร่างกายของตนเองทุก ๆ ปี เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงและหาสิ่งผิดปกติ จะได้รักษาได้ทันท่วงที

How to วิธีเลือกประกันสุขภาพที่ใช่สำหรับตัวคุณ

How to วิธีเลือกประกันสุขภาพที่ใช่สำหรับตัวคุณ

How to วิธีเลือกประกันสุขภาพที่ใช่สำหรับตัวคุณ

คำโบราณกล่าวว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” คงไม่มีใครอยากเจ็บป่วยกันใช่ไหมคะ เพราะไม่ใช่แค่ร่างกายของเราที่เสีย แต่เรายังต้องเสียเงินจำนวนมากในการรักษา ทุกครั้งที่ไปหาหมอ โรงพยาบาลมักถามว่า “มีประกันสุขภาพหรือเปล่า” หากใครไม่มี ก็จะต้องจ่ายแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้นหากใครยังไม่มีประกันและอยากจะซื้อประกันเพื่อลดความเสี่ยง เรามีวิธีเลือกประกันสุขภาพมาฝากกัน

ปัจจัยในการเลือกประกันสุขภาพ

โดยทั่วไปแล้วประกันสุขภาพจะเป็นเบี้ยทิ้ง ที่เราซื้อเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพและการเงิน เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ตอนนี้คุณยังสุขภาพดี แต่วันดีคืนดีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ป่วยขึ้นมา คุณอาจจะต้องเสียเงินที่หามาทั้งชีวิตไปกับค่ารักษาพยาบาล หากใครกำลังจะซื้อ ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญดังนี้

1. เบี้ยประกัน

เพราะเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร หลายครั้งคนที่ทำประกันสุขภาพ มักจะถามก่อนเลยว่า “ค่าเบี้ยเท่าไหร่” แน่นอนว่าเบี้ยประกันจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามเพศและช่วงอายุ เช่น เบี้ยประกันเด็กและผู้สูงอายุ จะมีค่าเบี้ยที่สูงเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรค ยังรวมไปถึงอาชีพ (อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงก็จะแพงหน่อย) สุขภาพ รวมไปถึงการดำเนินชีวิต ซึ่งเบี้ยประกันสุขภาพควรจ่ายไม่เกิน 10-15% ของรายได้รวมทั้งปี อย่าลืมว่าเบี้ยประกันอาจมีการปรับขึ้นทุก ๆ ปี

2. วงเงินคุ้มครอง

โดยทั่วไปในประกันสุขภาพจะมีวงเงินคุ้มครองอยู่ 2 แบบ ได้แก่ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดต่อปี (เหมาจ่าย) แบบนี้จะจ่ายไม่อั้นเท่าที่วงเงินคุ้มครอง กับ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดต่อครั้งต่อโรค แบบนี้จะกำหนดวงเงินรักษาต่อครั้ง ขึ้นชื่อว่าความเจ็บป่วยก็คาดเดายาก การทำประกันสุขภาพ คุณจึงควรคิดถึงกรณีร้ายเเรงที่สุดเพื่อคาดการณ์ได้ว่า ประกันสุขภาพต้องมีเงินคุ้มครองเท่าไหร่ ถึงจะครอบคลุมค่ารักษาของคุณทั้งหมด เพราะถ้าค่ารักษาไม่ครอบคลุม คุณจะต้องจ่ายส่วนต่างอีกด้วย

3. การคุ้มครอง

การเจ็บป่วยแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากมาย เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์ ค่าพยาบาล ฯลฯ คุณจึงต้องเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ในกรณีที่คุณไม่มีสวัสดิการใดๆ เลย แต่ถ้าคุณมีสวัสดิการที่ทำงานหรือประกันสังคม อาจจะเลือกแค่ค่า IPD ก็ได้ค่ะ ส่วนการเจ็บป่วยเล็กน้อยก็ให้สิทธิรักษาอื่น ๆ รับไป

4. กระแสเงินสดของคุณเอง

ด้วยความที่เมื่ออายุมากขึ้น เบี้ยประกันสุขภาพจะเพิ่มมากขึ้นทุกปีตามความเสี่ยง ดังนั้นคุณจะต้องแน่ใจว่าคุณจะมีเงินจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพได้โดยไม่เดือดร้อน ซึ่งเงินที่นำมาจ่ายจะต้องไม่ไปกระทบกับค่าใช้จ่ายหลักของคุณ เพราะประกันสุขภาพเหมือนเป็นการซื้อความอุ่นใจด้านสุขภาพในอนาคต จึงไม่ควรส่งผลกระทบต่อเงินในปัจจุบัน

5. โรงพยาบาลคู่สัญญา

คุณจะต้องเช็คให้ดีว่าประกันสุขภาพที่คุณทำไปนั้น มีโรงพยาบาลคู่สัญญาที่อยู่ใกล้บ้านของคุณหรือไม่ นอกจากนี้ ความสำคัญในการเข้าโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญา คุณสามารถใช้สิทธิรักษาได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อนนั่นเอง

6. อายุสูงสุดที่บริษัทจะต่ออายุกรมธรรม์

ปกติแล้วประกันสุขภาพจะต่ออายุแบบปีต่อปี โดยความเสี่ยงอยู่ที่การเคลมค่ารักษาพยาบาลในปีกรมธรรม์
นั้น ๆ หากปีนั้นมีการเคลมมาก ทางประกันอาจจะปฏิเสธ พิจารณาไม่ต่ออายุกรมธรรม์ได้ หรือในรายที่ปกปิดประวัติสุขภาพ ดังนั้นจึงควรเลือกประกันสุขภาพที่มีการการันตีการต่ออายุ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ถ้าเราเป็นโรคร้ายที่ต้องรักษาต่อเนื่องและมีค่าใช้จ่ายสูงจะสามารถเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาลได้ตลอดระยะเวลาการรักษา โดยไม่ถูกประกันบอกเลิกสัญญาในปีต่ออายุและได้รับการต่ออายุในระยะยาว

หากใครที่กำลังจะซื้อประกันสุขภาพ ก็อย่าลืมที่จะพิจารณาปัจจัยข้างต้นนี้ เพื่อให้ได้ประกันที่คุ้มค่าและไม่เดือดร้อนเงินในกระเป๋า

อาหาร หลัก 5 หมู่ 2022 ยุคใหม่มีอะไรบ้าง

อาหาร หลัก 5 หมู่ 2022 ยุคใหม่มีอะไรบ้าง

อาหาร หลัก 5 หมู่ 2022 ยุคใหม่มีอะไรบ้าง

เข้าสู่ปี 2022 อย่างเป็นทางการ ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบัน เพราะใน 2 ปีที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นปีที่หนักมากสำหรับทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ โรคระบาด COVID-19 ส่งผลให้ผู้คนส่วนใหญ่ระมัดระวังในการใช้ชีวิต และหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ลดความเสี่ยง และวางรากฐานสุขภาพให้แข็งแรง ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่ต้องการอาหารที่ดีต่อร่างกายแต่ยังต้องการอาหารที่ดีต่อโลกด้วย

การให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนั้นยังไม่ได้หายไปไหน แต่มันได้เปลี่ยนเป็นเทรนด์ และกลมกลืนไปในชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว ซึ่งแนวโน้มของโรคระบาดที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ส่งผลให้คนทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อนมากขึ้น แต่แม้ว่าจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็มีสิทธิ์ที่จะเจ็บป่วยได้ แต่สิ่งพื้นฐานเลยที่ยังจำเป็นสำหรับทุกคนในยุคนี้ก็คือการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว

อาหารหลักที่สำคัญในการสร้างโครงสร้างของร่างกายในการเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ดี ตลอดจนภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งถือว่าจำเป็นมากๆในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

  • คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

โดยส่วนใหญ่มักจะใช้ให้หมดไปวันต่อวันจากพลังงานที่ได้จากอาหารหมู่นี้ เช่น ใช้ในการเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย หรือการขยับในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาหารหมู่นี้ช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แต่หากกินมากเกินกว่าที่ร่างกายจำเป็นก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน และก่อให้เกิดโรคอ้วนได้

  • เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เช่น พืช ผักชนิดต่างๆ

สารอาหารหมู่นี้มีส่วนช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียต่างๆที่จะเข้ามาทำลายร่างกาย มากไปกว่านั้นยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน ผิวพรรณ และยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายให้เป็นไปตามปกติ

  • วิตามิน เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ

แม้ร่างกายจะต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็จำเป็นและขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะหากขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติได้ หรืออาจเกิดโรคได้นั่นเอง

  • ไขมัน เช่น ไขมันจากพืช และสัตว์

สารอาหารหมู่นี้ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการกระทบ กระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย

แม้ว่าเราจะดูแลสุขภาพของเราดีแค่ไหน ทั้งออกกำลังกาย ป้องกันตัวเองตามข้อแนะนำต่างๆได้ดีแล้วก็ตาม แต่หากพื้นฐานร่างกายของเราไม่แข็งแรงพอก็อาจทำให้เรามีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นอาหารหลัก 5 หมู่จึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก โดยในแต่ละวันจึงควรบริโภคให้ครบทุกหมู่ และในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน และช่วยให้ร่างกายแข็งแรงพอเพื่อที่จะต่อสู้กับโรคภัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบัน

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายทำฟัน ตรวจสุขภาพฟัน
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทำฟัน #ตรวจสุขภาพฟัน