ใส่หน้ากากแล้วเหม็น เกิดจากปัญหากลิ่นปากหรือไม่

ใส่หน้ากากแล้วเหม็น เกิดจากปัญหากลิ่นปากหรือไม่

ในช่วงโควิดแบบนี้ ทุกคนแทบจะต้องใส่หน้ากากกันตลอดเวลา เคยรู้สึกไหมว่าทำไมได้กลิ่นแปลกๆ เหม็น เกิดจากอะไรกันแน่ เป็นเพราะไม่ได้ซักหน้ากากหรือป่าว หรือว่าเป็นปัญหาจากกลิ่นปากกันแน่ วันนี้เรามีวิธีดูแลเวลาใส่หน้ากากแล้วเหม็นกันครับ

กลิ่นปากเกิดจากอะไร

กลิ่นปากเกิดจากหลายปัจจัย โดยแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุใหญ่ ๆ ดังนี

  1. สาเหตุจากภายในช่องปาก เช่น มีแผลในปาก ฟันผุ หรือเป็นโรคเหงือกอักเสบ
  2. สาเหตุภายนอกช่องปาก เช่น การสูบบุหรี่ หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงโรคในระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ

วิธีแก้ปัญหาหน้ากากเหม็นจากกลิ่นปาก

  1. หมั่นแปรงฟัน
    บางครั้งการที่เราใส่หน้ากาก ก็ไม่ได้หมายถึงว่ากลิ่นปากจะไม่เล็ดลอดออกไปได้ ซึ่งเราควรปฏิบัติตน หมั่นแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงยุคโควิดแบบนี้
  2. กินลูกอมหรือหมากฝรั่ง
    การกินลูกอมหรือหมากฝรั่งเพื่อดับกลิ่นนั้น เป็นการแก้ปัญหาสุขภาพฟันในระยะสั้นๆ หรือถ้าอมลูกอมมาก เคี้ยวหมากฝรั่งมาก ก็อาจจะทำให้สุขภาพฟันของท่านแย่มากขึ้น
  3. บ้วนปากบ่อยๆ
    บ้วนปากก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำความสะอาดฟันและช่องปากของเราทั้งหมด ให้ลมหายใจสะอาดสดชื่น
  4. ไม่กินอาหารกลิ่นแรง
    การรับประทานอาหารที่มีกลินแรงควรลดลงในการกินเป็นอย่างยิ่งเพราะกลิ่นจะอัดแน่นอยู่ในหน้ากากของเรานี่เอง ไม่ไปไหนเลย
  5. ดื่มน้ำเยอะๆ
    การดื่มน้ำมากๆ เป็นสิ่งปกติของเราที่จะช่วยลดปัญหากลิ่นปากและลดการแพร่กระจายของแบคทีเรียในปากได้ดี รวมถึงเรายังจะมีสุขภาพที่ดีในการรับประทานน้ำเยอะให้เหมาะกับความต้องการทางร่างกาย
  6. หมั่นทำความสะอาดหน้ากาก
    เมื่อน้ำลายของเราโดนที่หน้ากาก ก็เป็นไปได้ที่จะมีกลิ่นเหม็นจากคราบน้ำลายบูด ควรหมั่นทำความสะอาดหน้ากากของเราสม่ำเสมอเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อทั้งแบคทีเรียและไวรัส

หากท่านใดแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้กับเรื่องกลิ่นปาก เราแนะนำว่าควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อนัดตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ เพื่อสุขภาพฟันที่ดีมากยิ่งขึ้น

หากลูกค้าท่านใดต้องการนัดตรวจสุขภาพฟัน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทำฟัน #ตรวจสุขภาพฟัน

ฟันปลอมมีกี่แบบ แบบไหนถึงจะใช่สำหรับคุณ

ฟันปลอมมีกี่แบบ แบบไหนถึงจะใช่สำหรับคุณ

ฟันปลอมมีกี่แบบ แบบไหนถึงจะใช่สำหรับคุณ

หากใครเห็นคุณปู่คุณย่าใส่ฟันปลอม เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมฟันปลอมบางคนก็ถอดได้ บางคนก็ถอดไม่ได้ มันมีให้เลือกกี่แบบกันน้า ถ้าใครกำลังสงสัยอยู่ เราหาคำตอบนั้นมาไว้ที่นี่แล้ว มาดูกันว่าฟันปลอมมีกี่แบบกันแน่

โดยทั่วไปในงานทันตกรรม เราจะแบ่งฟันปลอมออกเป็น 2 แบบ ได้แก่

1. ฟันปลอมแบบถอดได้

เป็นฟันปลอมที่ทำขึ้นให้กับผู้ที่ยังมีฟันธรรมชาติหลงเหลืออยู่ เป็นการใส่ฟันเพียงบางส่วนแต่หลายซี่ ถ้าใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ น้อยซี่ จะน่ารำคาญกว่า เพราะฟันปลอมชนิดนี้ต้องมีส่วนยึดโยงบนเพดาน เช่นมันอาจจะถูกถอนไปบางซี่ ทำให้ฟันหลอ ดูไม่สวยงาม

โดยตัวฐานนั้นจะมีที่ทำมาจากพลาสติกหรืออะครีลิก (เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใส่ฟันปลอม จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัว) เเละฐานเเบบโลหะ จะมีความบางและแนบไปกับเหงือกได้มากกว่า ทำให้รู้สึกรำคาญน้อยกว่า อีกทั้งยังใช้งานได้นานกว่าด้วย

ข้อดี : ราคาถูก ถอดล้างทำความสะอาดได้
ข้อเสีย : เคี้ยวอาหารไม่สะดวก ประสิทธิภาพน้อย การบดเคี้ยวยังทดแทนฟันตามธรรมชาติไม่ได้ เพราะแรงกดจากการเคี้ยวจะลงที่เหงือก ยิ้มแล้วเห็นตะขอันปลอม หากใช้งานในระยะยาวอาจจะหลวม ไม่แน่นดังเดิม อีกทั้งเศษอาหารสามารถเข้าไปติดได้

การดูแลฟันปลอมแบบถอดได้ :

  • ไม่ควรกินอาหารที่แข็งและเหนียว เพราะอาจทำให้ฟันปลอมร้าวและแตกหักได้
  • หลังมื้ออาหารถอดฟันปลอมออกล้างด้วยน้ำสะอาด ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ ที่ทำความสะอาดฟันปัดทำเศษอาหารออกจากฟันปลอม
  • ไม่ใช้ยาสีฟันทำความสะอาดฟันปลอม เพราะสารขัดฟันในยาสีฟันจะทำให้ตัวฟันปลอมสึกได้ แต่ควรใช้เป็นเม็ดฟู่สำหรับทำความสะอาด เพื่อทำความสะอาดฟันปลอมเเละกำจัดเชื้อโรคที่ซ่อนอยู่ อาทิตย์ละครั้ง
  • ก่อนนอนควรถอดแช่น้ำ เพื่อคงรูปร่างของฟันปลอมไว้ การเก็บฟันปลอมในที่เเห้งจะทำให้ฟันปลอมบิดเบี้ยว เเละไม่สามารถใส่ฟันได้สนิทกับเหงือกเหมือนเดิม

2. ฟันปลอมแบบติดแน่น

เราอาจจะเรียกว่าฟันปลอมถาวรก็ได้ค่ะ ที่ยึดแน่นในช่องปาก โดยอาศัยฟันธรรมชาติซี่ที่อยู่ข้างเคียงกับช่องว่างเป็นหลักในการยึดฟันปลอม เป็นการทำครอบฟันที่เป็นฟันปลอมยึดกับฟันธรรมชาติ วัสดุจะทำมาจากทั้งโลหะทั้งแผ่น (ใช้กับฟันกรามสำหรับบดเคี้ยว) เป็นพลาสติก (เหมาะใส่ชั่วคราว) และเป็นแบบผสม (เซรามิก ฐานโลหะพอกด้วยพอสเลน เหมาะกับบริเวณฟันหน้าที่เน้นความสวยงามเป็นธรรมชาติ) ซึ่งฟันปลอมแบบติดแน่นนั้นยังสามารถแบ่งชนิดย่อย ๆ ออกมาได้อีก 2 แบบ ได้แก่

  • ฟันปลอมแบบติดแน่นด้วยสะพานฟัน

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สะพานฟัน คือ การนำฟันเทียม (ฟันปลอม) มาเกี่ยวยึดกับฟันซี่ข้างเคียงฟันซี่ที่หายไป เพื่อทดแทนช่องว่างระหว่างฟัน ลักษณะคล้าย ๆ สะพานเชื่อม

  • ฟันปลอมแบบติดแน่นด้วยรากฟันเทียม

รากฟันเทียม คือ การปลูกฟันเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไป ด้วยการฝังรากฟันเทียมไททาเนียมลงไปในกระดูกขากรรไกร ยึดติดกับตัวเนื้อฟันจากเรซินเพื่อใช้บดเคี้ยว ทำหน้าที่ได้เหมือนกับฟันธรรมชาติ

ข้อดี : ประสิทธิภาพด้านการบดเคี้ยวดีเทียบเท่ากับฟันจริง เพราะเเรงเคี้ยวกดลงที่ตัวฟัน, ติดแน่น หลุดยาก, มีลักษณะและขนาดที่ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ใส่แล้วไม่รู้สึกรำคาญ

ข้อเสีย : ต้องมีการกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึดฟันปลอม ทำให้ต้องเสียเนื้อฟัน, ราคาสูงกว่าฟันปลอมแบบถอดได้, ถอดทำความสะอาดไม่ได้

การดูแลฟันปลอมแบบติดแน่น :

  • แปรงฟันเน้นบริเวณคอฟัน เหงือก ใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน
  • ควรทำความสะอาดใต้ฟันปลอมด้วยเครื่องมือร้อยไหมขัดฟัน (Floss threader) ร่วมกับไหมขัดฟัน
  • เข้ารับการตรวจเช็คจากทันตแพทย์ตามนัด

ถ้าใครไม่อยากต้องใส่ฟันปลอมเร็วเกินไป แนะนำให้ดูแลรักษาสุขภาพฟันของตัวคุณเองให้ดี ถึงแม้ว่าฟันจะมีอะไหล่สำรอง แต่อย่าลืมว่าใด ๆ ก็ไม่ดีเท่าฟันจริง ๆ ของเราหรอกค่ะ

ติดต่อคลินิกทันตกรรม BPDC เพื่อทำฟันปลอม

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829

Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

www.bpdcdental.com

BPDC #คลินิกทันตกรรม #ทันตกรรม #ฟันปลอม #ทำฟันปลอม

ทำฟันในช่วง Covid-19 ทำได้หรือไม่

ทำฟันในช่วง Covid-19 ทำได้หรือไม่?

ในช่วงที่มีไวรัส Covid-19 ระบาดนั้น การให้การรักษาทางทันตกรรมรวมไปถึงการจัดฟันนั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลาย ๆ โรงพยาบาล หรือคลินิกทันตกรรมให้การรักษาเฉพาะเคสที่ฉุกเฉินเท่านั้น แต่ที่ BPDC ท่านสามารถสอบถามวันเวลาที่จะเข้ารับบริการโดยติดต่อสอบถามได้ก่อนเข้าใช้บริการ

ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมตัวก่อนใช้บริการทำฟันคือ

คัดกรองความเสี่ยง…ตรวจเช็กก่อนทำฟัน
การคัดกรองความเสี่ยงในการติดเชื้อของลูกค้าก่อนเข้ามารับการจัดฟัน จัดเป็นหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญก่อนการทำทันตกรรม โดยการคัดกรองสามารถทำได้โดยการสอบถามก่อนที่จะถึงวันนัดอย่างน้อย 1 วัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางของผู้ป่วยมายังสถานพยาบาล โดยดูจากทั้งประวัติ และอาการแสดงของผู้ป่วย

ประวัติ

มีประวัติเดินทางไปยัง หรือมาจากพื้นที่ที่เกิดโรคระบาดหรือไม่
มีประวัติของคนในครอบครัวป่วยเป็น COVID-19 สัมผัสกับผู้ป่วย COVID-19 หรือสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยโดยไม่ได้ป้องกันอย่างเหมาะสมหรือไม่ ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนจำนวนมากหรือไม่ มีประวัติไปในสถานที่ชุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล ขนส่งสาธารณะ เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิด/สัมผัสผู้ป่วย COVID-19 หรือไม่ อาการแสดง

อาการ

ไอเจ็บคอน้ำมูกไหล
มีไข้ อุณหภูมิสูงตั้งแต่ 37.5 C
การสูญเสียการได้กลิ่น และการรับรส
ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ
หายใจเหนื่อย/หายใจเร็ว


ในกรณีที่สอบถามประวัติและอาการผู้ป่วย แล้วพบว่ามีความเสี่ยง สามารถเลื่อนนัดทำฟันและดูอาการประมาณ 1 เดือนก่อนได้ ผู้ป่วยสามารถชะลอการรักษา 1-2 เดือนได้โดยไม่กระทบการรักษา

หากลูกค้าท่านใดต้องการนัดทำฟันสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทำฟัน #ทำฟันช่วงโควิด

โรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์

โรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์

เหงือกอักเสบ เป็นอาการที่พบได้บ่อยและไม่รุนแรง โดยสาเหตุทั่วไปที่พบมากที่สุด คือ การดูแลช่องปากที่ไม่ดีพอ โดยหากพบว่าตนเองมีอาการเหงือกอักเสบ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาทันที ไม่เช่นนั้นอาจนำไปสู่โรคปริทันต์ หรืออาการอื่นๆ ที่รุนแรง จนต้องสูญเสียฟัน

สัญญาณเตือนโรคเหงือกอักเสบ

1) มีเลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
2) เหงือกบวม เหงือกร่น
3) ฟันเริ่มโยก หรือหลุดจากกระดูกเบ้าฟัน
4) มีหนอง
5) มีกลิ่นปาก

*หากมีอาการดังกล่าว นานเกิน 1 สัปดาห์ ควรปรึกษาทันตแพทย์ทันที!

ทันตกรรมปริทันต์ – การรักษาโรคเหงือกอักเสบ และ โรคปริทันต์อักเสบ

ตรวจรักษาเหงือกอักเสบที่อักเสบ ปริทนต์อักเสบ การรักษาโรคเหงือก เลือดออกตามไรฟัน การศัลยกรรมปลูกเหงือกให้สวยงาม และปลูกกระดูกเบ้าฟันให้กระดูกแข็งแรง

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการให้การรักษาตกแต่งเหงือกให้เกิดความสวยงาม หรือ เตรียมพร้อมสำหรับครอบฟันให้มีความสวยงามตามธรรมชาติ

โรคเหงือกอักเสบ – โรคปริทันต์อักเสบ ป้องกันได้!

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคปริทันต์อักเสบ โดยทั่วไปควรเข้ารับขูดหินปูนอย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง เพราะโรคปริทันต์อักเสบจะทำให้เกิดฟันโยก, เสียวฟัน, เคี้ยวอาหารไม่มีแรง หรือ เหงือกบวมจากการติดเชื้อได้

โดนทันตแพทย์จะเริ่มทำการขูดหินปูนจะโดยการใช้เครื่องขูดหินปูนขูดตามซอกฟัน ใต้เหงือกบางตำแหน่ง และขัดฟันด้วยผงขัดผสมฟลูออไรด์

เมื่อทำความสะอาดฟันแล้ว ทันตแพทย์จะสามารถประเมินและเช็คปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น ฟันผุ, โรคเหงือก, การติดเชื้อ และอื่นๆ ปัญหาดังกล่าวสามารถตรวจได้โดยการมองเห็นหลังจากที่ได้ทำการขจัดคราบสะสมบนตัวฟันแล้ว หากจำเป็นที่ต้องตรวจตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทันตแพทย์จะแนะนำการถ่ายเอกซ์เรย์ในช่องปากเพิ่มเติม

*ผู้ป่วยโรคเหงือกควรพบทันตแพทย์เพื่อทำความสะอาดฟันหรือขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายทันตกรรมปริทันต์

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #โรคเหงือกอักเสบ #โรคปริทันต์

ฟันสบลึก Deep Bite

ฟันสบลึก Deep Bite

ถ้าพูดถึงฟันสบลึกหลายๆ คนอาจจะงงๆ ว่าคืออะไร แต่ถ้าได้เห็นภาพหรือได้อ่านบทความก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า ฟันสบลึก หรือ Deep Bite คืออะไรค่ะ

ฟันสบลึก คือ

ฟันสบลึก หรือจะเรียกว่า ฟันงุ้ม จะเป็นฟันที่มีลักษณะที่เวลายิ้ม ฟันบนหน้า จะปิดฟันล่างทำให้เวลายิ้มแล้วไม่เห็นฟันล่างเลย ซึ่งเป็นความผิดปกติในการจัดเรียงของฟันด้านบนและฟันด้านล่าง หน้าดูมีอายุ ฟันจะสึกกร่อนได้ง่ายเพราะมีการกระทบกันตลอดเวลา ฟันสบลึกไม่ใช่อาการฟันเหยินนะคะ เพราะถ้าฟันเหยิน ฟันหน้าด้านบนของเราจะยื่นออกไปมากเกินจนผิดปกติค่ะ หรือบางกรณีของฟันเหยินจะไม่สามารถหุบริมฝีปากได้เลยเพราะมีฟันยื่นออกมาแทนค่ะ

การสังเกตุอาการของฟันสบลึก

หากสังเกตุดีๆ ถ้าปลายฟันหน้าบน คร่อมปิดปลายฟันหน้าล่างลึกประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของฟันหน้าล่าง ก็ถือว่าเป็นอากการของฟันสบลึกแล้วค่ะ ซึ่งความรุนแรงแต่ละคนจะไม่เท่ากัน หรือเวลาเคี้ยวอาหารหรือกัดฟัน ฟันล่างจะไปกระแทกคอฟันด้านบน ด้านใน ปวดเพดานเหงือกบ่อยๆ

จะแก้ฟันสบลึก ต้องทำอย่างไร

การที่มีอาการแบบนี้ควรไปจัดฟัน ปรับโครงสร้าง รูปหน้า และการจัดเรียงของฟันให้สวยงาม เพราะหากเราปล่อยให้เกิดฟันสบลึกไปตลอดไม่แก้ไข จะทำให้ฟันสึก ปวดฟัน และรูปหน้าผิดปกติ หน้าสั้น เวลายิ้ม ขาดความมั่นใจในการยิ้ม

ซึ่งการจัดฟันที่ไม่ดี ไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะทำให้ฟันของเรา อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นฟันสบลึกได้

หากต้องการคำปรึกษาสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายจัดฟันได้ที่

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

คลินิกทันตกรรม #BPDC #จัดฟัน #ฟันสบลึก #ฟันงุ้ม #DeepBite

ถอนฟันน้ำนม

ถอนฟันน้ำนม

ฟันน้ำนมเปรียบเป็นฟันเริ่มต้นสำหรับเด็กๆ ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งเด็กๆ แต่ละคนจะมีอายุของฟันน้ำนมไม่เท่ากัน อยู่ที่สุขภาพฟันของเด็กๆ เองและการดูแลของผู้ปกครอง ซึ่งฟันน้ำนมนั้น หากดูแลดีมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดฟันแท้ที่เมื่อถึงเวลาแล้วจะขึ้นมาแทนฟันน้ำนม ซึ่งจะทำให้เกิดฟันซ้อนได้ แต่หากว่าเด็กที่ฟันผุเยอะ ฟันผุบ่อย ฟันน้ำนมก็จะอยู่ไม่ถึงฟันแท้ขึ้น วันนี้เราจะมาดูวิธีถอนฟันน้ำนมกันค่ะ

การถอนฟันน้ำนมทำได้หลายแบบ

  1. การถอนฟันน้ำนมด้วยตนเอง

ด้วยการถอนด้วยตนเองหรือให้ผู้ปกครองถอนให้ เช่น การใช้เชือกดึงฟันออก หรือใช้อุปกรณ์ดึง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ควรหรือไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะอาจะเกิดอันตรายและการติดเชื้อได้ แต่หากว่าฟันน้ำนมเริ่มโยกแล้ว จะสามารถหลุดออกมาได้ง่ายมากๆ ค่ะ โดยใช้ลิ้นดันไปเรื่อยๆ หรือ ใช้นิ้วโยกได้

  1. พบทันตแพทย์

การพบทันตแพทย์เป็นวิธีที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เพราะเมื่ออยู่ในมือหมอความเสี่ยงน้อยและทันตแพทย์ก็มีความรู้และประสบการณ์อย่างมากมาย (ที่ BPDC เรามีทันตแพทย์สำหรับเด็กและห้องตรวจที่พร้อมและรองรับการรักษาของเด็ก

อายุของฟันน้ำนม

ฟันน้ำนมในแต่ละซี่มีอายุไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยตามธรรมชาติ ฟันน้ำนมจะทยอยหลุดหรือมีฟันแท้ขึ้นแทน จะมีระยะเวลาประมาณ 6-12 ปี ซึ่งโดยส่วนใหญ่ฟันหน้าคู่กลางจะหลุดก่อน

ราคาในการถอนฟันน้ำนม

การถอนฟันน้ำนมก็จะคล้ายๆ กับการถอนฟันของผู้ใหญ่ แต่ว่าการถอนฟันเด็กนั้นต้องมีความพิถีพิถันกว่าปกติ ทั้งเรื่องสภาพจิตใจของเด็กและการหลอกล่อในการถอนฟัน ซึ่งราคาอาจจะแพงกว่าการถอนฟันของผู้ใหญ่เล็กน้อย

หากฟันน้ำนมไม่ยอมหลุด

สำหรับเด็กบางคนจะมีสุขภาพฟันที่ดี และฟันน้ำนมไม่ยอมหลุด และมีฟันขึ้นซ้อนขึ้นมา ให้รีบพาเด็กๆ ไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบและทำการถอนฟันน้ำนมออกเพื่อป้องกันฟันซ้อน ทำให้เกิดการเรียงของฟันที่ไม่ดีและฟันจะไม่สวย

—————————————————————————————————————-

เพราะเด็กๆ ก็มีหัวใจ อยากยิ้มสวยไร้ฟันผุ ฟันผุป้องกันได้

“เพียงพบทันตแพทย์ ทุกๆ 6 เดือน”

ติดต่อคลินิกทันตกรรม BPDC

หากต้องการนัดหมายเพื่อปรึกษากับทันตแพทย์สำหรับเด็ก

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829

Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

www.bpdcdental.com

BPDC #คลินิกทันตกรรม #ทันตกรรมเด็ก #ฟันน้ำนม #ถอนฟันน้ำนม #ถอนฟันเด็ก

ส่วนลดทำฟัน

คูปองส่วนลดทำฟัน 500 บาท

ส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้า BPDC ซื้อคูปองส่วนลดเงินสด 500 บาท ในราคาเพียง 400 บาทเท่านั้น [ E-Voucher ] BPDC Dental Clinic.

เงื่อนไขการใช้คูปอง*

1. คูปองส่วนลดใช้ได้ต่อ 1 ใบ / บิล เท่านั้น ไม่จำกัดยอดขั้นต่ำ

2. ลูกค้าต้องแจ้งสิทธิ์การใช้งานคูปองต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการรักษา

3. คูปองนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆได้

4. คูปองสามารถใช้ได้ทันทีหลังซื้อสินค้า

5. คูปองสามารถใช้ได้กับทุกทันตกรรม ยกเว้น ทันตกรรมจัดฟันทุกชนิด

6. คูปองไม่สามารถทำการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกกรณี

7. ในกรณีใช้บริการไม่ถึงมูลค่าคูปอง ไม่สามารถยกยอดคงเหลือไว้ใช้ในบริการครั้งถัดไปได้

8. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

9. คูปองมีอายุการใช้งาน 90 วันหลังจากสั่งซื้อคูปอง

10. คูปองสามารถใช้ได้ที่ คลินิกทันตกรรมบางพลี BPDC Dental Clinic.

ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก).

www.bpdcdental.com

ซื้อคูปองผ่าน Line Shop : https://shop.line.me/@bpdc

#BPDC #คลินิกทันตกรรม #ทันตกรรม #คูปองส่วนลดทำฟัน #คูปองส่วนลด #ส่วนลดทำฟัน

4 วิธีที่จะช่วยให้ฟันที่เสียหายไป สามารถใช้งานได้อีกครั้ง

4 วิธีที่จะช่วยให้ฟันที่เสียหายไป สามารถใช้งานได้อีกครั้ง

ถ้าจะพูดถึงการดูแลรักษาฟัน สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันไปนั้น มักจะมี 4 วิธี ที่จะทำให้ฟันของคุณกลับมาสวยงามอีกครั้ง และสามารถใช้งานได้ดีเหมือนได้ฟันงอกมาใหม่ได้ด้วย 4 วิธีดังนี้

  1. ฟันปลอม
    ฟันปลอม มีส่วนสำคัญที่เข้าไปช่วยทดแทนฟันที่หายไปเพื่อป้องกันไม่ให้การเคลื่อนที่ของฟันติดกันหรือฟันตรงข้ามกับพื้นที่ฟันที่หายไปผู้ที่ใส่ฟันปลอมส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีสุขภาพฟันที่ไม่ดี ฟันเสื่อมสภาพเร็ว

ซึ่งการใส่ฟันปลอมจะช่วยในการบดเคี้ยวอาหารที่มีความเหนียวไม่ได้ เพราะฟันปลอมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อบดเคี้ยวอาหารได้

  1. ครอบฟัน
    การครอบฟัน เป็นการบูรณะฟัน กรณีฟันแตก ฟันหัก หรือฟันที่รักษาคลองรากฟันแล้ว ปัจจุบันใช้การครอบฟันแบบเซรามิค ล้วน ในการทดแทนฟันด้านหน้า เพราะจะมีสีฟันเสมือนจริง และจะใช้การครอบฟัน แบบพอร์ซเลนผสมโลหะ ในการทดแทนฟันกราม เพื่อใช้บดเคี้ยว หรือหากเป็นแนวนักร้องแรปเปอร์ ก็จะทำการครอบฟันด้วยทองคำ หรือ ทองคำขาวเพื่อความนำสมัย
  2. ทำสะพานฟัน
    เป็นโครงสร้างที่ประกอบไปด้วยการครอบฟัน 2 จุด โดยใช้ฟันปลอม เป็นการเชื่อมระหว่างช่องว่างของฟันที่หายไป จึงเรียกว่า สะพานฟัน (Bridge) เมื่อเรามีฟันที่หายไป จะส่งผลถึงการสื่อสาร การพูด การเคี้ยวอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปได้ สะพานฟันถือเป็นหนึ่งในทางเลือกในการรักษาเพื่อทดแทนฟันที่หายไป โดยสะพานฟันจะเป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างฟันซี่ข้างเคียงที่อยู่ข้างๆช่องว่างที่ฟันหายไป ช่วยเติมเต็มและทดแทนฟันที่หายไป
  3. รากฟันเทียม
    การฝังรากเทียมเป็นการทำฟันปลอมชนิดหนึ่งเพื่อทดแทนฟันที่หายไปด้วยการทำรากฟันเทียม (Implant) แต่ว่าการทำรากฟันเทียมนั้นมีความสามารถในการบดเคี้ยวอาหารได้ดีมากๆ เพราะสร้างฟันที่เหมือนจริงและแข็งแรงทนทานมากๆ

รากฟันเทียมเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในการทำฟันปลอมหรือทำสิ่งที่ทดแทนฟันได้ดีที่สุด

สำหรับการรักษารากฟันเทียมนั้น ควรเลือกรักษากับทันตแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือและความชำนาญเพื่อให้การทำรากฟันเทียมประสบผลสำเร็จและสามารถใช้งานได้ดี ซึ่งสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และควรเข้ารับการตรวจติดตามผลทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงจะอยู่กับเราไปอีกนาน

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทำรากฟันเทียม

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

www.bpdcdental.com

BPDC #คลินิกทันตกรรม #รากฟันเทียม #รักษารากฟันเทียม #Implant

ทันตกรรมสำหรับเด็ก

ทันตกรรมสำหรับเด็ก

บริการให้คำปรึกษา ดูแลรักษาฟันน้ำนม ตรวจสุขภาพฟัน โดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านเด็กซึ่งถูกอบรมมาโดยเฉพาะในการรักษาเด็กเล็ก ถ้าลูกของคุณกลัวการทำฟัน จะเป็นการดีอย่างมากที่จะพามาพบทันตแพทย์เฉพาะทางด้านเด็ก

ในการพาเด็กๆ ไปพบหมอฟัน ทันตแพทย์จะตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและความเสี่ยงของการเกิดฟันผุตามระยะเวลาต่างๆ

ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน
การดูดนิ้ว
การสบฟันที่ผิดปกติ

ในการตรวจสุขภาพฟันประจำปี ทันตแพทย์จะช่วยตรวจจุดที่อาจจะมีฟันผุ และขัดฟันทำความสะอาดให้ เมื่อปัญหาของฟันถูกพบในระยะเริ่มต้น การรักษาจะง่ายและไม่เจ็บปวด

การใส่เครื่องมือกันฟันล้มเพื่อคงช่องว่างไว้ให้ฟันแท้ขึ้นลดปัญหาฟันซ้อนเก
ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านเด็กจะแนะนำให้ทำเครื่องมือกันฟันล้ม ในกรณีที่ลูกของคุณสูยเสียฟันน้ำนมไปก่อนเวลาที่เหมาะสม เครื่องมือนี้จะคงช่องว่างไว้เพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาในตำแหน่งดังกล่าว

การเคลือบหลุมร่องฟัน
คือ การเคลือบฟัน (Sealant) บริเวณด้านบดเคี้ยวของฟันกราม ช่วยปิดบริเวณหลุมและร่องฟันที่ลึกไม่ให้สิ่งสกปรกลงไปสะสมและสามารถแปรงฟันทาความสะอาดได้ง่ายขึ้นเป็นการป้องกันฟันผุ

ในการถอนฟัน ทันตแพทย์จะทำให้ฟันหลวมออกจากกระดูกขาขากรรไกรและเส้นเอ็น จากนั้นใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าคีมหรือปากคีบจับฟันแล้วค่อย ๆ ดึงออกมา ทั้งนี้ฟันที่ถอนยาก ไม่สามารถเอาออกมาได้ในคราวเดียว อาจต้องถอนโดยแยกเป็นชิ้นส่วนหลายครั้ง

การอุดฟัน เป็นวิธีการเปลี่ยนฟันที่เสียหาย เช่น ฟันผุ หรือฟันแตก นอกจากนี้เรายังสามารถใช้การอุดฟันในกรณีของความสวยงามได้ด้วย เช่น การปิดช่องว่างระหว่างฟัน

เพื่อป้องกันฟันผุ ทันตแพทย์จะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลสุขภาพฟันของลูก ดูแลฟัน ทำความสะอาดช่องปาก และแปรงฟันอย่างถูกวิธี และแนะนำให้ลูกเคลือบฟลูออไรด์ที่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรง และดำเนินการรักษาอย่างทันท่วงทีหากตรวจพบว่าลูกมีฟันผุ

เพราะเด็กๆ ก็มีหัวใจ อยากยิ้มสวยไร้ฟันผุ ฟันผุป้องกันได้ “เพียงพบทันตแพทย์ ทุกๆ 6 เดือน”.ติดต่อนัดเคลือบฟลูออไรด์ นัดหมายเพื่อปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็ก.โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental

ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก).www.bpdcdental.com.ซื้อคูปองผ่าน Line Shop : https://shop.line.me/@bpdc.

#BPDC#คลินิกทันตกรรม #ทันตกรรมเด็ก #เคลือบฟลูออไรด์

รากเทียมเจ็บหรือไม่

รากเทียมเจ็บหรือไม่

การทำรากเทียม ไม่เจ็บมากอย่างที่คิด เนื่องจากแพทย์จะมีการให้ยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับความรู้สึกเจ็บปวดในระหว่างการทำ โดยแพทย์จะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่อย่างน้อยสองตำแหน่ง ดังนั้นคนไข้จึงไม่รู้สึกเจ็บแต่ภายหลังการทำอาจมีอาการปวดบวมได้บ้าง ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง

หลังการทำทันตกรรมรากเทียมแพทย์จะมีการนัดมาตัดไหมและติดตามผลการรักษาภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งแพทย์จะประเมินลักษณะของแผล,ความเจ็บปวดและปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น โดยคนไข้ต้องดูแลตนเองตามที่แพทย์สั่งหลังการทำทันตกรรมรากเทียมอย่างเคร่งครัด

ส่วนใหญ่จะเข้าใจกันว่าการทำรากฟันเทียมหรือการฝังรากเทียมนั้น คือการผ่าตัดโดยทำการเปิดเหงือก ซึ่งมันฟังดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะ? แต่ด้วยกระบวนการรักษารากเทียมนั้น กระบวนการที่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บที่สุดคือการถอนฟัน มากกว่าการใส่รากเทียม เนื่องจากมีอาการเจ็บปวดจากกระดูกรากฟันที่ถูกถอนออกไป แต่การใส่รากเทียมคือการนำวัสดุที่ใช้ทดแทนรากจริงเพื่อแทนที่เท่านั้น เพราะฉะนั้นอาการเจ็บปวดจากการทำรากเทียมและบาดแผลนั้นแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย และด้วยเทคโนโลยีด้านทันตกรรมมีความก้าวหน้าขึ้นก็มีส่วนช่วยในกระบวนการรักษาที่จะไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บและน่ากลัว และในปัจจุบันการทำรากเทียมก็มีตัวเลือกมากมายเพื่อให้เหมาะสมกับคนไข้อีกด้วยนะ

เพราะที่จริงแล้วการทำรากเทียมนั้นไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างที่คิดเลย พิจารณาว่าควรทำรากเทียมดีหรือไม่นั้น วันนี้ BPDC Dental มาช่วยหาคำตอบเพื่อต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพเหงือกและฟันที่ดีพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา หรือหากใครที่มีข้อสงสัยหรือต้องการได้รับคำปรึกษาและคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถเข้ารับบริการได้ที่ BPDC Dental

การกลับมามีชีวิตที่ดี โดยที่ไม่ยาก ไม่เจ็บเหมือนเมื่อก่อน สบายใจได้มากกว่าที่คุณคิด เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นด้วยฟันชุดใหม่ กลับมาบดเคี้ยวอาหารได้อย่างดี ช่วยระบบย่อยจากภายใจ กินอาหารได้อย่างมีความสุขเหมือนเมื่อก่อน ทวงคืนรอยยิ้มที่มั่นใจของคุณกลับมา

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทำรากฟันเทียม

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

www.bpdcdental.com

BPDC #คลินิกทันตกรรม #รากฟันเทียม #รักษารากฟันเทียม #CadCam