เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ-Bi-Ionization-Air-Purifier

เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ-Bi-Ionization-Air-Purifier

คลินิกทันตกรรม BPDC เปิดให้บริการตามปกตินะคะ

เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของคนไข้ทางร้านได้ ติดตั้งระบบ Bi-Ionization Air Purifier จาก SCG ที่สามารถลดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียทั้งในอากาศและบนพื้นผิว รวมถึงเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่เป็นสาเหตุของ Covid-19** กำจัดเชื้อโรค ให้สะอาดได้ตลอด 24 ชม.**

ด้วยประสิทธิภาพของประจุ ไอออนบวก(+) ไอออนลบ(-)
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก ?? สหรัฐอเมริกา

ได้รับการรับรองจากสถาบัน INTA ประเทศสเปนว่าสามารถลด MS2 Bacteriophage ซึ่งเป็น surrogate ของเชื้อ COVID-19 ในอากาศได้มากกว่า 90% และบนพื้นผิว 80% ภายใน 10 นาที . ? ช่วยลดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย สปอร์เชื้อรา สิ่งเจือปนในอากาศและบนพื้นผิววัสดุต่างๆ ได้มากถึง 90%
? ช่วยลดปัญหาฝุ่นที่มีความเล็กในระดับ PM2.5
? ช่วยลดกลิ่นสารระเหย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ
? ปลอดภัยต่อระบบหายใจ ปราศจากโอโซน (O3)
? ไม่มีผลข้างเคียงกับสิ่งมีชีวิต

นอกจากนี้ทางคลินิกยังคงมาตรการรักษาความสะอาดและการป้องกันตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขและ SHA ด้วยกา

  1. ตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนก่อนคลินิก
  2. เจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องสวมใสหน้ากากอนามัยและถุงมือตลอดระยะเวลาที่ปฎิบัติงาน
  3. เจ้าหน้าที่ทุกคนล้างมือด้วยแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ
  4. ให้บริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆภายในคลินิก
  5. ทำความสะอาดโต๊ะและพื้นที่โดยรอบด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากคนไข้ใช้บริการ

    ด้วยความห่วงใยจากพวกเรา คลินิกทันตกรรม BPDC
    ขอบคุณที่ทุกท่านมั่นใจและสนับสนุนเรามาตลอด

    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

    โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
    Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
    https://bpdcdental.com/
    ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)
    .

คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทันตกรรม #SCG #AirPurifier #BiIonization

แนะวิธีสังเกต เหงือกบวมแบบไหน ต้องไปพบทันตแพทย์

แนะวิธีสังเกต เหงือกบวมแบบไหน ต้องไปพบทันตแพทย์

หนึ่งในปัญหาช่องปากที่หลายคนไม่อยากเจอ นั่นคือ “เหงือกบวม” ที่นอกจากจะสร้างความเจ็บปวด รำคาญใจแล้ว ยังทำให้เสียความมั่นใจในเรื่องกลิ่นปากอีกด้วย ซึ่งตามปกติแล้ว หากเป็นอาการเหงือกบวมปกติ สามารถทำความสะอาดฟันและเหงือกบริเวณที่เกิดอาการด้วยตนเอง โดยการใช้แปรงสีฟันที่เหมาะสม ใช้ไหมขัดฟันช่วยขัดเศษอาหารที่ติดอยู่ในซอกฟันอย่างถูกวิธี รวมไปถึงการบ้วนน้ำเกลือเพื่อลดอาการบวมแดง แล้วอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ถ้าเกิดมีอาการนอกเหนือจากนี้ล่ะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เหงือกบวมแบบไหน จึงควรต้องไปพบทันตแพทย์ ไปดูกันค่ะ

1. เหงือกบวม จากกระดูกงอก

สีเหงือกจะมีสีชมพูเป็นปกติ ส่วนอาการบวมนั้นจะเกิดขึ้น เมื่อมีตุ่มกระดูกก้อนใหญ่ดันเหงือกออกมามาก ซึ่งอาการบวมนี้เป็นกลไกทางร่างกายอย่างหนึ่งที่ร่างกายจะสร้างกระดูกให้หนาขึ้น เพื่อรองรับแรงจากการบดเคี้ยวที่ไม่เท่ากัน

2. เหงือกบวม จากการเกิดความระคายเคืองมาเป็นเวลานาน

เหงือกที่บวมจะปูดเป็นก้อนแข็ง แต่ยังคงมีสีชมพูตามปกติ ส่วนการรักษานั้น ทันตแพทย์จะใช้วิธีการตัดก้อนที่บวมออก พร้อมกับกำจัดตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

3. เหงือกบวม จากผลข้างเคียงของยา

เหงือกจะมีลักษณะบวมหนาขึ้นกว่าปกติมาก ผู้ป่วยจะหายปกติหากหยุดยา และขูดหินปูน ถ้าไม่หายอาจต้องศัลยกรรมตัดแต่งเหงือก เพื่อช่วยให้ทำความสะอาดได้ดีขึ้น ในกรณีที่รักษาไม่หาย ทันตแพทย์จะใช้วิธีศัลยกรรมตกแต่งเหงือกเพื่อที่ผู้ป่วยจะได้สามารถทำความสะอาดฟันได้ดีและง่ายขึ้น

4. เหงือกบวม จากโรคปริทันต์

มักพบในผู้ที่สุขอนามัยภายในช่องปากไม่ดี โดยทั่วไปจะแบ่งตัวโรคออกมาเป็น 2 โรค ได้แก่

  • โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากการสะสมหินปูนจำนวนมาก ทำให้เหงือกอักเสบบริเวณรอบ ๆ ฟัน ซึ่งในบางครั้งอาจจะพบเลือดออกขณะแปรงฟันได้ รวมถึงมีอาการเสียวฟันและกลิ่นปากตามมา
  • โรคปริทันต์ มีสาเหตุที่คล้ายกันกับโรคเหงือกอักเสบ คือ เกิดจากการสะสมหินปูนจำนวนมาก แต่ผู้ที่เป็นมีภูมิต้านทานเชื้อโรคต่ำ จึงทำให้เกิดการติดเชื้อ และเชื้อก็ลุกลามไปมาก ทำให้เกิดการทำลายกระดูกที่มารองรับฟัน อาการที่สามารถสังเกตได้ คือ ฟันโยก ฟันบานออกหรือฟันยาว เหงือกบวม ในรายที่รุนแรงมาก ๆ จะพบเหงือกมีหนองไหล ส่วนวิธีการรักษานั้น ทันตแพทย์จะขูดหินปูน และจะทำการเกลารากฟัน เพื่อจะกำจัดตัวหินปูน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการระคายเคืองออก ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากให้มากขึ้น

5. เหงือกบวม จากเนื้องอกของผู้หญิงตั้งครรภ์

มักพบในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีสุขอนามัยภายในช่องปากที่ไม่ดี อันมีผลมาจากการที่ร่างกายตอบสนองต่ออาการระคายเคืองจากหินปูนไวกว่าปกติ สำหรับการรักษา ทันตแพทย์จะตัดเนื้องอกนั้นออก แล้วจึงทำการขูดหินปูนในจุดที่ระคายเคืองออกเสีย

6. เหงือกบวม เกิดเป็นตุ่มหนองเล็ก ๆ

มักเกิดในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่ฟันผุมาก ๆ อันเนื่องมาจากภาวะฟันผุที่เกิดการลุกลามไปจนถึงชั้นโพรงประสาทฟัน พบการติดเชื้อจนฟันตายและมีหนองสะสมในตัวฟัน ทำให้ออกมาภายในช่องปาก ในกรณีเช่นนี้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้รักษาคลองรากฟัน

7. เหงือกบวม จากก้อนมะเร็ง

ลักษณะของก้อนมะเร็งที่เกิดขึ้นนั้นจะคล้าย ๆ กับดอกกะหล่ำ โดยจะมีอาการบวม และจะทำลายเหงือกรวมถึงฟันโดยรอบอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ในบางรายอาจจะพบอาการชาภายในช่องปากร่วมด้วย ซึ่งจะต้องมาพบทันตแพทย์ เพื่อรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง

ดังนั้น หากใครที่กำลังมีอาการของเหงือกบวม อย่ารอช้าหรือปล่อยไว้ให้อาการรุนแรงขึ้นนะคะ โดยเฉพาะหากใครมีอาการดังที่กล่าวมา ทางที่ดีที่สุดควรรีบไปพบทันตแพทย์ให้เร็วที่สุด

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
.
โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)
.

คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทันตกรรม #เหงือกบวม

ครอบฟันหน้าเซรามิกสำหรับเด็ก

ทันตกรรมเด็ก ครอบฟันหน้าเซรามิกสำหรับเด็ก

ทันตกรรมเด็ก ครอบฟันหน้าเซรามิกสำหรับเด็ก

เพราะเด็กๆก็มีหัวใจ อยากยิ้มสวยเห็นฟันขาวเต็มซี่ มิใช่ยิ้มเห็นฟันผุ หรือฟันสีเงิน

ครอบฟันเซรามิกเหมาะสำหรับใคร

เหมาะสำหรับเด็กที่มีฟันหน้าน้ำนมผุ ขนาดใหญ่ ไม่สามารถบูรณะด้วยการอุดฟันปกติได้ หรือฟันหน้าน้ำนมที่จำเป็นต้องได้รับการรักษารากฟัน สามารถทำครอบฟันเซรามิกภายหลังการรักษารากฟันได้

ข้อดีของครอบฟันเซรามิก

  • สวยงาม สีเหมือนฟัน
  • แข็งแรง ทนทานต่อแรงบดเคี้ยว ไม่แตกหักง่ายเหมือนการอุดฟัน
  • ช่วยเก็บรักษาฟันน้ำนมไว้ได้ จนกระทั่งถึงเวลาที่ฟันแท้ขึ้น
  • ใช้เวลาในการทำไม่นาน

รีวิวครอบฟันเซรามิก

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย “รักษารากฟัน”

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทันตกรรม #ครอบฟันเซรามิก #ครอบฟัน #ครอบฟันเด็ก

เคลือบฟันมีกี่แบบ

เคลือบฟันมีกี่แบบ

เคลือบฟันคือการแก้ปัญหาเกี่ยวกับฟัน ทำให้กังวลเรื่องรอยยิ้ม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่เคลือบฟันที่พบกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ สีฟันไม่ขาว ไม่สม่ำเสมอ มีคราบฟัน ฟันบิ่น บิดเอียง ฟันเก ฟันห่าง ฟันไม่สวย ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับการเคลือบฟันมีกี่แบบ และแบบไหนเหมาะสมกับเราค่ะ

เคลือบฟันเทียม Composite
การเคลือบฟันเทียม คือการนำวัสดุที่ใช้ในการอุดฟัน นำมาติดที่ฟันของเรา เพื่อสร้างฟันขึ้นมาใหม่ให้ได้ตรงตามรูปทรงที่ต้องการ แต่ด้วยวัสดุประเภทนี้ จะคุณภาพไม่ค่อยดีนัก เพราะดูดซับสีของอาหาร ชา กาแฟ ทำให้วัสดุนั้นเปลี่ยนสีได้ง่าย และไม่ทนทาน

เคลือบฟันเทียม Ceramic VENEER
จะใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง สวยงาม เบาบาง และรูปทรงที่สำเร็จรูป วัสดุจะคล้ายกับฟันเราอย่างมาก รวมถึงสีสันมีความเสมือนจริงเป็นอย่างมาก ดูแลง่าย แต่ราคาค่อนข้างสูงกว่าแบบธรรมดา

เคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์
เป็นการเคลือบฟันสำหรับเด็กๆ ที่ป้องกันไม่ให้ฟันผุ ด้วยฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ปกป้องฟัน ฟันจะแข็งแรงขึ้น ต้านทานต่อกรด ลดการเกาะตัวของแบ็คทีเรีย เริ่มเคลือบฟันได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น 3-6 ปีเป็นต้นไป ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อน

ขั้นตอนการเคลือบฟัน

  1. คุณหมอจะทำการตรวจสุขภาพฟันก่อน กรอผิวฟันออกเล็กน้อย
  2. จัดเตรียมฟันและผลิตฟันเทียมขึ้นมา
  3. ติดตั้งฟันเทียม Veneer

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายเคลือบฟัน

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทันตกรรม #เคลือบฟัน

ฟันปลอมแบบติดแน่นคืออะไร

ฟันปลอมแบบติดแน่นคืออะไร

ฟันปลอมแบบติดแน่นคืออะไร พร้อมความรู้เกี่ยวกับฟันปลอมที่คุณควรรู้

พออายุมากขึ้น อวัยวะภายในร่างกายก็พลอยจะเสื่อมลงทีละส่วน ไม่เว้นแม้แต่ฟันของคนเรา ที่ก็เสื่อมได้เช่นกัน แต่บางครั้งไม่ต้องรอจนอายุมากขึ้น ฟันก็สามารถหายไปได้ค่ะ เช่น อาจจะมีอุบัติเหตุหรือภาวะการณ์ที่จำเป็นต้องถอนฟันซี่นั้นออก และตัวช่วยที่จะมาทำให้ฟันของเราไม่หลอ จนไม่น่ามอง นั่นก็คือ ฟันปลอม เราอาจจะเคยเห็นคุณปู่คุณย่า ใส่ฟันปลอมกันมาบ้าง แต่คงไม่มีใครนึกภาพตัวเองใส่ฟันปลอมที่ถอดเข้าถอดออกได้หรอกใช่ไหมล่ะคะ แน่นอนว่าฟันปลอมไม่ได้มีแบบเดียว อีกหนึ่งชนิดอย่าง ฟันปลอมติดแน่น ก็น่าสนใจไม่น้อย ตามไปดู พร้อมความรู้เกี่ยวกับฟันปลอมที่คุณควรรู้

ฟันปลอมคืออะไร

ฟันที่ทำขึ้นโดยทันตแพทย์ใส่ให้กับคนไข้ที่สูญเสียฟันไปเนื่องจากการถอนในการรักษาฟันผุ ฟันโยกจากอาการเหงือกอักเสบ เคสอื่น ๆ เช่น ฟันหัก ฟันแตกก็สามารถใส่ฟันปลอมร่วมได้

ฟันปลอมแก้ปัญหาเรื่องอะไร

การใส่ฟันปลอมแทนที่ฟันที่หายไปจะช่วยแก้ปัญหา การรับประทานอาหารได้ง่าย มีประสิทธิภาพ พูดคุยออกเสียงได้ชัดเสริมสร้างความมั่นใจ ฟันปลอมยังช่วยคอยพยุงแก้มและริมฝีปากไม่ให้ดูหย่อนคล้อยอีกด้วย

ถ้าไม่ใส่ฟันปลอมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หากใครที่สูญเสียฟัน หรือ ได้รับการถอดฟันเเล้วปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างฟัน ย่อมเกิดผลเสียภายในช่องปากของเราแน่นอนค่ะ ซึ่งผลที่จะตามมามีดังนี้

  • ฟันค้างเคียงของซี่ที่ถูกถอนไปล้มหรือเอียงเข้าเข้ามาบริเวณช่องว่าง
  • มีผลต่อฟันคู่สบที่ไม่ตรงกัน เกิดการกระเเทกขณะเคี้ยวอาหาร- ปัญหาการเคี้ยวอาหารข้างเดียว
  • มีเศษอาหารติดที่ซอกฟันได้ง่าย เกิดฟันผุหรือเหงือกอักเสบตามมาได้

ฟันปลอมแบบติดแน่น

เราอาจจะเรียกว่าฟันปลอมถาวรก็ได้ค่ะ ที่ยึดแน่นในช่องปาก โดยอาศัยฟันธรรมชาติซี่ที่อยู่ข้างเคียงกับช่องว่างเป็นหลักในการยึดฟันปลอม เป็นการทำครอบฟันที่เป็นฟันปลอมยึดกับฟันธรรมชาติ วัสดุจะทำมาจากทั้งโลหะทั้งแผ่น (ใช้กับฟันกรามสำหรับบดเคี้ยว) เป็นพลาสติก (เหมาะใส่ชั่วคราว) และเป็นแบบผสม (เซรามิก ฐานโลหะพอกด้วยพอสเลน เหมาะกับบริเวณฟันหน้าที่เน้นความสวยงามเป็นธรรมชาติ) ซึ่งฟันปลอมแบบติดแน่นนั้นยังสามารถแบ่งชนิดย่อย ๆ ออกมาได้อีก 2 แบบ ได้แก่

  • ฟันปลอมแบบติดแน่นด้วยสะพานฟัน

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สะพานฟัน คือ การนำฟันเทียม (ฟันปลอม) มาเกี่ยวยึดกับฟันซี่ข้างเคียงฟันซี่ที่หายไป เพื่อทดแทนช่องว่างระหว่างฟัน ลักษณะคล้าย ๆ สะพานเชื่อม

  • ฟันปลอมแบบติดแน่นด้วยรากฟันเทียม

รากฟันเทียม คือ การปลูกฟันเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไป ด้วยการฝังรากฟันเทียมไททาเนียมลงไปในกระดูกขากรรไกร ยึดติดกับตัวเนื้อฟันจากเรซินเพื่อใช้บดเคี้ยว ทำหน้าที่ได้เหมือนกับฟันธรรมชาติ

ข้อดี : ประสิทธิภาพด้านการบดเคี้ยวดีเทียบเท่ากับฟันจริง เพราะเเรงเคี้ยวกดลงที่ตัวฟัน, ติดแน่น หลุดยาก, มีลักษณะและขนาดที่ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ใส่แล้วไม่รู้สึกรำคาญ

ข้อเสีย : ต้องมีการกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึดฟันปลอม ทำให้ต้องเสียเนื้อฟัน, ราคาสูงกว่าฟันปลอมแบบถอดได้, ถอดทำความสะอาดไม่ได้

ขั้นตอนการทำฟันปลอม

หลายคนอาจจะสงสัยว่าฟันปลอมที่เห็น ๆ กันอยู่นั้นมีขั้นตอนหรือกระบวนในการทำอย่างไรบ้าง เรานำข้อมูลมาฝากกันค่ะ

1. ทันตแพทย์จะทำการซักประวัติ จากนั้นจึงตรวจช่องปาก ถ่ายรูปช่องปาก X-ray พิมพ์แบบจำลองช่องปากของคนไข้
2. จากนั้นทันตแพทย์จะตรวจการเรียงตัวของฟัน เลือกสีฟันที่ใกล้เคียงกับฟันเดิม เเละสร้างฟันปลอมขึ้นมาบนแบบจำลองนั้น เพื่อให้ได้รูปฟันที่สวยงาม ขนาดพอดีใส่ในช่องปากของคนไข้ มีการสบฟันที่ถูกต้อง
3. แล้วทันตแพทย์จึงใส่ฟันปลอมเเละแก้ไขตำแหน่งกดเจ็บ ในระหว่างการทำฟันปลอม ทันตแพทย์จะนัดพบคนไข้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรูปแบบของฟันปลอม หลังใส่ฟันปลอมเรียบร้อยแล้ว ก็อาจต้องกลับไปพบทันตแพทย์ในช่วงเดือนแรก เพื่อปรับหรือตกแต่งฟันปลอมเพิ่มเติมให้พอดีกับช่องปาก

หากใครต้องใส่ฟันปลอม ควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินว่า ต้องใส่ฟันปลอมกี่ซี่ สุขภาพฟันข้างเคียง ที่อยู่ติดกับฟันที่ต้องการใส่ ว่ามีความเเข็งเเรงพอหรือไม่ ทั้งหมด

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายทำฟัน

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทันตกรรม #ทำฟัน

รักษารากฟัน มีกี่วิธี

รักษารากฟัน มีกี่วิธี พาไปดูความแตกต่างของแต่ละวิธีก่อนคิดตัดสินใจทำ

รักษารากฟัน มีกี่วิธี พาไปดูความแตกต่างของแต่ละวิธีก่อนคิดตัดสินใจทำ

ความสุขของคนเราอย่างหนึ่ง คือการได้กินของอร่อยตามต้องการ แต่เมื่อไรก็ตามที่เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เนื่องจากฟันผุจนเกินกว่าที่จะอุด ถ้าไม่รักษาต่อความสนุกในการกินก็แทบจะหายไปเลยนะคะ ซึ่งการรักษาที่ว่านั้นก็คือ การรักษารากฟัน ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่ทันตแพทย์หลายคนแนะนำ เราจะไปเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษารากฟัน มีกี่วิธี และความแตกต่างแต่ละแบบนั้นเป็นอย่างไร

การรักษารากฟันคืออะไร

การรักษารากฟันคือการตัดเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันที่ติดเชื้อ หรือเนื้อเยื่อขนาดเล็กที่อยู่ใจกลางฟันที่ตายออกแล้ว ซึ่งเมื่อประสาทฟันถูกทำลาย อักเสบ หรือฟันตายถูกตัดออก พื้นที่ส่วนที่เหลือนั้น ทันตแพทย์จะทำความสะอาด โดยใช้เครื่องมือขายให้คลองรากฟันกว้างขึ้น และสะอาดขึ้น แล้วจึงใช้น้ำยาล้างคลองรากฟัน และยาฆ่าเชื้อใส่ในคลองรากฟัน เมื่อกำจัดเชื้อโรคในคลองรากฟันออกจนหมดแล้ว ก็จะทำการอุดรากฟัน เพื่อป้องกันไม่ใช่เชื้อโรคกลับเข้าไปในคลองรากฟันอีก ซึ่งเป็นวิธีที่จะสามารถเก็บรักษาฟันส่วนที่เหลือไว้ได้ และยังเป็นวิธีที่นิยมใช้แทนการถอนฟันด้วยค่ะ

สาเหตุที่ต้องรักษารากฟัน

  • ฟันผุลึกจนถึงโพรงประสาทฟัน จนทำให้ประสาทฟันเกิดอาการอักเสบ หากลุกลามมากขึ้นจะทำให้เนื้อเยื่อในฟันนั้นตาย และเกิดการติดเชื้อในคลองรากฟัน ซึ่งทำให้เกิดอาการปวด อาการเหล่านี้สามารถรักษาได้ด้วยการรักษารากฟัน
  • ฟันแตกจากอุบัติเหตุ อาจจะเกิดจากการกระแทกจนฟันแตก เมื่อโพรงประสาทฟันเกิดอักเสบ ติดเชื้อ หากปล่อยทิ้งไว้ จะเกิดการก่อตัวที่ปลายรากฟันในกระดูกขากรรไกร เกิดเป็นฝีได้ อีกทั้งยังสามารถเกิดการทำลายกระดูกรอบ ๆ ฟัน ทำให้เกิดอาการปวด
  • นอนกัดฟันอย่างรุนแรง การกัดฟันนอกจากจะเป็นสาเหตุให้ฟันสึกแล้ว หากกัดแรง ๆ ก็จะไปรบกวนโพรงประสาทฟันด้วย ส่งผลให้ฟันร้าว และเชื้อโรคอาจจะแทรกซึมเข้าไปได้
  • โรคเหงือก สามารถลุกลามไปถึงปลายรากฟัน ทำให้เชื้อโรเข้าโพรงประสาทฟันได้

การรักษารากฟัน มีกี่วิธี 

อันที่จริงแล้วถ้าอาการทางฟันไม่ได้เลวร้ายเกินไป ทันตแพทย์จะไม่แนะนำให้รักษารากฟันเลยค่ะ สำหรับการรักษารากฟัน มีด้วยกัน 2 วิธี ได้แก่

1. การรักษาด้วยวิธีปกติ 

ทันตแพทย์จะวัดความยาวของคลองรากฟัน โดยการถ่ายเอกซเรย์ แล้วจะใช้ไฟล์ขนาดเล็ก เพื่อรักษารากฟัน และทำความสะอาดภายในคลองรากฟัน เพื่อขจัดเนื้อเยื่อที่มีปัญหาและแบคทีเรีย โดยที่ฟันจะไม่ถูกอุดอย่างถาวรจนกว่าจะขจัดจนปลอดเชื้อในโพรงประสาทและคลองรากฟันหลังจากที่มั่นใจว่าภายในโพรงประสาทฟันนั้นปลอดเชื้อแล้ว ก็จะใช้วัสดุอุดคลองรากฟัน อุดที่คลองรากฟัน วิธีนี้เป็นวิธีรักษารากฟันที่พบได้บ่อย

2. การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดปลายรากฟัน

ทันตแพทย์จะใช้วิธีนี้ในกรณีที่วิธีแรกรักษาไม่ได้ผล โดยจะทำการผ่าตัดเข้าไปที่ตำแหน่งปลายรากฟันที่เป็น หนองทำการตัดปลายรากฟันออกบางส่วน หลังจากนั้นทำการอุดวัสดุเข้าไปใน ส่วนปลายรากฟันที่ทำความสะอาดไว้ โดยวัสดุนี้จะไม่เป็นพิษต่อเนื้อเยื่อ หรือไม่ ทำให้เกิดการหายของเนื้อเยื่อรอบปลายรากฟันขึ้น

การรักษารากฟัน มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

แน่นอนว่าหลังการรักษารากฟันสามารถเกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพของฟันในแต่ละบุคคล

1. อาการปวดตื้อ ๆ หลังจากการรักษารากฟันในช่วง 2-3 วันแรก และอาการจะค่อย ๆ หายไปเอง ซึ่งสามารถกินยากแก้ปวดเพื่อบรรเทาได้

2. อาการปากชา สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากทำการรักษารากฟันในวันนั้น แนะนำว่าช่วงที่ปากชาไม่ควรกินอาหารเพื่อป้องกันการกัดลิ้นและกระพุ้งแก้ม

3. ควรระมัดระวังในการใช้งานฟันที่มีการรักษารากฟัน เนื่องจากฟันจะมีปริมาณเหลือน้อยลงและมีความเปราะบางมากขึ้น อีกทั้งยังป้องกันโอกาสที่ฟันจะแตกระหว่างที่ดำเนินการรักษา

เราก็ได้รู้กันแล้วว่าการรักษารากฟันคืออะไร มีกี่วิธี แต่ละวิธีแตกต่างหรือใช้ในกรณีไหนบ้าง เพื่อสำหรับประกอบการตัดสินใจหากใครต้องรักษารากฟัน

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมาย “รักษารากฟัน”

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทันตกรรม #รากฟัน #รักษารากฟัน

เรียนรู้นิยาม ทันตกรรมคืออะไร

เรียนรู้นิยาม ทันตกรรมคืออะไร พร้อมบริการที่ครอบคลุมสำหรับทำฟัน

เรียนรู้นิยาม ทันตกรรมคืออะไรพร้อมบริการที่ครอบคลุมสำหรับทำฟัน

หากร่างกายเราเจ็บป่วย เราก็สามารถไปโรงพยาบาลหรือคลินิก พบแพทย์เพื่อรักษา แต่ถ้าฟันเราป่วยล่ะ เราจะต้องไปหาใครที่ไหน และรักษาอย่างไร? นั่นจึงเป็นที่มาของงานทันตกรรม เรามีหมอรักษาคน รักษาร่างกาย เราก็ต้องมีหมอรักษาฟันเช่นกัน เพื่อที่ว่าเกิดวันหนึ่งฟันเราเกิดป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ ทันตแพทย์จะได้ทำการช่วยเหลือ รักษาได้ทันนั่นเอง ซึ่งในงานทันตกรรมก็มีการรักษาที่ครอบคลุมแทบจะทุกปัญหาของฟัน เราอาจจะรู้จักแค่ อุดฟัน ถอนฟัน จัดฟัน ขูดหินปูน ซึ่งจริง ๆ แล้วงานทันตกรรมมีมากกว่านี้อีกเยอะมาก ดังนั้น ไปรู้จัก
ทันตกรรมและงานบริการทันตกรรมต่าง ๆ ที่ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเราอาจต้องใช้บริการด้านอื่น นอกเหนือจากที่กล่าวมาก็ได้

ทันตกรรมคืออะไร

ทันตกรรมคืองานบริการสำหรับตรวจรักษาสุขภาพภายในช่องปากเพื่อให้เกิดสุขอนามัยที่ดี และเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ได้นานที่สุด ซึ่งสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งที่ทุกคนมองข้ามไม่ได้ ลองคิดดูว่าหากคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น การมีกลิ่นปากจะทำให้คนอื่นมองคุณเช่นไร หรือฟันของคุณมีปัญหาคุณจะทำเช่นไร หากปล่อยปัญหาเหล่านี้ไว้จะส่งผลเสียทั้งต่อบุคลิกภาพ และอาจเกิดโรคที่ทำให้สูญเสียฟันได้นั่นเอง

ประเภทของทันตกรรม

เมื่อเรารู้แล้วว่าทันตกรรมคืออะไร แต่รู้หรือไม่ว่าทันตกกรรมมีหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็จะครอบคลุมปัญหาของฟันอีกด้วย โดยประเภทของทันตกรรมมีดังนี้

1. ทันตกรรมทั่วไป

ทันตกรรมทั่วไปหรือทันตกรรมพื้นฐาน หมายถึงการตรวจสภาพช่องปากและฟัน การทำความสะอาด และการรักษาสภาพเหงือกและฟัน เพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดี ใช้ได้ไปนาน ๆ จะประกอบด้วยการวินิจฉัยโรคทางทันตกรรม การขูดหินปูนและขัดฟัน การอุดฟัน

2.ทันตกรรมเพื่อความงาม

ทันตกรรมเพื่อความงามเป็นการนำวิธีการทางทันตกรรมต่าง ๆ ในการช่วยเสริมสร้าง มุ่งเน้นการพัฒนาด้านความสวยงามของฟันและรอยยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นการฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์ การสร้างรอยยิ้มที่สวยงาม

3. ทันตกรรมรากฟันเทียม

เป็นการจำลองรากฟันให้ยึดติดกับขากรรไกรเพื่อเติมเต็มให้เหมือนฟันธรรมชาติที่เสียไป โดยทันตแพทย์จะทการฝังรากฟันเทียมบนกระดูกรองรับฟัน และใช่วัสดุที่คงทนแต่ไม่เกิดผลข้างเคียง ทำให้มีความสวยงาม คงทน และมีประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวเทียบเท่าฟันธรรมชาติ

4.ทันตกรรมประดิษฐ์

เป็นศาสตร์ที่ช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไปและแก้ปัญหาฟันที่เปราะบางหรือแตกหัก ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การปลูกรากฟันเทียมไทเทเนียม การครอบฟัน สะพานฟัน ฟันปลอมแบบถอดได้

5. ทันตกรรมจัดฟัน

การจัดฟันเป็นศาสตร์ที่ให้ความสำคัญต่อการเรียงตัวของฟัน เนื่องจากฟันที่เรียงกันอย่างไม่เป็นระเบียบจะกระทบต่อรูปหน้า ประสิทธิภาพและวิธีการบดเคี้ยว รวมถึงการดูแลรักษาความสะอาดฟัน

6. ทันตกรรมเด็ก

ทันตกรรมเด็กจะให้ความสำคัญด้านการดูแลฟันของเด็ก ซึ่งจะรวมถึงการให้ความรู้และวิธีการดูแลฟันเด็ก ดังนั้นจึงจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับทันตกรรมป้องกัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลฟันอย่างถูกวิธีและป้องกันการเกิดฟันผุ ซึ่งควรดูแลป้องกันตั้งแต่เด็ก ๆ จะช่วยให้เด็กโตขึ้นมาไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพฟันในภายหลัง

7. ทันตกรรมป้องกัน

เป็นการดูแลรักษาฟันแท้ตามธรรมชาติให้มีอายุการใช้งานไปตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก รวมถึงการดูแลเอาใจใส่สุขภาพฟันของเราให้แข็งแรงตลอดเวลาย่อมดีกว่าการเข้ารับการรักษาหรือหาวิธีซ่อมแซม

8. ทันตกรรม ปริทันต์

ปริทันต์หรือที่เราเรียกกันว่าโรคเหงือก โดยทั่วไปมักหมายถึงโรคเหงือกอักเสบ แต่จริง ๆ แล้วจะรวมถึงการศัลยกรรมเหงือกและปลูกถ่ายเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวของฟัน งานทันตกรรมยังมีอีกหลายประเภท แต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องใช้บริการทุกอย่างนะคะ เพราะทางที่ดีที่สุดคือการป้องกัน ดูแลรักษาฟันให้สะอาดและแข็งแรงอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้วัวหายแล้วจึงล้อมคอก

สอบถามเพิ่มเติมและนัดหมายทำฟัน

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทันตกรรม #ทำฟัน

รักษารากฟันเจ็บไหม

รักษารากฟันเจ็บไหม

รักษารากฟันเจ็บไหม มาเรียนรู้การรักษารากฟันอย่างถูกวิธีด้วยกัน

การทำฟันยังคงเป็นฝันร้ายของใครหลายคน ตั้งแต่เด็กจนโต ที่ทนไม่ได้กับเสียงเครื่องมือที่มากระทบฟัน กลิ่นถุงมือยางของหมอฟัน หรือความเจ็บปวดในการรักษา ซึ่งในวัยผู้ใหญ่นั้น การรักษาศาสตร์หนึ่งที่ผู้ใหญ่หลายคนต้องมาทำฟัน นั่นคือ การรักษารากฟัน แต่ก็ใช่ว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วจะไม่กลัวเจ็บนะคะ เพราะแค่พูดว่ารากฟันก็ฟังดูน่ากลัวแล้ว กลายเป็นคำถามที่พบบ่อยว่า รักษารากฟันเจ็บไหม มาหาคำตอบกันได้ในบทความนี้ พร้อมเรียนรู้ ทำความเข้าใจการรักษารากฟันอย่างถูกวิธี

การรักษารากฟันคืออะไร

การรักษารากฟันคือการนำเนื้อเยื่อและกำจัดเชื้อโรคที่อยู่ภายในโพรงประสาทฟันออก และทำความสะอาด จัดรูปเนื้อฟันที่เหลือเสียใหม่ให้ปลอดเชื้อด้วยน้ำยา โดยการรักษารากฟันเป็นทางเลือกเพื่อให้เรารักษาฟันแทนการสูญเสียฟัน

รักษารากฟันเจ็บไหม?

เราอาจจะเคยได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือเกี่ยวกับการรักษารากฟันกันมาบ้าง ทำให้หลายคนปล่อยปละละเลยฟันจนติดเชื้อลุกลาม เพียงเพราะกลัวว่าการรักษารากฟันจะเจ็บ ซึ่งอันที่แล้วการรักษารากฟันก็เจ็บแน่นอนอยู่แล้ว เนื่องจากฟันทุกซี่มีรากฟัน มีเส้นประสาท และมีเลือดไปหล่อเลี้ยงฟัน ดังนั้นอาการเจ็บจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนซี่และลักษณะของฟัน แต่ในขณะที่กำลังรักษา ทันตแพทย์จะฉีดยาชาให้อยู่แล้วค่ะ ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างที่ทำ โดยหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ก็มีอาการปวดได้ตามปกติ ซึ่งสามารถกินแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้

ขั้นตอนการรักษารากฟัน

1. ทันตแพทย์จะเริ่มต้นด้วยการกำจัดเนื้อฟันที่อักเสบหรือติดเชื้อออกก่อน แล้วจึงทำความสะอาดรากฟัน พร้อมใส่ยาลงไปคลองรากฟันเพื่อกำจัดเชื้อ

2. ปิดรากฟันด้วยวัสดุชั่วคราว เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

3. หากมีการเป็นหนองที่ปลายรากฟัน อาจจะต้องทำความสะอาดหลายครั้ง และเปลี่ยนยาในคลองรากฟันจนกว่าการติดเชื้อหรืออักเสบจะหายปกติ

4. เมื่อไม่มีการอักเสบหรือติดเชื้อแล้ว ทันตแพทย์จะใช้วัสดุปิดรากฟันถาวรเพื่อรอการซ่อมแซมตัวฟันต่อไป

5. การซ่อมแซมตัวฟันก็สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การครอบฟัน การใส่เดือยฟัน การอุดฟัน ทั้งนี้ทันตแพทย์จะพิจารณาจากปริมาณของเนื้อฟันที่เหลืออยู่

เราควรจะรักษารากฟันหรือถอนฟันดี?

ในสมัยก่อนคนนิยมที่จะถอนฟันซี่ที่มีปัญหาออก โดยเฉพาะฟันที่มีการอักเสบติดเชื้อ แต่ปัจจุบันเมื่อมีการรักษารากฟันเข้ามาก็จะช่วยให้เราไม่ต้องสูญเสียฟันแท้ซี่นั้นไป แต่บางคนก็เอาแต่กลัวว่ารักษารากฟันแล้วจะเจ็บนาน จึงเลือกที่จะถอนฟันเพื่อตัดปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่ายและกลัวเจ็บ

ถ้าไม่มีอาการปวด ทำไมถึงยังต้องรักษารากฟัน

บางคนที่จะต้องรักษารากฟันอาจจะคิดว่า จะรักษาทำไมในเมื่อมันไม่มีอาการปวด และคิดไปเองว่าไม่เป็นอะไร แต่อันที่จริงแล้ว แม้ว่าจะไม่มีอาการปวด แต่การดำเนินของโรคก็ยังคงอยู่ อาจจะทราบว่ารากฟันมีปัญหาต่อ เมื่อทำการ x-ray และพบว่ามีหนองในรากฟันแล้วก็มี ดังนั้นเมื่อตรวจพบควรทำ การรักษารากฟันทันที เพื่อลดการสูญเสียฟัน

รักษารากฟันเจ็บเท่าผ่าฟันคุดไหม?

ไม่ว่าจะเป็นการรักษารากฟันหรือการผ่าฟันคุดก็เจ็บทั้งคู่ เนื่องจากมีการอักเสบและเกิดความผิดปกติขึ้นกับตัวฟัน อีกทั้ง ทั้งสองอย่างในระหว่างดำเนินการ ทันตแพทย์จะใช้ยาชาฉีดให้เพื่อลดความรู้สึกเจ็บปวดในการทำ แต่หลังจากที่ยาชาหมด ก็ต้องมีอาการเจ็บบ้างในระดับที่ทนไหว แต่หากทนไม่ไหวจริง ๆ ควรรีบกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อหาความผิดปกติ

สิ่งสำคัญของการรักษารากฟันไม่ใช่การกลัวว่าทำแล้วจะเจ็บไหม แต่ควรกลัวที่จะสูญเสียฟันไปมากกว่าค่ะ คุณอาจจะคิดว่าเสียซี่เดียวไม่เป็นไร แต่การที่ฟันหายไปซี่หนึ่ง จะทำให้ฟันบริเวณรอบ ๆ ล้มได้

หากลูกค้าท่านใดต้องการรักษารากฟันสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #รักษารากฟัน

ประกันสังคม ทำฟันอะไรได้บ้าง

ประกันสังคม ทำฟันอะไรได้บ้าง สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ผู้ประกันตนควรรู้

  ประกันสังคม ทำฟัน สิทธิประโยชน์ที่ควรรู้ ทำอะไรได้บ้าง เบิกได้เท่าไหร่ต่อปี ยังจำเป็นต้องสำรองจ่ายก่อนไหม มาหาคำตอบกัน ใครที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เป็นประจำทุก ๆ เดือนอยู่ละก็ เคยรู้ไหมว่า ประกันสังคมมีสิทธิประโยชน์ในด้านทันตกรรมไว้สำหรับดูแลผู้ประกันตนอย่างเรา ๆ ด้วยนะ ซึ่งบางคนอาจจะมองข้ามไป เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เลยไม่ได้ใส่ใจกับสิทธิประโยชน์ที่ตัวเองมี แต่ถึงอย่างไร เราก็ต้องไม่ลืมว่าเงินที่โดนหักไปทุกเดือนนั้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นสวัสดิการด้านทันตกรรม ให้เราเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกและมีคุณภาพมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่าแม้ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน อาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นกับใครแล้ว ก็เป็นปัญหาที่กวนใจได้ไม่น้อยเลย แต่ถ้าเราไปใช้สิทธิ์ทำฟันทุกปี เกิดเจอปัญหาสุขภาพฟันขึ้นมาก็จะได้รีบรักษาแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องรอจนเป็นหนักแล้ว ทีนี้ล่ะ เจ็บตัวยังไม่พอ ยังต้องเสียตังค์ค่ารักษาจำนวนมากอีกต่างหาก ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมของประกันสังคมนั้น มีอะไรบ้าง แล้วเราจะเบิกได้เท่าไหร่ รู้แล้วจะได้รีบไปใช้สิทธิ์ รักษาผลประโยชน์ของตัวเองกัน

ประกันสังคม ทำฟันได้ ใครมีสิทธิ์

          ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมจะได้รับสิทธิ์ทันตกรรมเลย แต่คนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทำฟันประกันสังคมนั้น จะต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 เท่านั้น ไม่รวมผู้ประกันตนมาตรา 40 และที่สำคัญคือ จะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนที่เข้ารับบริการทำฟัน โดยจะเป็นช่วงเดือนไหนก็ได้ ส่วนกรณีที่เราส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมครบ 3 เดือนแล้ว แต่ได้ลาออกจากที่ทำงาน ก็ยังสามารถเข้ารับบริการทันตกรรมได้ เพราะสิทธิประกันสังคมในการทำฟันจะยังคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน นับจากวันที่ลาออก 

ประกันสังคม ทำฟัน ทำอะไรได้บ้าง

          บอกเลยว่าตอนนี้ประกันสังคมให้สิทธิผู้ประกันตน สามารถเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมได้ทั้งการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด ในวงเงินรวมไม่เกิน 900 บาท/ปี แต่หากค่ารักษาสูงกว่า 900 บาท ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินส่วนเกินตรงนั้นเอง 

ประกันสังคม ทำฟันปลอมได้ไหม

          นอกจากประกันสังคมจะให้สิทธิในการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุดแล้ว หากผู้ประกันตนมีการใส่ฟันปลอม จะมีสิทธิ์ได้รับค่าฟันปลอมและค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย ภายในเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ใส่ฟันปลอมนั้น แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

  1. ใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน
    – จำนวน 1-5 ซี่ ได้เท่าที่จ่ายในวงเงินไม่เกิน 1,300 บาท
    – มากกว่า 5 ซี่ ได้เท่าที่จ่ายจริงในวงเงินไม่เกิน 1,500 บาท 
  2. ใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก
    – ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงในวงเงินไม่เกิน 2,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม
    – ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปากบนและล่าง เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงในวงเงินไม่เกิน 4,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม

ใช้สิทธิประกันสังคมทำฟันที่คลินิกได้ไหม

          เราสามารถใช้สิทธิทำฟัน ประกันสังคม ได้ทั้งกับโรงพยาบาลรัฐ เอกชน รวมถึงคลินิกทันตกรรมก็ได้ด้วยเช่นกัน แต่ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ประกันสังคมระบุไว้ 

ประกันสังคม ทำฟันได้ ไม่ต้องสำรองจ่ายแล้วนะ

           หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ตอนนี้ถ้าเราจะไปใช้สิทธิทำฟัน ประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็น อุด ถอน ผ่า หรือขูดหินปูน ไม่จำเป็นต้องสำรองจ่ายเงินเหมือนแต่ก่อนแล้ว หากเป็นการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐ ส่วนสถานพยาบาลและคลินิกเอกชนนั้น ตอนนี้ได้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ว่าสถานพยาบาลแห่งไหนที่ไม่ต้องสำรองจ่าย จากป้ายสติ๊กเกอร์ที่ระบุว่า “สถานพยาบาลแห่งนี้ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม ทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย”           แต่ถ้าเป็นกรณีฟันปลอม ไม่ว่าจะเป็นถอดได้บางส่วน หรือถอดได้ทั้งปาก ยังต้องสำรองจ่ายไปก่อนเหมือนเดิมนะ แล้วถึงไปยื่นเบิกเงินกับประกันสังคมทีหลัง 

เบิกค่าทำฟันประกันสังคมได้ยังไงบ้าง

           ถ้าเราเข้ารับบริการทำฟันกับสถานพยาบาลที่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าไปก่อน หรือเป็นการทำฟันปลอม สามารถยื่นขอเบิกค่าทำฟันย้อนหลังได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ รวมถึงสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาทุกแห่งทั่วประเทศ (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข) ในวัน-เวลาราชการ           หรือใครไม่สะดวกไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมในวัน-เวลาราชการ จะยื่นเอกสารผ่านทางไปรษณีย์ก็ได้ โดยต้องส่งเอกสารไปทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของสำนักงานประกันสังคมที่อยู่ใกล้บ้าน และจ่าหน้าซองว่า “ฝ่ายสิทธิประโยชน์” 

ประกันสังคม ทำฟัน เบิกได้กี่ครั้งใน 1 ปี

                   ทางประกันสังคมไม่ได้จำกัดว่าให้เบิกได้กี่ครั้งต่อปี เพราะฉะนั้นหากค่าใช้จ่ายการทำฟันในปีนั้น ๆ ยังไม่ถึง 900 บาท เราก็ยังมีสิทธิ์ยื่นเบิกได้เรื่อย ๆ จนกว่าวงเงินจะครบ 900 บาท โดยวงเงินที่ให้จะเป็นแบบปีต่อปี หากหมดปีนั้นแล้วมีวงเงินเหลือจะโดนหักทิ้งทันที นำไปทบยอดในปีถัด ๆ ไปไม่ได้นะ 

ต้องเบิกค่าทำฟันภายในกี่วัน

          ทำฟันไปแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเบิกเงินไม่ทันกำหนดเวลา เพราะประกันสังคมให้เวลาเราไปยื่นขอเบิกค่าทำฟันได้ถึง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่เข้ารับบริการทำฟัน โดยยึดวันที่ระบุไว้ในใบรับรองแพทย์เป็นหลัก เช่น หากเราไปถอนฟันในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ก็มีเวลาไปยื่นเรื่องเบิกค่าทำฟันได้ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เลยทีเดียว แต่อย่าปล่อยไว้นานขนาดนั้นเลยดีกว่า เพราะถ้าลืมขึ้นมา ไปยื่นเรื่องช้ากว่าวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ทีนี้ก็จะหมดสิทธิ์ได้รับเงินทันที 

เบิกค่าทำฟันประกันสังคม ใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารเพื่อยื่นขอเบิกเงินทำฟัน ประกันสังคม มีดังนี้

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีทันตกรรม (สปส.2-16)
  2. ใบรับรองแพทย์
  3. ใบเสร็จรับเงิน
  4. เวชระเบียนของแพทย์ผู้รักษา (กรณีเบิกฟันปลอมฐานอะคริลิก)
  5. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชี

นำเอกสารทั้งหมดยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศได้ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่เข้ารับบริการที่ระบุไว้ในใบรับรองแพทย์ 

รับเงินค่าทำฟันประกันสังคมได้ทางไหน

          เพื่อความสะดวก ประกันสังคมจะจ่ายเงินให้โดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน ซึ่งจะโอนเข้าบัญชีธนาคารได้ทั้งหมด 11 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารธนชาต, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 

เบิกเงินค่าทำฟันใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะได้รับเงิน

          ประกันสังคมไม่ได้กำหนดออกมาชัดเจนว่าจะจ่ายเงินค่าทำฟันให้ผู้ประกันตนภายในกี่วัน เพราะระยะเวลาการจ่ายเงินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ยื่น หรือจำนวนผู้มายื่นขอเบิกเงินในช่วงนั้น ๆ แต่โดยปกติแล้วเมื่อเรายื่นเอกสารขอเบิกเงินไปที่ประกันสังคมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็จะได้รับเงินแล้ว           แต่หากเลย 2 สัปดาห์ไปแล้ว ยังไม่ได้รับเงินจากทางกองทุนประกันสังคม ก็ให้รีบดำเนินการติดต่อไปยังสำนักงานประกันสังคมที่เราได้ยื่นเรื่องไปโดยตรง เพื่อตรวจสอบว่าเอกสารที่เรายื่นไปนั้นดำเนินไปถึงขั้นตอนไหนแล้วนั่นเอง เบิกค่าทำฟันประกันสังคม ให้คนอื่นไปยื่นแทนได้ไหม การยื่นเอกสารขอรับเงินค่าบริการทำฟัน ประกันสังคมนั้น เราจะไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง หรือให้คนอื่นไปยื่นแทนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง เพื่อน หรือฝ่ายบุคคลในสถานประกอบการของผู้ประกันตน ขอเพียงเอกสารที่ยื่นมีความครบถ้วน ถูกต้องตามที่ประกันสังคมกำหนดไว้ก็พอ และอย่าลืมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องให้ชัดเจนด้วย เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ใครที่ยังไม่ได้ไปใช้สิทธิทำฟันประกันสังคมในปีนี้ ก็อย่าลืมไปรักษาสิทธิกันล่ะ เพราะเงินส่วนนี้ก็คือเงินของเราที่ต้องสบทบให้กองทุนประกันสังคมในทุก ๆ เดือนอยู่แล้ว และใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ ทำฟัน ประกันสังคม ก็สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม หรือโทร. 1506

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ประกันสังคม

หากลูกค้าท่านใดต้องการนัดทำฟันสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทำฟัน #อุดฟัน #ประกันสังคม

อุดฟันเจ็บไหม คำถามยอดฮิตของผู้ดูแลสุขภาพช่องปาก

อุดฟันเจ็บไหม คำถามยอดฮิตของผู้ดูแลสุขภาพช่องปาก

อาการปวดฟันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ บางครั้งก็ดูจะเป็นอะไรที่เลี่ยงได้ยาก และยิ่งหากพอฟันผุขึ้นมา ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าต้องไปอุดฟัน แต่หลายคนก็เลือกที่จะอิดออด ยกเหตุผล ชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปอุดฟัน เพราะอะไรน่ะหรือถึงหลีกเลี่ยงที่จะไปอุดฟัน เพราะกลัวเจ็บนั่นเอง แล้วจริง ๆ อุดฟันเจ็บไหม เชื่อว่านี่เป็นคำถามยอดฮิตก็ว่าได้ ถ้าใครอยากรู้คำตอบ ต้องตามมาอ่านกันนะคะ

การอุดฟันคืออะไร

การอุดฟัน คือการรักษาฟันที่ถูกทำลายด้วยวิธีการเติมวัสดุสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ เข้าไปที่ตัวฟันเพื่อทดแทนเนื้อฟันที่สูญเสียไปไม่ว่าจะเป็นฟันผุ สึก หรือฟันกร่อน เป็นต้น ซึ่งการใช้วัสดุสังเคราะห์ดังกล่าวนั้นจะช่วยไม่ให้ฟันเราผุเพิ่มขึ้นนั่นเอง

วัสดุอุดฟันมีกี่แบบ

วัสดุอุดฟันที่จะมาเป็นพระเอกในการช่วยยับยั้งไม่ให้ฟันของเราผุมากขึ้น จะมีด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่

1. การอุดฟันด้วยวัสดุสีโลหะ

วัสดุสีโลหะหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่ออะมัลกัม เป็นวัสดุอุดที่ใช้งานได้ง่าย สะดวกรวดเร็วและราคาไม่แพง ส่วนใหญ่แล้วทันตแพทย์จะนำมาใช้กับการอุดฟันกรามมากกว่าเพราะวัสดุนี้มีสีเข้ม มองเห็นสีชัดกว่าการอุดฟันแบบสีเหมือนฟัน

ข้อดี :

  • ราคาไม่แพง
  • มีความทนต่อแรงบดเคี้ยวได้ดี
  • ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก

ข้อเสีย :

  • ด้วยความที่มีสีที่เข้ม ทำให้มองดูแล้วไม่สวยงาม เห็นสีวัสดุอุดได้ชัด
  • ไม่เหมาะสำหรับฟันหน้า

2. การอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน

วัสดุสีเหมือนฟันหรือที่เราเรียกว่าเรซิน เป็นการอุดฟันสีเหมือนฟันที่มีความเป็นธรรมชาติ และเป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบันมากที่สุด สามารถใช้อุดฟันได้ทั้งฟันหน้าและฟันกราม

ข้อดี :

  • ให้ความสวยงามเมื่อมองเห็นเพราะสีกลมกลืนเหมือนกับฟัน
  • สามารถใช้งานฟันได้ทันที โดยไม่ต้องรอเวลาเหมือนวัสดุสีโลหะ
  • ปลอดภัยมากกว่าเพราะไม่มีส่วนผสมของสารปรอท

ข้อเสีย :

  • ระยะเวลาความคงทนต่อการใช้งานสั้น
  • มีราคาสูงกว่าแบบสีโลหะ
  • ง่ายต่อการเกิดคราบชาและกาแฟ

อุดฟันเจ็บไหม?

หลายคนที่ยอมให้ฟันผุไปเรื่อย ๆ เพียงเพราะกลัวว่าอุดฟันแล้วจะเจ็บ ต้องบอกเลยว่า การอุดฟันไม่เจ็บเท่าการถอนฟันแน่นอน แต่อาจจะมีอาการเสียวฟันบ้าง เมื่อทันตแพทย์กรอฟัน ส่วนเรื่องอุดฟันเจ็บไหมนั้น ลืมไปได้เลยเพราะว่าก่อนทำจะมีการฉีดยาชาก่อนเสมอ ซึ่งฤทธิ์ของยาชาก็สามารถอยู่ได้นาน 2-3 ชั่วโมง ถ้าหากยังรู้สึกหรือเจ็บ ทนไม่ไหวก็สามารถบอกทันตแพทย์ได้

ขั้นตอนในการอุดฟัน

1. ทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็คสุขภาพฟันก่อนว่ามีปัญหาฟันผุมากน้อยแค่ไหน สามารถทำการอุดฟันเพื่อแก้ไขได้หรือไม่  

2. จากนั้นฉีดยาชา(ในกรณีที่ผุลึกใกล้โพรงประสาท) จากนั้นทันตแพทย์จะทำการกรอฟันเพื่อกำจัดฟันที่ผุที่ติดเชื้อ และเตรียมโพรงฟันให้เหมาะสำหรับการอุด 

3. หลังจากทำการกรอฟันแล้ว ทันตแพทย์จะใส่วัสดุอุดฟันไปในบริเวณฟันที่ผุซึ่งในขั้นตอนนี้การอุดฟันแบบโลหะและการอุดฟันสีเหมือนฟันจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป โดยการอุดฟันสีเหมือนฟันนั้นจะมีการฉายแสงเพิ่มเข้ามาช่วยในการอุดฟัน

4. เมื่อทันตแพทย์ใส่วัสดุอุดฟันเสร็จแล้วก็จะทำการขัดแต่งให้ดูดีและสวยงามพร้อมใช้งาน หากใช้งานได้ทันทีจะเป็นวัสดุสีเหมือนฟัน ส่วนวัสดุสีโลหะอาจจะต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงเสียก่อ

เราก็พอจะสรุปได้ว่าการอุดฟันไม่เจ็บเลยค่ะ อย่างมากที่สุดก็แค่เสียวเวลากรอฟันเพื่อที่จะทำการอุดเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีฟันผุ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนผุมากถึงโพรงประสาทนะคะ เพราะหากเป็นเช่นกั้น อาจจะลงเอยด้วยการรักษารากฟัน ที่จะเจ็บของจริงแล้วล่ะค่ะ

หากลูกค้าท่านใดต้องการนัดอุดฟันสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

โทรศัพท์ 02-0665455 , 092-5187829
Line id: @bpdc หรือ bpdc.dental
https://bpdcdental.com/
ที่อยู่ : คลินิกทันตกรรม BPDC ถนนกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (มีที่จอดรถใต้ตึก)

#คลินิกทันตกรรม #BPDC #ทำฟัน #อุดฟัน