บัตร 30 บาท ทำฟันได้หรือไม่

บัตร 30 บาท ทำฟันได้หรือไม่

บัตรทอง 30 บาท หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ “บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า” เป็นสิ่งที่หลายคนได้รับเพื่อให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลพื้นฐานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ บัตรทอง 30 บาทสามารถใช้ในการรักษาทางทันตกรรมหรือไม่? คำตอบคือ ใช่! แต่มีข้อกำหนดและข้อจำกัดบางประการที่ควรทราบ

ประเภทการรักษาทางทันตกรรมที่ครอบคลุม

  1. การตรวจสุขภาพช่องปาก: การตรวจฟันเพื่อประเมินสภาพสุขภาพช่องปากและการวางแผนการรักษา
  2. การขูดหินปูน: เพื่อป้องกันและรักษาโรคเหงือก
  3. การอุดฟัน: การอุดฟันที่มีการผุเบื้องต้น
  4. การถอนฟัน: การถอนฟันที่จำเป็น เช่น ฟันที่ผุรุนแรงจนไม่สามารถรักษาได้ หรือฟันคุดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก
  5. การทำฟันปลอม: ในบางกรณีสามารถครอบคลุมการทำฟันปลอมแบบถอดได้ แต่มีข้อจำกัดที่จำนวนซี่ฟัน

วิธีการใช้บริการ

  1. ตรวจสอบสิทธิ์: ก่อนเข้ารับบริการ ควรตรวจสอบสิทธิ์บัตรทองของท่านว่าสามารถใช้บริการทางทันตกรรมได้หรือไม่
  2. ติดต่อสถานพยาบาล: ติดต่อสถานพยาบาลที่รับบัตรทองและมีบริการทางทันตกรรม เช่น โรงพยาบาลรัฐ คลินิกสุขภาพชุมชน หรือโรงพยาบาลทันตกรรม
  3. นัดหมาย: เนื่องจากบางสถานพยาบาลมีการรับผู้ป่วยจำกัด ควรนัดหมายล่วงหน้าเพื่อรับบริการ
  4. เตรียมเอกสาร: นำบัตรประชาชนและบัตรทองมาด้วยทุกครั้งที่เข้ารับบริการ

สิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม:

บัตรทองครอบคลุมบริการทันตกรรมที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพช่องปาก ได้แก่

  • การตรวจและวินิจฉัยโรคในช่องปาก
  • การถอนฟัน
  • การอุดฟัน
  • ขูดหินปูน
  • การรักษาโรคเหงือก
  • การทำฟันปลอมฐานพลาสติก
  • การรักษาโพรงประสาทฟันน้ำนม (สำหรับเด็ก)
  • ผ่าฟันคุด (ตามข้อบ่งชี้ของแพทย์)
  • เคลือบหลุมร่องฟัน (สำหรับเด็กและวัยรุ่น)

ความท้าทายและโอกาส:

แม้บัตรทองจะช่วยให้คนไข้เข้าถึงบริการทันตกรรมได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทายที่เราต้องเผชิญร่วมกัน เช่น

  • ความรู้ความเข้าใจ: คนไข้บางส่วนอาจยังไม่ทราบว่าบัตรทองครอบคลุมบริการทันตกรรม หรืออาจไม่ทราบวิธีการใช้สิทธิ เราสามารถช่วยให้ความรู้และคำแนะนำแก่คนไข้ได้
  • การเข้าถึงบริการ: คนไข้ในพื้นที่ห่างไกลอาจยังประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการทันตกรรม เราสามารถร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาการให้บริการในพื้นที่เหล่านี้
  • การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก: นอกจากการรักษาแล้ว การส่งเสริมให้คนไข้ดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญ เราสามารถให้คำแนะนำในการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน และการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ

ข้อจำกัดและคำแนะนำ

  • บัตรทองครอบคลุมการรักษาทางทันตกรรมพื้นฐานบางประเภทเท่านั้น การรักษาทางทันตกรรมที่มีความซับซ้อน เช่น การทำรากฟันเทียม หรือการจัดฟัน อาจไม่ครอบคลุม
  • ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการเกี่ยวกับรายละเอียดและข้อจำกัดของการใช้บัตรทองในการทำฟัน

การใช้บัตรทอง 30 บาทในการรักษาทางทันตกรรมเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปากพื้นฐาน ควรใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ให้เต็มที่เพื่อสุขภาพฟันที่ดีและป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต

สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829 Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental https://bpdcdental.com/ ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม

การดูแลรักษาหลังการทำทันตกรรม

การดูแลรักษาหลังการทำทันตกรรม

การดูแลรักษาหลังการทำทันตกรรม เคล็ดลับเพื่อสุขภาพฟันที่ยั่งยืน
หลังจากการรับบริการทันตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟัน การทำรากฟันเทียม หรือการรักษาอื่น ๆ การดูแลรักษาฟันหลังการทำทันตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้ผลลัพธ์ของการรักษามีประสิทธิภาพและคงทน มาดูวิธีการดูแลรักษาฟันหลังการทำทันตกรรมที่ควรรู้

การดูแลรักษาหลังการจัดฟัน

  1. การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน
    • ใช้แปรงฟันที่มีขนแปรงนุ่มและแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง
    • ใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดระหว่างฟันและเครื่องมือจัดฟัน
  2. การเลือกอาหาร
    • หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เช่น ลูกอม และอาหารเหนียว เช่น กัมมี่ หรือคาราเมล
    • รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพฟันและเหงือก
  3. การใส่รีเทนเนอร์
    • ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ในการใส่รีเทนเนอร์ เพื่อรักษาตำแหน่งของฟันให้คงที่หลังการจัดฟันเสร็จสิ้น

การดูแลรักษาหลังการทำรากฟันเทียม

  1. การทำความสะอาดฟัน
    • แปรงฟันอย่างละเอียด โดยใช้แปรงฟันที่มีขนแปรงนุ่ม และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
    • ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย
  2. การตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ
    • เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสภาพรากฟันเทียมและสุขภาพช่องปากอย่างน้อยทุก 6 เดือน
  3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำลายรากฟันเทียม
    • หลีกเลี่ยงการใช้ฟันกัดสิ่งของแข็ง เช่น ปากกา หรือเล็บ
    • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เนื่องจากสารเคมีในบุหรี่อาจทำให้รากฟันเทียมเสื่อมเร็วขึ้น

การดูแลรักษาหลังการทำฟันทั่วไป

  1. การแปรงฟันที่ถูกวิธี
    • ใช้แปรงฟันที่มีขนแปรงนุ่มและแปรงฟันในแนวขนานกับเหงือก
    • แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหารและก่อนนอน
  2. การใช้ไหมขัดฟัน
    • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน เพื่อทำความสะอาดระหว่างฟันและป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย
  3. การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพฟัน
    • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต และชีส เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของฟัน
    • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากน้ำตาลเป็นสาเหตุของฟันผุ
  4. การตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ
    • เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและทำความสะอาดฟันทุก 6 เดือน หรือบ่อยกว่านั้นตามคำแนะนำของทันตแพทย์
การดูแลรักษาฟันหลังการทำทันตกรรมไม่เพียงแต่ช่วยรักษาผลลัพธ์ของการรักษา แต่ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว การปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์และดูแลสุขภาพฟันอย่างถูกวิธี จะช่วยให้คุณมีรอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงตลอดไป
  สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829 Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental https://bpdcdental.com/ ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก) #ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม
ทันตกรรมจัดฟัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม

ทันตกรรมจัดฟัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม

ทันตกรรมจัดฟัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม

การจัดฟันเป็นมากกว่าการทำให้ฟันเรียงตัวสวยงาม มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพช่องปากโดยรวม และช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มาดูกันว่าการจัดฟันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง และทำไมการจัดฟันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามเท่านั้น

ประโยชน์ของการจัดฟัน

  1. ปรับปรุงสุขภาพช่องปาก ฟันที่เรียงตัวไม่ถูกต้องสามารถสร้างปัญหาในการทำความสะอาด การจัดฟันช่วยให้การแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและโรคเหงือก
  2. การบดเคี้ยวที่ดีขึ้น ฟันที่เรียงตัวไม่ดีอาจทำให้การบดเคี้ยวอาหารไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการย่อยอาหาร การจัดฟันช่วยให้การบดเคี้ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. ลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ ฟันที่ยื่นออกมา หรือเรียงตัวไม่ถูกต้อง อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะในกรณีของการเกิดอุบัติเหตุ การจัดฟันช่วยลดความเสี่ยงนี้
  4. ปรับปรุงการออกเสียง การเรียงตัวของฟันมีผลต่อการออกเสียง ฟันที่เรียงตัวไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหาในการออกเสียงบางคำ การจัดฟันสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้
  5. ลดความเสี่ยงของปัญหาข้อต่อขากรรไกร ฟันที่เรียงตัวไม่ดีอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลในการเคลื่อนที่ของขากรรไกร ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาข้อต่อขากรรไกร การจัดฟันช่วยปรับสมดุลนี้และลดความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าว

การจัดฟันในรูปแบบต่าง ๆ

ปัจจุบันมีวิธีการจัดฟันที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคน อาทิ
  • การจัดฟันแบบโลหะ: เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง
  • การจัดฟันแบบใส (Invisalign): เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามและไม่ต้องการให้เห็นเครื่องมือจัดฟัน
  • การจัดฟันแบบเซรามิก: ใช้เครื่องมือที่มีสีเหมือนฟันธรรมชาติ ทำให้ดูไม่เด่นชัด

การดูแลรักษาหลังการจัดฟัน

หลังจากการจัดฟัน การดูแลรักษาฟันเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด อาทิ
  • การทำความสะอาดฟัน: แปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
  • การตรวจสุขภาพฟัน: เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คและทำความสะอาดฟันทุก 6 เดือน
  • การใส่รีเทนเนอร์: เพื่อคงสภาพฟันหลังการจัดฟันให้คงที่และไม่กลับมาเรียงตัวผิดรูป

การจัดฟันไม่ใช่แค่การมีฟันเรียงตัวสวยงาม แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น การทำงานของช่องปากที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

อย่ารอช้า! มารับคำปรึกษาจากทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อค้นหาวิธีการจัดฟันที่เหมาะสมกับคุณที่สุด และเริ่มต้นก้าวสู่รอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่ดีได้ตั้งแต่วันนี้!

  สอบถามเพิ่มเติมและตรวจสุขภาพฟัน โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829 Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental https://bpdcdental.com/ ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก) #ทันตกรรม #ตรวจสุขภาพฟัน #คลินิกทันตกรรม